ช่วงนี้ของปีที่แล้ว ผมเริ่มเป็นพ่อคนเป็นครั้งแรกครับ ตอนนั้นลูกผมอายุได้ 3 เดือนกว่าๆ เอง ตอนนั้นถือว่าเป็นพ่อมือใหม่ ซึ่งไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับลูกเลย ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นลูกมาถึง 30 ปีแล้ว มันน่าแปลกนะครับ ที่คนๆ หนึ่งที่ดำเนินชีวิตมา 30 ปีในสถานะลูก เมื่อถึงเวลาที่มีลูกเป็นของตัวเอง เรากลับไม่รู้เลยว่า เราจะต้องทำอย่างไรกับลูกบ้าง จะป้อนนมลูกอย่างไร จะอุ้มลูกท่าไหน จะจับลูกเรออย่างไร ห่อผ้าให้ลูกอย่างไร จะอาบน้ำก็ยังกลัว จะทายาแดงที่สะดือก็ยังประหม่า ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องใหม่ มีเรื่องให้กังวล และคิดเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเรื่อง โชคดีที่เรามีพ่อมีแม่ และคนรอบข้างที่เคยมีลูกมาก่อน คอยให้ความช่วยเหลือ จึงสามารถผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาได้อย่างราบรื่น (โชคดีด้วยที่ลูกเกิดมาแข็งแรง)

ในช่วงตั้งแต่ก่อนลูกเกิด จนถึงตอนที่ลูกโตมาจนถึงทุกวันนี้ก็ปีกว่าๆ แล้ว ผมได้ซึมซับการกระทำ อารมณ์ ความรู้สึก และความรู้ที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน ผ่านสายตาและหัวใจ ซึ่งอยากจะมาเล่าให้กับลูกๆ ทุกคนที่ยังไม่เคยเปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นพ่อหรือแม่ ว่าแท้จริงของต้นกำเนิดของเรานั้น มันไม่ได้กำเนิดและเติบโตมาตามธรรมชาติ แต่หากเบื้องหลังนั้น มีผู้ที่แลกทุกอย่างเพื่อให้ลูกเกิดและเติบโตมาอย่างสมบูรณ์พูนสุขที่สุดเท่าที่กำลังของเค้าคนนั้นจะทำได้ นั่นก็คือแม่

ช่วงที่ภรรยาผมท้องนั้น ช่วงที่แพ้ท้องเป็นช่วงที่แย่ที่สุดของเค้าและครอบครัว ภรรยาแพ้ท้องรุนแรงมาก ถึงขนาดที่ต้องเข้าโรงพยาบาล นอนให้น้ำเกลือและยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลือถึงสองอาทิตย์ เมื่อทานอะไรก็จะอาเจียนออกมาหมด และมีอาการปวดท้องเกือบตลอดทั้งวัน เวลาที่ภรรยาหลับได้นั้น เป็นช่วงที่ผมเบาใจมากที่สุด เพราะเมื่อตื่นขึ้นมาก็จะทรมานจากการปวดท้องและอาเจียน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการให้กำลังใจ นี่คือเบื้องแรกแห่งความเจ็บปวดของแม่ ที่แลกมาให้กับการที่ลูกได้เกิดมา

พอถึงช่วงที่เจ็บท้องคลอด ภรรยามีอาการเจ็บท้องเตือนในตอนเช้า ผมจึงพาภรรยาไปหาหมอตั้งแต่ 7 โมง เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอก็เตรียมตัวที่จะทำคลอด แต่ไม่ว่าจะปวดขนาดไหนปากมดลูกก็ไม่เปิด จนหมอตัดสินใจให้ยาเร่งคลอดในตอนเที่ยง เมื่อถึงตอนห้าโมงเย็น ภรรยาปวดท้องรุนแรงมาก แต่ปากมดลูกก็ยังเปิดไม่มากพอ หมอจึงตัดสินใจบล็อกหลังและผ่าคลอด นี่คือช่วงที่สองของการเจ็บปวดของแม่ที่ต้องรอคอยให้ลูกกำเนิดมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ช่วงที่ลูกคลอดออกมานั้น ภรรยาบอกว่า ได้ยินเสียงลูกร้อง และเห็นหน้าลูกแว่บหนึ่ง จากนั้นพยาบาลก็พาออกไป ลูกออกมาน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์จึงต้องอยู่ในห้องดูแลพิเศษ ยังไม่ได้มาพบหน้าแม่ เวลาผ่านไปสองวัน แม่จึงมีโอกาสได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก ช่วงเวลานั้นคงเป็นช่วงเวลาที่แม่ทรมานมากๆ กับการรอคอย

