E-Commerce

ทำไมถึงเลือก Amazon

posted on 13 Oct 2008 08:02 by zedth in E-Commerce

จากเอนทรี่ ทำเงินจากเน็ตทำได้จริง คุณ ๆ คงจะได้เห็นกันไปแล้วนะครับ ว่าการทำเงินบนอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถทำได้จริง ๆ เพียงแต่ว่าเราจำเป็นต้องเลือกธุรกิจที่วางใจได้ ไม่ใช่ธุรกิจที่หลอกเราเข้าไปทำงานให้ฟรี ๆแล้วไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา นอกจากคำว่าเสียรู้ และรู้สึกลบกับคำว่า Online Marketing หรือ E-Commerce

ซึ่งธุรกิจออนไลน์บนโลกใบนี้ ก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งผมเองก็อยากจะนำมาบอกเหมือนกันว่ามีอะไรบ้าง เพียงแต่่ว่า ผมไม่ได้รู้ละเอียดเท่านั้นเอง หลาย ๆ ตัว ยังไม่เคยลองเลยด้วยซ้ำ ก็เลยกลัวจะผิดพลาดเรื่องข้อมูล ดังนั้นผมขอเริ่มต้นจากธุรกิจ  Afilliate Program กับ Amazon.com เลยก็แล้วกัน เพราะัอันนี้ลองเองมากับมือแล้ว

สาเหตุที่ผมเลือกทำธุรกิจกับอเมซอนดอทคอมนั้น มีหลายข้อ ซึ่งผมขอนำเหตุผลต่าง ๆ รวมกับข้อดี แบ่งเป็นข้อ ๆ ดังนี้เลยนะครับ

1.  การขายของบน Amazon เราไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องสต๊อกของ ไม่ต้องส่งของเอง ไม่ต้องพูดคุยติดต่อธุรกิจกับใคร ทำให้เรามีความเสี่ยงน้อย ไม่เหมือนกับ Ebay ที่เราต้องมีของ ต้องส่งของเอง ซึ่งผมว่ามันยากในการเริ่มต้นครับ ดังนั้นจึงมุ่งไปที่ของง่ายก่อน

2. ชื่อเสียงของ Amazon เอง ที่เป็นเว็บขายของที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ซึ่งนี่เป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญที่ว่า มีคนซื้อของผ่านเน็ตจริง และคนซื้อเยอะด้วยและแบรนด์นี้เป็นที่ยอมรับครับ เรียกได้ว่า ซื้อของกับเว็บนี้ย่อมน่าเชื่อถือกว่าเว็บอื่น ๆ ดังนั้น โอกาสที่เราจะขายของได้มีเยอะ ลองเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก็ได้ครับ ว่าถ้าเราจะซื้อของจากเน็ต เราจะเลือกซื้ออย่างไร ถึงแม้ไม่ได้ทำการสำรวจมาก่อน ผมก็การันตีได้ว่า อันดับหนึ่งก็คือ ความน่าเชื่อถือ ว่าเราจ่ายเงินไปแล้ว เราจะได้รับของที่ถูกต้อง มีคุณภาพ และส่งถึงมืออย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ ไม่พอใจยินดีคืนเงิน ซึ่งที่ว่ามานี้ Amazon มีหมดทุกอย่างครับ

3. จ่ายจริงชัวร์ เพราะความมีชื่อเสียงนี่แหละครับ เลยต้องจ่ายจริง ๆ ไม่อย่างนั้น ชื่อเสียงก็เสียหายหมดน่ะสิครับ ดังนั้น วา่งใจได้เลย ว่าถ้าเราขายของได้ เค้าก็จ่ายค่าคอมมิชชั่นเราแน่ ๆ

4. ยิ่งขายมาก ยิ่งได้มาก ที่อเมซอนเค้าจะมีเรตในการคิดค่าคอมมิชชั่นครับ โดยเป็นการคิดแบบอัตราก้าวหน้า ลองดูจากตารางข้างล่างนี้ก็ได้ครับ นี่คืออัตราที่เค้าจ่ายจริง

