สวัสดีครับ เอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่แรกของปีที่เขียนอะไรจริงๆจังๆครับ ส่วนเอนทรี่ก่อนหน้านี้เป็นเอนทรี่กันตาย ที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่ายังอยู่นะ ไม่ได้ทิ้ง Exteen และคุณผู้อ่านไปไหน แม้ว่าการกระทำจริงๆ แล้ว จะไปสิงสถิตย์อยู่ใน Facebook ทุกวัน LOL (เหมือนหลายๆ คนในนี้แหละ เห็นๆ กันอยู่ 555)

เอาล่ะครับ ก็มาจริงจังบ้าง อะไรบ้างนะครับ เนื่องจากบล็อกนี้เป็นบล็อกที่ให้สาระ ดังนั้นเอนทรี่จริงจัง ก็ต้องเป็นเรื่องมีสาระแน่นอนครับ วันนี้ผมจะมารีวิว เน็ตบุ๊ค Samsung NF 208 ซึ่งเป็นเน็ตบุ๊คตัวล่าสุดของทาง Samsung กันครับ ก่อนอื่นเราไปดูสเป็คกันก่อนครับ

1. CPU ATOM N550 1.5 GHz

2. RAM 2 GB DDR3 667MHz (Max 2 GB)

3. Chipset NM10

4. กราฟฟิคชิป Intel GMA3150 แชร์แรม

5. จอ LED ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 600 pixels

6. Harddisk 320 GB

7. LAN , WLAN , Bluetooth , USB 3.0 3 Ports, กล้อง 1.3 MP , Slot SD Card MMC , VGA Out

8. Battery 6 Cells 6,600 mAh

*** ดูสเป็คและคุณสมบัติเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Samsung เลยครับ

ข้อดีของเน็ตบุ๊คตัวนี้นะครับ เมื่อดูที่สเป็คแล้ว จะเห็นได้ว่า ให้ของกันมาอย่างไม่กลัวค่ายอื่นขายไม่ออกกันเลยทีเดียว ผมบอกได้เลยว่า สเป็คนี้ ราคานี้ ดีไซน์แบบนี้ เล่นเอาค่ายอื่นหนาวไปตามๆ กันเลยทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าคนยังเคลือบแคลงสงสัยในแบรนด์นี้ ที่เพิ่งเป็นหน้าใหม่ในตลาดคอมพิวเตอร์

ถ้าจะให้เทียบสเป็คเครื่องในตลาด ณ ตอนนี้ ก็ต้องเทียบกับ Acer เน็ตบุ๊ครุ่นหนูนา (Asprie One Happy) และ Aspire One D255 (Acer สองรุ่นนี้สเป็คเหมือนกันหมด ต่างกันที่บอดี้และราคา) ที่สเป็คใกล้เคียงกันมาก  ซึ่งข้อแตกต่างกันของสองยี่ห้อนี้คือ

Asprie One Happy หรือ Acer รุ่นหนูนา

Aspire One D255

1. Acer จะได้ ระบบปฏิบัติการ Windows 7 Starter ของแท้ มูลค่าประมาณ 1,800 บาท (Windows 7 Starter ของแท้ ย้ำว่าของแท้นะ มีบางร้านตีมึนให้ของปลอมนะ เจอมาแล้ว ดังนั้นตรวจสอบให้ดีๆ นะ) กับ Android OS เป็น Dual OS ซึ่งผมบอกได้เลยว่าเป็นเหมือนน้ำจิ้ม เพราะถ้าเรามีความรู้ทางคอมพ์หน่อยนึง ก็สามารถมาลงเองได้ หรือให้ทางร้านลงให้ก็ได้ ส่วน Samsung จะได้ BIOS กับ DOS พร้อมแผ่น Driver สำหรับ Windows 7 แต่พูดง่ายๆ คือ ไม่ได้อะไรเลย เพราะใครมันจะใช้ DOS บ้าไปแล้ว แม่เจ้า!!!! แต่ตรงนี้จะว่าไปก็ไม่ใช่ปัญหาซะทีเดียว โดยเฉพาะกับคนไทย เพราะเราลงวินโดส์เถื่อนได้ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่ง และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องเป็นอย่างมากเลยครับ

2. Acer ตัวที่ออกมาล่าสุดจะอัพขนาดของฮาร์ดดิสก์ เป็น 500 GB แล้ว แต่ทาง Samsung ยังให้มาแค่ 320 GB ตรงนี้ ถ้าถามว่าราคาต่างกันเท่าไหร่ ก็น่าจะต่างกันสัก 1,500 บาทมั้งครับ เพราะ External Harddisk ขนาด 160 GB ก็ราคาประมาณนี้