ช่วงที่แม่ให้นมลูก ผมถึงเพิ่งจะได้เข้าใจประโยคจากเพลง “ค่าน้ำนม” ที่บอกว่า “เลือดในอก ผสมกลั่นเป็นน้ำนม ให้ลูกดื่มกิน” เพราะทุกครั้งที่ลูกดูดนมแม่จะปวดร้าวไปทั้งทรวงอก รอยแผลที่ผ่าตัด ไปจนถึงมดลูก หมอบอกผมว่า มันเป็นอาการบีบรัดตัวของมดลูก ทำให้ทุกครั้งที่ลูกดื่มนมในช่วงแรกจะเจ็บมาก ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่ผมคิดเลยแม้แต่น้อย ว่าพอถึงเวลาแล้ว แม่ก็จะมีน้ำนมไหลออกมาให้ลูกดื่มได้ง่ายๆ อย่างนั้นเลย ซึ่งมันไม่ใช่เลย น้ำนมทุกหยดที่ลูกดื่มไปนั้น มันมากับความเจ็บปวดแทบทั้งสิ้น ซึ่งผมสามารถเห็นได้ผ่านสีหน้าของภรรยา แม้หลังๆ เค้าจะไม่พูดออกมาก็ตาม
 
และในช่วงแรกๆ ที่ลูกดูดนม หัวนมแม่จะแตก เพราะลูกยังดูดนมไม่เป็นทำให้งับเอาที่หัวนมแม่ตรงๆ ไม่ได้งับเข้าไปทั้งลานนม  ซึ่งจะทำให้เจ็บแสบมาก บางทีแตกมากถึงกับเลือดออก ผมเคยได้ยินมาว่าแม่บางคนเจ็บจนให้ลูกดูดนมไม่ได้กันเลยทีเดียว ต้องปั๊มนมใส่ขวดแล้วให้ลูกดูดจากขวดนม หรือป้อนทางแก้วแทน ภรรยาผมเองก็เป็นบ่อยๆ ทั้งตอนอาทิตย์แรกๆ และกลับมาที่บ้านแล้ว วิธีแก้ก็คือให้สลับข้างกันดูด แต่พอหลังๆ ลูกดูดเป็นแล้ว ก็จะไม่มีอาการนี้แล้ว

เนื่องจากผมไปๆ มาๆ อยู่ในแผนกสูติฯ เป็นอาทิตย์ๆ และเป็นคนที่ต้องพาลูกไปป้อนนมวัวจากห้องให้นม ในเวลาที่ภรรยาหลับ หรือปวดจนให้นมลูกไม่ไหว ทำให้รู้ว่า แม่บางคนก็แทบจะไม่มีน้ำนมให้ลูกพอดื่มเลย ซึ่งแม่ที่พูดนั้น ก็แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดใจที่ว่า ทำไมน้ำนมถึงไม่มีให้ลูกเห็น ด้วยหัวอกคนเป็นพ่อ ผมก็แทบจะร้องไห้ตามเลยทีเดียว แม้แต่เรื่องแค่นี้ แม่ก็โทษตัวเองเสียแล้ว

ช่วงที่ภรรยายังอยู่ในโรงพยาบาลกับลูก เป็นช่วงที่ผมสงสารเค้าเป็นที่สุด เพราะข้าวก็กินไม่ค่อยได้ ตักเข้าปากไปคำสองคำ ก็อาเจียนออกมาแล้ว นมลูกก็ต้องให้ ก็เลยทำให้อ่อนแรง ตัวผอมลงไปหลายกิโล ผิดกับคนที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ ที่น้ำหนักตัวจะขึ้น ไม่ลดลงง่ายๆ บ่อยครั้งที่เค้าบ่นกับผมว่าเจ็บปวดและท้อ แต่ผมก็ให้กำลังใจ และคอยพานั่งรถเข็นไปชมวิวนอกห้องนอนบ้าง พยายามยุให้ลองเดินออกกำลังกายบ้าง แต่เดินไปได้นิดหน่อยก็จะเป็นลม อะไรที่คิดว่ากินได้ง่าย ก็ไปหามาให้ ช่วงอาทิตย์แรก อาการดูเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลย แต่ในที่สุดก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้นมาตามลำดับ

