ครั้งแรกสู่ประเทศไทยของ ร.ล.อ่างทอง
posted on 18 Apr 2012 22:08 by zedth in Navy-Story directory Knowledgeเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 55 เป็นวันที่ ร.ล.อ่างทอง เดินทางแตะเส้นเขตแดนทางทะเลของประเทศไทยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ออกจากอู่ต่อเรือ ST Marine ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 15 โดยเมื่อเรือเริ่มเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ร.ล.แกลง ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ปืน ก็เดินทางเข้าคุ้มกันเพื่อเดินทางสู่ท่าเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทันที

ร.ล.อ่างทอง LPD-791
เมื่อเรือทั้งสองลำเดินทางถึงเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ร.ล.นราธิวาส ซึ่งออกเรือลาดตระเวณอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ก็เข้ารับหน้าที่เป็นเรือคุ้มกันต่อจาก ร.ล.แกลง เพื่อส่ง ร.ล.อ่างทองกลับอย่างปลอดภัย ก่อนที่เรือจะเข้าเทียบท่าบริเวณท่าเรือแหลมเทียน และมีพิธีต้อนรับเรือ และกำลังพลชุดรับเรืออย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้นี่เอง

ร.ล.นราธิวาส เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง

ร.ล.อ่างทอง ขณะแล่นโดยมี ร.ล.นราธิวาส และ ร.ล.แกลง เป็นเรือคุ้มกัน
ผมเชื่อว่าหลายๆ คนในประเทศไทย คงยังไม่คุ้นเคยกับชื่อ ร.ล.อ่างทอง และอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าประเทศไทยได้ทำการต่อเรือหลวงลำใหม่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และแล้วเสร็จจนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้วในวันนี้ เพราะว่าข่าวคราวเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะเงียบ ดังนั้นหลายๆ คนอาจจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการมาถึงของเรือลำนี้สักเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อไหร่ที่ประเทศไทยเกิดเหตุภัยพิบัติทางทะเล หรือเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่จะต้องทำการอพยพคนทางทะเล เรือลำนี้จะเป็นเรือลำที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดครับ

ซึ่งช่วงที่เรือเดินทางกลับประเทศไทย ผมก็ได้มีโอกาสไปบันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อมาใช้ในงานผลิตสารคดีกองทัพเรือในอนาคต และเป็นการบันทึกภาพประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของเมืองไทย ถึงเรือรบลำใหม่ล่าสุดของไทย และเป็นเรือประเภท LPD หรือ Landing Platform Dock ลำแรกของประเทศไทย (แต่เมื่อมาจัดประเภทเรือในไทยแล้ว จะจัดอยู่ในกลุ่มเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ซึ่งก็จะเป็นเรือประเภทเดียวกับเรือในชุด ร.ล.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเรือประเภท LST : Landing Ship , Tank)

ทีมงานสารคดีกองทัพเรือ กำลังเก็บภาพเรือทั้งสามลำ
ขณะกำลังแล่นเป็นกระบวนเรือ
สำหรับ ร.ล.อ่างทอง นี้ก็เป็นเรือในชั้น Endurance Class ซึ่งออกแบบและผลิตโดยบริษัท Singapore Technology Marine หรือ ST Marine ประเทศสิงคโปร์ เพื่อทดแทนเรือในชั้น County โดยเป็นเรือที่ถูกออกแบบและผลิตขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 สำหรับเรือในชั้นนี้มีทั้งหมด 5 ลำ 4 ลำเป็นของสิงคโปร์ และอีกลำ ก็คือ ร.ล.อ่างทองลำนี้

ภาพ ร.ล.อ่างทองภาพแรก ที่ได้ทำการบันทึกจากเฮลิคอปเตอร์ของไทย
เมื่อเรือลำนี้ขึ้นระวางประจำการในไทย ก็จะเรียกเรือลำนี้ว่าเป็นเรือในชั้น ร.ล.อ่างทอง ถ้าใครสงสัยเรื่องการเรียกชื่อ และการแบ่งชั้นของเรือ ให้ไปอ่านได้ที่เรื่อง Ship Class ครับ
วัตถุประสงค์ในการต่อเรือลำนี้ ก็เพื่อทดแทนเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่จำนวน 5 ลำ ซึ่งได้ปลดระวางประจำการไปแล้วหลายปี คือ ร.ล.อ่างทอง , ร.ล.ช้าง , ร.ล.พงัน , ร.ล.ลันตา และ ร.ล.พระทอง ซึ่งการปลดระวางประจำการเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ไปถึง 5 ลำ ทำให้ศักยภาพในการยกพลขึ้นบกของนาวิกโยธินไทยเราด้อยประสิทธิภาพลงไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีเรือเพียงพอที่จะทำการยกพลขึ้นบกของทหารนาวิกโยธินได้หลายกองพันในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะเป็นผลเสียอย่างมาก หากเกิดเหตุจำเป็นที่จะต้องยกพลขึ้นบกจริงๆ

กำลังพลส่วนหนึ่งของเรือ จัดแถวเป็นรูปหมายเลขเรือ 791
นอกจากนี้แล้ว เรือลำนี้ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งในภาวะสงบ ที่เราไม่ต้องรบกับใคร แต่ต้องสู้รบปรบมือกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว สึนามิ พายุ ซึ่งด้วยเรือลำนี้บวกกับ ร.ล.จักรีนฤเบศร , ร.ล.สิมิลัน , ร.ล.สีชัง และ ร.ล.สุรินทร์ จะทำให้เราสามารถช่วยเหลือในการอพยพผู้คนจากบนเกาะ และบนฝั่งที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่คือความหวังที่เราจะใช้เรือลำนี้เพื่อประโยชน์ของคนไทยครับ