3. Samsung ให้แบตเตอร์รี่ความจุ 6,600 mAh ส่วน Acer ให้ 4,800 mAh ซึ่งผมว่านี่เป็นส่วนต่างที่ค่อนข้างจะสำคัญเลยทีเดียว และเป็น Key Factor ที่ทำให้ผมเลือกเน็ตบุ๊คจาก Samsung ซึ่งแบตฯที่มีความจุมากกว่า หมายความว่าคุณจะสามารถทำงานได้นานขึ้น เมื่อไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ

แบตฯความจุ 6,600 mAh 6 Cells จริงๆ

4. ดีไซน์ ของ Acer จะมีให้เลือก 2 สไตล์ คือสไตล์เรียบหรู (D255) และน่ารักเหมาะกับสาวๆ เหมือนของหนูนา (Asprie One Happy) ส่วน Samsung จะออกแนวแฟชั่น หรู โฉบเฉี่ยว ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่คนชอบล่ะครับ มีข้อสังเกตนิดหน่อยคือ ด้วยแบตเตอร์รี่ที่มีความจุมากกว่าปกติของทาง Samsung ทำให้ตัวแบตฯ มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เวลาใส่แบตฯ ตัวเครื่องด้านหลังจะลอยขึ้นมาจากพื้นพอสมควร ข้อดีคือช่วยระบายความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดี เพราะมีทางไหลของอากาศใต้ตัวเครื่อง กับเวลาถือเครื่องด้วยมือเดียว มันจะเข้าล็อกในอุ้งมือพอดีครับ ทำให้จับได้มั่นคงขึ้น แต่กับมือเล็กๆ ของสาวๆ ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ ว่าจะกระชับมือเหมือนผู้ชายหรือเปล่า ส่วนข้อเสียคือทำให้ตัวเครื่องมันหนาขึ้นและหนักขึ้น อีกทั้งยังทำให้ตัวเครื่องไม่สมดุลย์ ขณะที่เปิดฝาใช้งาน อาจพลิกหงายไปด้านหลังได้ง่ายๆ ถ้ามีใครมาชน หรือผลักจากทางด้านหน้า (แต่ใครมันจะมาทำอย่างนั้นเล่า แต่ก็เตือนไว้ก่อนครับ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้)

แบตฯขนาดใหญ่ที่ทำให้ใต้เครื่องนูนขึ้นมาพอสมควร


เมื่อใส่แบตฯแบบนี้ เครื่องจะเสียศูนย์ไปนิดนึงครับ

5. Samsung ไม่แถมอะไรอย่างอื่น นอกจากที่ทางร้านจะสมนาคุณมาให้เป็นพิเศษ แต่ Acer แถม Anti-Virus Kaspersky แบบไลเซ็นส์ 1 ปี มูลค่า 690 บาท บวกประกันครอบจักรวาลอีก 1 ปี มูลค่า 3,500 บาท (มันครอบจักรวาลจริงๆ นะครับ คือประกันความบกพร่องจากการผลิต , อุบัติเหตุ , เครื่องหาย , โจรกรรม , ภัยพิบัติ และก่อการร้าย) แต่ของ Samsung จะให้ประกันเฉพาะความบกพร่องของชิ้นงาน 1 ปี

เมื่อคิดข้อแตกต่างทั้งหมดแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า Acer ใจป้ำกว่า เพราะให้ของแถมดีกว่า จริงๆ ต้องบอกว่า Samsung ไม่ให้อะไรเลย ถึงจะถูก 555 แต่ก็มีข้อด้อยคือ ให้แบตฯ ขนาดเล็กกว่า (แต่ก็เป็นมาตรฐานของเน็ตบุ๊ค) แต่ Samsung ให้แบตฯ ใหญ่กว่า ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับคนที่ทำงานนอกบ้าน และนอกที่ทำงานตลอดเวลา

อีกประการก็คือ ราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อย ราคาไม่รวม VAT ของ Acer อยู่ที่ 13,990 บาท (รุ่นหนูนา) และ 12,990 บาท (รุ่น D255)ของ Samsung อยู่ที่ 10,800 บาท ต่างกันประมาณ 2,000 - 3,000 บาท (อ้อ แต่ถ้ารวม VAT แล้ว Acer จะจ่าย VAT แพงกว่านะครับ อย่าลืมคิดถึง แต่ร้านส่วนใหญ่สมัยนี้ จะให้เราจ่าย 100 นึงแล้วฟรี VAT ครับ ลองหาดู ร้านแบบนี้มีเยอะ) เมื่อดีดลูกคิดแล้ว คิดยังงัย Acer ก็คุ้มกว่านะครับ ในแง่ของสเป็คและของแถมต่อหน่วยราคา แต่ถ้าวัดประสิทธิภาพ เรื่องของแบตฯอึด และดีไซน์ อันนี้ก็แล้วแต่ใจของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