 

จะเห็นได้ว่า เราแค่ขายสินค้าอะไรก็ได้ ให้ได้ 6 ชิ้น เราก็ได้อัพค่าคอมมิชชั่นเป็น 6% แล้ว ซึ่งตรงนี้แหละครับ สำคัญมาก อย่างที่ผมได้มาถึง 600 เหรียญเนี่ย ก็เพราะว่า ผมขายเพชรได้ที่คอมมิชชั่น 6.5% ครับ แล้วเพชรราคา 5,575 เหรียญ ทำให้ผมได้ค่าคอมฯ จากสินค้านี้ชิ้นเดียวถึง 362.38 เหรียญเลยครับ

5. ได้เงินค่อนข้างเร็ว คือถ้าเราเริ่มทำธุรกิจเป็นครั้งแรก เราจะได้เงินประมาณต้นเดือนที่สามครับ โดยต้องทำยอดได้ถึงกำหนดขั้นต่ำด้วย ซึ่งถ้าเลือกรับเช็ค ขั้นต่ำคือ 100 เหรียญ แต่ถ้าเป็นโอนเข้าบัญชีธนาคาร ขั้นต่ำคือ 10 เหรียญเท่านั้น ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินนี่ก็ถือว่าเร็วมากแล้วครับ เพราะเค้าต้องเผื่อเวลาหากว่ามีคนคืนของด้วยครับ ซึ่งถ้ามีการคืนของทางอเมซอนจะต้องคืนเงินให้แก่ลูกค้า และทำการหักค่าคอมมิชชั่นของเราคืนครับ

เว็บไซต์ที่ขายของส่วนใหญ่ จะมีการจ่ายเงินใกล้เคียงแบบนี้ทั้งนั้นครับ บางที่ต้องรอถึง 3 เดือนด้วยซ้ำ ดังนั้นที่อเมซอนนี่จะถือว่าเร็วมากแล้วครับ

6. สินค้าเยอะจริง ๆ คือมีทุกอย่างให้เลือกสรรเลยล่ะครับ แล้วสินค้าก็ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทุกระดับอายุ ทุกอาชีพ ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งนี่เป็นข้อดีที่ทำให้เราเจาะกลุ่มเป้าหมายของเราได้ง่าย โดยเราสามารถเลือกที่จะทำการตลาดใน Red Ocian อย่างสินค้าพวก iPod , HDTV , xBox 360 พวกนี้ก็ได้ ซึ่งจะขายได้ดี แต่ก็มีคู่แข่งมาก หรือจะทำการตลาดใน Blue Ocean กินนิ่ม ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ได้ื อย่างพวกสินค้าในกลุ่มแม่บ้าน , เครื่องเรือน , เครื่องครัว , อุปกรณ์ช่าง พวกนี้ก็ดีครับ

7. ส่วนลด และโปรโมชั่นมากมายครับ ทั้งลด ทั้งแจก ทั้งแถม ทั้งผ่อน 0% ซึ่งนี่เองครับ ที่ดึงดูดให้ลูกค้าซื้อของได้ง่ายขึ้นกว่าที่อื่น ๆ โดยโปรโมชั่นเด่น ๆ ก็ได้แก่ Gold Box ครับ ซึ่งเค้าจะนำสินค้ามาลดราคาแบบกระหน่ำสุด ๆ และสินค้าจะเปลี่ยนไปทุกวัน เรียกได้ว่าถ้าไม่ซื้อภายในวันนี้ก็อดได้ครับ ซึ่งถ้าลูกค้าคนไหนกำลังอยากได้ของชิ้นนี้อยู่แล้ว นี่ผมว่าซื้อชัวร์ 100% เลย บางโปรโมชั่นก็ทำกันเป็นเดือน อย่างโปรโมชั่นลดราคาแผ่น Blu-Ray 30% ทั้งเดือน อันนี้ผมก็ทำกำไรมาได้เยอะแล้วครับ