ในช่วงเดือนแรก ภรรยาจะมีอาการที่เรียกว่า “นมคัด” บ่อยมาก ทั้งๆ ที่ลูกดื่มนมอยู่ทุกๆ 2-4 ชั่วโมง แต่ปริมาณน้ำนมที่ผลิตออกมาก็มากเกินกว่าที่ลูกจะกินหมด จึงต้องบีบเอานมออกมา เพื่อไม่ให้แม่เกิดอาการปวดที่ทรวงอก ซึ่งอาการนี้มันก็จะปวดร้าวไปทั้งเต้านมถึงแผ่นหลัง และถ้าคัดมากๆ ก็จะทำให้เป็นไข้ หนาวสั่นด้วย เหมือนคนที่ต่อมน้ำเหลืองอักเสบนั่นแหละ

เมื่อแผลผ่าตัดเริ่มหายดี มดลูกเริ่มกลับเข้าที่ (คนท้องตำแหน่งของมดลูกจะเคลื่อนลงมา และขนาดจะขยายขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของลูก และช่วยให้ลูกคลอดได้ง่ายขึ้น) อาการปวดท้องในเวลาที่ลูกดูดนมก็เริ่มลดลง แต่อาการคัดนมยังคงมีอยู่ตลอดเวลาที่ลูกไม่ได้ดูดนมนานๆ โดยเฉพาะช่วงที่ไปทำงาน ภรรยาผมต้องแอบไปบีบนมออกทิ้งเป็นระยะๆ และพอลูกฟันหน้าขึ้น ก็จะเริ่มดูดนมไป กัดหัวนมไป ซึ่งแม่ทุกคนจะต้องเจอครับ แต่ก็ต้องทนเจ็บไป บางคนก็บอกว่าให้บีบจมูกลูก ลูกจะได้ปล่อย แต่เท่าที่เห็น แม่ก็ทนให้ลูกกัดครับ เพราะสงสารลูกมากกว่าสงสารตัวเอง บางครั้งลูกก็เกิดนึกคึก นึกสนุก เอามือเอาเท้าฟาดตัวแม่ ลูกผมเป็นเด็กซน โดนบ่อยมากครับ ทั้งท้อง ทั้งหน้าอก ทั้งใบหน้า บางทีโดนหัวกระแทกเข้าจมูก เสยเข้าปลายคาง ก็ไม่เคยนึกโมโหลูกเลย

ตอนนี้ลูกผมขวบกว่าๆ แล้ว ติดแม่แจ และก็ยังคงดูดนมแม่อยู่ และร้องหานมแม่ในตอนกลางดึกทุกวัน เพราะนมแม่ยังไม่ยอมหมด ซึ่งภรรยาก็ยังมีอาการคัดนม และโดนลูกกัดหัวนมอยู่เหมือนเดิม

ตอนนี้ลูกน่ารัก เริ่มพูด เริ่มเดิน ติดแม่ ออดอ้อนร้องหาแม่ในตอนเย็นๆ อยู่ทุกวัน ตกกลางคืนก็ต้องนอนซุกอกแม่ และดูดนมจนหลับไป พอตื่นมากลางดึกก็ต้องให้แม่กอดจึงจะหลับได้ ภาพความสดใสน่ารักของลูก ความผูกพันของแม่กับลูก ภาพที่ลูกกอดแม่แล้วนอนหลับคาอก ภาพเหล่านี้คงเป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำของเราสองคนไปจนวันตาย ซึ่งมันก็คงจะมีให้เห็นแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ผมเข้าใจดีว่าเมื่อลูกโตขึ้น โดยเฉพาะลูกผู้ชายด้วยแล้ว ความออดอ้อนก็จะน้อยลงไปตามอายุของลูกที่มากขึ้น และเมื่อลูกโตขึ้น กว่าลูกจะเข้าใจคำว่า “ลูก” นั่นก็คือในวาระที่เค้ามีลูกเป็นของตัวเอง เหมือนกับที่ผมเป็นนี่แหละ