สำหรับคุณลักษณะหรือสเป็คของเรือโดยคร่าวๆ มีดังนี้คือ เป็นเรือประเภทเรือรบ (สังเกตได้จากการที่เรือชักธงเกตุบริเวณเสาธงหัวเรือ) สังกัด กองเรือยกพลขึ้นบก และยุทธบริการ (กยบ.) หมายเลขเรือ 791 อยู่ในชั้น Endurance Class ตามแบบสากล และในชุด ร.ล.อ่างทอง ตามแบบไทย ระวางขับน้ำ 7,600 ตัน ความยาวตลอดลำ 141 เมตร ความกว้าง 21 เมตร

มีอาวุธประจำเรือที่สำคัญประกอบด้วย ปืน 76/62 มม. จำนวน 1 กระบอก ปืน 30 มม. จำนวน 2 กระบอก และปืน .50 นิ้ว จำนวน 6 กระบอก
มีดาดฟ้าและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการบิน มีอู่ลอยและ Tank Deck สำหรับเก็บยานสะเทินน้ำสะเทินบก หรือ AAV และรถยานเกราะล้อยาง มีเครนขนาด 20 ตัน และ 10 ตัน อย่างละ 1 ตัว มีห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์การประชุมสำหรับกำลังพล มีห้องพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้องทำฟัน ในลักษณะเดียวกับ ร.ล.จักรีนฤเบศร

เรือลำนี้มีกำลังพลประจำเรือ จำนวน 151 นาย และมีที่พัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับกำลังรบยกพลขึ้นบกจำนวน 360 นาย ฝ่ายอำนวยการ และกำลังพลจากหน่วยบิน จำนวน 30 นาย (ที่มา : http://www.navy.mi.th/sctr/navynews/2555/apr/nvn170455.php)

สำหรับชื่อ ร.ล.อ่างทอง นั้น ก็เช่นเดียวกับเรือหลวงลำอื่นๆ คือได้รับพระราชทานชื่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช โดยชื่อ อ่างทอง นี้ ได้ถูกตั้งเป็นชื่อเรือหลวงมาแล้วถึง 3 ลำ โดยลำแรกนั้นเดิมทีเป็นเรือพระที่นั่งชื่อ เรือพระที่นั่งมหาจักรี ลำที่สอง ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นเรือประเภทเรือยอร์ช ใช้เครื่องจักรไอน้ำชนิด 3 สูบ จำนวน 2 เครื่อง กำลังรวม 3,000 แรงม้า ที่ถอดมาจากเรือพระที่นั่งมหาจักรี ลำที่หนึ่ง และนำไปประกอบเข้ากับเรือที่ต่อที่ญีปุ่น ณ อู่คาวาซากิ เมืองโกเบ ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2461

ร.ล.อ่างทอง ลำที่ 1
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 8 (พ.ศ.2478) ได้ถูกปลดจากเรือพระที่นั่ง และได้นำมาใช้เป็นเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ เนื่องจากเวลานั้นไทยเรามีความต้องการ และได้เตรียมการที่จะมีเรือดำน้ำอยู่ก่อนแล้ว แต่ ร.ล.อ่างทองลำแรกนี้ ได้ถูกเครื่องบิน B-24 ทิ้งระเบิด และกระหน่ำยิงซ้ำด้วยปืนกล เสียหายอย่างหนักที่อ่าวสัตหีบ ในปี พ.ศ. 2488 พร้อมกับ ร.ล.อู่ทอง , ร.ล. ท่าจีน และเรือสุธาทิพย์ ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีเพียงเรือสุธาทิพย์เพียงลำเดียวที่อับปางลง เนื่องจากไม่ได้มีโครงสร้างแข็งแรงเหมือนเรือรบทั้งสามลำ แต่จากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ ร.ล.อ่างทองใช้การไม่ได้อีกต่อไป ต้องปลดระวางประจำการในที่สุด

ภาพถ่ายที่เชื่อว่าเป็นภาพของ ร.ล.อ่างทอง ที่ไฟกำลังลุกไหม้
ส่วน ร.ล.อ่างทอง ลำที่ 2 นั้นเป็นเรือประเภทเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ หมายเลข 711 ซึ่งเรือลำนี้เดิมทีคือเรือ USS LST-924 จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเรือที่อยู่ในชั้น LST-542 ต่อเมื่อปี พ.ศ. 2487 และได้เข้าร่วมปฏิบัติการในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทันที จนได้รับเหรียญกล้าหาญชั้น four battle star และได้ส่งมอบให้ไทยในปี พ.ศ. 2490 จนกระทั่งปลดประจำการเมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งรวมระยะเวลารับใช้ชาติไทยมาอย่างยาวนานถึง 59 ปีเลยทีเดียว

เรือ USS LST-924 ในสงครามโลกครั้งที 2

เรือหลวงอ่างทอง ลำที่ 2
สำหรับเรือหลวงอ่างทองลำที่ 3 นั้น เมื่อได้ขึ้นระวางประจำการแล้ว จะมีภารกิจอะไรต่อไปก็เป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราก็คงต้องคอยติดตามผลงานของเรือลำนี้กันต่อไปครับ แต่เชื่อแน่ว่าจะเป็นเรืออีกลำหนึ่งที่คุ้มค่ากับภาษีของพวกเราชาวไทย และจะทำประโยชน์ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศชาติต่อไปครับ

เรือหลวงอ่างทอง ลำที่ 3

ร.ล.อ่างทอง และ ร.ล.นราธิวาส กำลังแล่นขนาน
Tags: lpd, lst, กองทัพเรือ, ทหารเรือ, อ่างทอง, เรือช่วยรบ, เรือรบ, เรือหลวง





'bike cool!'




#1 By ปิยะ99 on 2012-04-19 11:56