8. เครื่องมือในการช่วยขายมีมาก โดยจะทำเป็นพวก Widget ต่าง ๆ นานา สำหรับนำไปติดในเว็บไซต์ครับ ลองดูตัวอย่างได้จากบล๊อก perfectgift ซึ่งเป็นบล๊อกที่ผมทำขึ้นเพื่อทำ SEO โดยเฉพาะครับ หรือถ้าเราไม่มีเว็บไซต์ของตัวเอง แต่อยากมีร้านค้าของตัวเองบนอินเตอร์เน็ต ก็สามารถทำได้จากเว็บของเค้าเลย ซึ่งเว็บร้านค้าออนไลน์ของอเมซอนนั้น จะเรียกว่า aStore ครับ หลาย ๆ คนอาจจะดูถูกดูแคลนว่า ร้านเหล่านี้ทำเงินยาก เพราะยากที่จะทำให้ติดอันดับใน Search Engine แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเราทำ SEO ดี ๆ ก็สามารถหาเงินจาก aStore ได้ไม่ยากครับ มีคนไทยทำได้แล้ว โดยทำได้ถึง 200 เหรียญต่อเดือนเลยล่ะครับ (บล๊อก MakeMany) สำหรับตัวอย่างของ aStore ลองไปดูร้านขายของเจ้าชายน้อย Little Prince Souvenir Shop ของผมดูก่อนครับ ร้านนี้ของผมก็เคยขายของได้แล้วเหมือนกันนะครับ 

9. มีเครื่องมือวัดผลมากมาย ไม่ว่าเราจะขายอะไรได้ , ขายได้จากลิงค์ไหน , จากเว็บไซต์ไหน , จาก aStore ไหน แล้วมีคนคลิ๊กเข้ามาเท่าไหร่ สามารถตรวจสอบเป็นวัน เป็นช่วงเวลา เป็นเดือน เป็น Quater ทำได้หมดครับ โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่า Tracking ID

10. มีการให้คะแนนสินค้า และรีวิวสินค้าจากผู้ใช้จริง รวมถึงมีโฆษณาสินค้าในตัว โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาเขียนคำโปรโมทสินค้าเลยครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับ ที่ช่วยบิวต์อารมณ์อยากซื้อของของลูกค้าของอเมซอนครับ เข้าไปนี่เหมือนโดนสะกดจิตเลย

11. ขายได้หลายประเทศ ซึ่งตอนนี้ มีเปิดที่ สหรัฐฯ , อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมัน , ญี่ปุ่น และ แคนาดา ครับ เราสามารถทำการตลาดกี่ประเทศก็ได้ เพียงแต่เราต้องเข้าไปสมัครสมาชิกกับ อเมซอนของประเทศนั้นก่อนครับ ซึ่งนี่จะเปิดโอกาสให้เราทำเงินในตลาดใหม่ ๆ ได้มากขึ้นครับ

จะเห็นได้ว่าข้อดีของ Amazon นั้นมีมากถึง 11 ข้อเลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็เพียงพอแล้ว กับการตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ ซึ่งใครที่อ่านแล้วสนใจ ก็เริ่มจากการเสิร์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้เลยครับ โดยผมขอแนะนำบล๊อกสัก 2 บล๊อก สำหรับผู้ที่เริ่มต้นนะครับ หรือใครที่สนใจมากขึ้นไปกว่านั้น ก็ซื้อหนังสือมาอ่านกันดูครับ

บล๊อกแนะนำ

ในครั้งหน้า ผมจะมาแนะนำช่องทางการตลาดที่ผมใช้ในการนำเสนอสินค้าจาก Amazon นั่นก็คือ Google Adwords ครับ ตัวนี้แหละครับที่ยาก เพราะมันเกี่ยวกับการที่เราต้องใส่เม็ดเงินลงไปแล้วครับ รายได้จะคุ้ม ไม่คุ้ม ก็อยู่ที่การจัดการกับโฆษณาบน Google Adwords นี่แหละครับ

Facebook