สำหรับทหารเรือไทยแล้ว พวกเราคงรู้จักปืน 76/62 OTO Melara จากประเทศอิตาลีกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นปืนหลักของกองทัพเรือในปัจจุบัน ที่ติดตั้งอยู่บนเรือหลายชั้น หลายขนาด เช่น เรือฟริเกตชุด ร.ล.ตาปี เรือคอร์เวตชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ชุด ร.ล.ปัตตานี และ ร.ล.กระบี่ เรือเร็วโจมตี(ปืน) ชุด ร.ล.ชลบุรี รวมถึงเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ร.ล.อ่างทองด้วย ซึ่งปืนของเรือแต่ละลำก็มีเวอร์ชั่นที่ต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงจุดใหญ่บางอย่าง เพราะปืนชนิดนี้มีการพัฒนา และปรับปรุงจากบริษัทผู้ผลิตอยู่เสมอ
 
 
และในวันนี้ (เม.ย. พ.ศ.2557) ก็เช่นกัน บริษัท OTO Melara ได้พัฒนาปืนรุ่นนี้ให้มีขีดความสามารถมากขึ้นไปอีก ด้วยส่วนเพิ่มเติมที่เรียกว่า STRALES พร้อมด้วยกระสุนชนิดใหม่ DART guided ammunition โดยได้ทดลองครั้งแรกเป็นผลสำเร็จ เมื่อปลายเดือนมีนาคม ปีนี้ บนเรือรบของอิตาลีลำหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ
 
การทดลองระบบในครั้งนี้ ใช้ระบบควบคุมการยิง Selex NA25 ทำการยิงซัลโวต่อเป้าบินบังคับวิทยุ ทั้งที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และไม่เคลื่อนที่ ทั้งที่ความสูงต่ำและต่ำมาก ที่ระยะมากกว่า 5,000 เมตร ผลปรากฏเป็นที่น่าพอใจทั้งต่อผู้ผลิต และสักขีพยานที่เข้าร่วมชมการทดสอบ
 
ระบบ STRALES เป็นระบบที่ประกอบด้วย ปืนใหญ่ 76/62 OTO Melara ลูกกระสุนนำวิถี (guided ammunition) DART ซึ่งย่อมาจาก Driven Ammunition Reduced Time of flight แปลได้ว่า กระสุนปืนที่ลดเวลาโคจรในอากาศ และสุดท้ายคือระบบนำวิถีด้วยคลื่นวิทยุ นอกจากนั้นก็เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมทั้งสามสิ่งนี้เข้าด้วยกัน
 
 
การติดตั้งระบบ STRALES นี้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงการเปลี่ยนป้อมปืนเดิม เป็นป้อมปืนใหม่ที่ติดตั้งสายอากาศคลื่นวิทยุ และบรรจุกระสุนนำวิถี DART ให้เต็มรังเพลิง การทำงานของปืนนี้ก็ยังคงเป็นการยิงปืนในรูปแบบเดิม เพียงแต่เมื่อทำการยิง ตัวป้อมปืนจะเปิดประตูช่องให้สายอากาศคลื่นวิทยุเลื่อนออกมาภายนอกป้อม (แม้จะเรียกว่าสายอากาศ แต่หน้าตาจะเหมือนเรดาร์มาก) จากนั้นเครื่องจะส่งคลื่นวิทยุออกไปเป็นลำไปยังเป้าหมาย ซึ่งอาจจะเป็น จรวดนำวิถี หรือเรือผิวน้ำขนาดเล็กที่มีความเร็ว และจะทำการติดตามเป้านั้นไปตลอด โดยระบบนี้จะรับค่าเริ่มต้นมาจากเรดาร์ควบคุมการยิงหลักของปืน ซึ่งได้ออกแบบมาไว้สำหรับติดตั้งได้กับระบบควบคุมการยิงที่หลากหลาย เมื่อยิงลูกปืนออกไปแล้ว ลูกปืนจะวิ่งอยู่ในแนวลำคลื่นวิทยุที่ส่งออกมา แล้ววิ่งเข้าหาเป้าตามการนำทางของคลื่นวิทยุดังกล่าว โดยอาจจะกระทบแตก หรือเฉียดระเบิดใกล้กับเป้าก็ได้
 
 
คุณสมบัติของกระสุน DART
  • น้ำหนัก 4.2 กิโลกกรัม
  • น้ำหนักเมื่อโคจรในอากาศ 3.5 กิโลกรัม
  • ความยาว 660 มิลลิเมตร
  • การทำงานของชนวน
    • เฉียดระเบิดเป้าอากาศ (Anti Air Proximity)
    • เฉียดระเบิดเป้าพื้นน้ำ (Surface Proximity)
    • กระแทก (Impact)
    • กระแทกแบบหน่วงเวลา (Delay Impact) 
  • คุณสมบัติของชนวน
    • ตั้งค่าในระหว่างโคจรอยู่ในช่วงของคลื่นวิทยุ
    • ความสามารถด้านการตอบโต้ทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECM : Electronic countermeasure)
    • สามารถทำงานได้ที่ระดับความสูงต่ำ (Low Altitude)
    • ทำลายตัวเอง
    • นำทางด้วยการวัดระดับความสูง (Altimetric Guidance) 
  • ความสามารถของระบบ
    • ระยะหวังผล มากกว่า 8 กิโลเมตร
    • ความเร็วต้น 1,100 กิโลเตร/วินาที
    • ความคล่องแคล่ว (Maneuverability) มากถึง 40 g 
  • ชุดป้อนกระสุนแบบพหุ ของปืน 76 มม. (Multiple feeding kit for 76 mm gun)
    • สามารถเลือกกระสุนได้มากถึง 20 ชนิf
    • สามารถเปลี่ยนกลับไปมาระหว่างแบบธรรมดา หรือแบบโหลดคู่ (Double Feeding)
    • บรรจุกระสุน 89 นัดพร้อมยิง 
นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีออฟชั่นเสริมเป็นระบบโหลดลูกกระสุนอัจฉริยะ ที่สามารถเลือกเป็นแบบกระสุนเป็นกระสุนแบบ DART หรือแบบธรรมดาก็ได้ และในอนาคตยังมีลูกกระสุนระยะไกลพิเศษชนิด Vulcano ที่มีใช้ในปืนขนาด 127 มม. และ 155 มม. แล้ว ซึ่งระบบโหลดกระสุนนี้จะทำการเปลี่ยนกระสุนตามการเลือกใช้ของผู้ใช้ได้เอง โดยไม่ต้องใช้คนในการเปลี่ยน
 
ในปัจจุบัน มีระบบ DART/STRALES ที่ติดตั้งใช้งานแล้ว 12 ระบบ อีก 15 ระบบ กำลังทยอยส่งมอบ และได้รับคำสั่งซื้อแล้ว 30 ระบบ ซึ่งจะทยอยส่งมอบภายใน 5 ปีข้างหน้า แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าผู้ใช้เป็นใครบ้าง
 
 
อ้างอิง

Comment

Comment:

Tweet

กระทู้ในพันทิปสอนขั้นตอนวิธีการสมัครและการทำสติ๊กเกอร์ไลน์ออกมาขาย คลิก >> http://pantip.com/topic/33662734 
ซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์ KopKap ได้ที่นี่ คลิก >> https://store.line.me/stickershop/search/creators/en?q=kopkap

#1 By (125.24.147.140|125.24.147.140) on 2015-05-22 19:51

Facebook