Comment

Comment:

Tweet

To be honest, I was impressed with the sense of one man 
telling the feelings of a mother, a lovely child. Family ?Congratulations

#15 By mobdro tv (125.16.0.230) on 2016-04-23 22:54

Being a parent is harder than I thought it very wrong. I just see it cry? as an encouragement to your little prince my family. Son very much.big smile

#14 By vidmatevideos (125.16.0.230) on 2016-04-23 22:45

คิดถึงแม่จุง
gclub
holiday palace

#13 By pimmy (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-03-26 03:12

ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะที่คุณแม่และน้องปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง น้องน่ารักจังค่ะ confused smile
เพิ่งรู้ว่าการเป็นแม่ต้องผ่านเรื่องเจ็บๆมาเยอะมากกว่าที่คิด อ่านแล้วคิดถึงแม่และย่าที่บ้านขึ้นมาเลยค่ะ ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดีๆนะคะ สุขสันต์วันแม่ค่ะ surprised smile Hot! Hot! Hot!

#12 By plariex on 2011-08-12 11:20

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

การเป็นแม่มันยากกว่าที่คิดไว้มากเลยนะคะ เล่าซะเห็นภาพเลยค่ะ cry เป็นกำลังใจให้ครอบครัวคุณเจ้าชายน้อยนะคะ ลูกชายน่ารักมากๆ เลยค่ะ big smile
สุขสันต์วันแม่ครับbig smile

#10 By on 2011-08-10 22:15

บอกตามตรงว่า ซึ้งค่ะ กับความรู้สึกของผู้ชายหนึ่งคน
ที่บอกเล่าผ่านความรู้สึกของคนเป็นแม่

ลูกน่าเกลียดน่าชัง ครอบครัวอบอุ่น
ยินดีด้วยน่ะค่ะ

Hot! Hot!

#9 By dowrun happy on 2011-08-10 22:07

ยาเร่งคลอดนี่ แม่คนไหนโดนเข้าไปนรกแตกทุกราย เราก็เจอ โคตรปวดน่ะ พูดได้ว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่พอมดลูกบีบตัวแล้วจะทนได้ มันทะลุขีดความอดทนไปแล้ว เพียงแต่มันยังหายใจได้ไม่ถึงกับขาดใจตายไปก่อนเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่า.. ทำไมกูปวดขนาดนั้นแล้วกูยังไม่ตายอีกวะ ฮ่าๆconfused smile
แหมอยากจะกด Like แม่ปันปราย แต่มันไม่มี

#7 By เจ้าชายน้อย on 2011-08-10 21:58

คุณชายก็เป็นคุณพ่อที่น่ารักมากๆนะคะ
สุขสันต์วันแม่ และขอให้มีความสุขทั้งครอบครัวค่ะ big smile

#6 By PunPrai on 2011-08-10 21:26

จริงๆ ก็มีบ่นตลอดแหละครับ แต่ก็ธรรมดาคนเจ็บอะนะ แต่ช่วงที่บ่นผมยังรู้สึกดีนะ อย่างน้อยก็ยังมีแรงบ่น แต่ตอนที่นิ่งๆ ไปแล้วทำหน้าตาทรมานนี่สิ แย่เลย

#5 By เจ้าชายน้อย on 2011-08-10 20:59

Hot! Hot!
คุรภรรยาของคุณชัยเป็นคุณแม่ที่เยี่ยมมากครับ ถึงจะเจอเรื่องทรมานตั้งแต่แพ้ท้อง ตอนตลอด หลังคลอด ก็สู้ยิบตา

คำว่า"แม่" คงอธิบายตัวของมันเองได้ดีที่สุดละ

#4 By มนุษย์กล่อง on 2011-08-10 20:56

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ซึ้งจนหาคำบรรยายไม่ได้ครับ นอกจาก เจ็ดดราก้อนบอล

#3 By Brandy Frisky on 2011-08-10 16:15

อ่านแล้วคิดถึงแม่ค่ะ

#2 By MamiLuv on 2011-08-10 15:51

เป็นสิ่งล้ำค่า
และช่วงเวลาล้ำค่าของชีวิตจริงๆ ค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#1 By เมพหมี shakri on 2011-08-10 13:35

Facebook