อีกประเด็นคือ บางคนอาจจะบอกว่า Windows แท้นั้นไม่จำเป็น แถมตัวแท้ยังเป็นแค่ Starter ซึ่งถ้าไปลงเอง จะลง Home หรือ Professional ก็เลือกได้ ส่วนพวก Antivirus ก็ไม่แคร์อยู่แล้ว ใช้ของเถื่อนเหมือน Windows โลด ประกันก็คิดว่าบางทีอาจจะไม่ได้ใช้ก็ได้ สู้ประหยัด 3,000 บาทไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า อันนี้ก็แล้วแต่คนจะคิดนะครับ ต้องตัดสินใจกันเอง

เอาล่ะครับ เนื่องจากว่าผมไม่ได้ซื้อ Acer มาอีกเครื่อง ดังนั้น ผมจึงไม่สามารถรีวิว หรือบอกข้อดีข้อเสียอื่นๆ ของเครื่อง Acer ได้นอกจากที่วิจารณ์ไปแล้วข้างบน แต่ผมก็มั่นใจว่า Acer น่าจะทำได้ดีครับ เพราะตัวเองเป็นสาวก Acer อยู่ ใช้แล็ปท็อปของ Acer มาสองตัวแล้ว ^^ ก็มั่นใจครับว่า เน็ตบุ๊คของ Acer จะให้ประสบการณ์การใช้ที่น่าประทับใจ แต่ที่ตัวเองตัดสินใจซื้อ Samsung เพราะ 1. แบตฯ อึดที่สุดในท้องตลาดตอนนี้  2. งบฯ น้อยได้แค่ Samsung แค่นั้นแหละ และ 3. ดีไซน์สวยโดนใจ

เอาล่ะครับ  เมื่อดูสเป็คกันไปแล้ว ทีนี้มาดูเรื่องการใช้งานกันต่อดีกว่า

เริ่มแรกเลย ตัวแพ็คเกจ ไม่มีอะไรให้น่าประทับใจทั้งสิ้น เพราะเป็นกล่องธรรมด๊า ธรรมดา หูหิ้วยังไม่มีเลย ด้านในมีฟองน้ำบุกันกระแทกมาให้ 2 ชิ้น ซึ่งผมสาบานเลยว่า มันไม่สามารถกันอะไรได้เลย ถ้ามันตกลงมากระแทก อันนี้เห็นควร Samsung ปรับปรุงสักนิดเถอะ

ของที่มาในกล่อง ประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง แบตเตอรี่ อะแดปเตอร์ แผ่นไดรเวอร์ คู่มือภาษาไทย และใบรับประกัน มีแค่นี้จริงๆ ครับ ไม่ต้องไปพลิกหาอย่างอื่นเพิ่มเติม

เมื่อตอนซื้อเครื่อง ถ้าเราไม่มีความสามารถในการลง OS หรือระบบปฏิบัติการเองได้ ก็สามารถให้ทางร้านที่เราซื้อมาลงให้ได้ครับ ไม่มีอะไรมากมาย หรือแปลกใหม่แต่อย่างใด แต่ถ้าเราต้องลงเอง ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง พร้อม Thumb Drive , SD Card , External Harddisk หรือ External DVD อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะว่าเจ้าเน็ตบุ๊คมันไม่มีเครื่องอ่าน DVD หรือ CD ให้มาด้วย ดังนั้น ต้องขวนขวายหามาเองครับ

สำหรับผม ผมเลือกที่จะมาลงเอง โดยไม่ต้องอาศัย External DVD ใช้แค่คอมพ์เครื่องหนึ่งกับ Thumb Drive หนึ่งอัน แต่จะขอข้าม ไม่อธิบายนะครับว่าลงยังงัย ถ้าใครสนใจ อยากจะลองลงเองดูบ้าง ก็ศึกษาจากในเน็ต หรือจะให้ผมเขียนเป็นเอนทรี่ก็รีเควสกันเข้ามาได้นะครับ ถ้ามีคนสนใจมากพอ ก็จะเขียนให้ครับ

ที่ผมจะมาเล่าต่อก็คือ ประสบการณ์การใช้งานเครื่องบน Ubuntu และ Windows 7 ครับ ซึ่งทั้งสอง OS ให้ประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว ใครขี้เกียจอ่านจะข้ามไปก็ได้นะครับ ผมขอสรุปไว้ตรงนี้ว่า ถ้าคุณไม่ใช่คนเก่งคอมพ์ ลง Windows 7 ไปเถอะ หรือต่อให้เก่งก็ไม่ต้องลองลง Ubuntu หรอกครับ เพราะไดรเวอร์มันไม่ support Ubuntu ลงไปก็เหนื่อยใจเปล่าครับ

ตอนที่ผมลง Ubuntu ครั้งแรกนั้น ผมเลือกลง Ubuntu Netbook Edition ก่อนเลย ซึ่งเมื่อลงแล้วก็พบว่า Interface ของมันเรียบง่ายและน่าใช้ เหมาะสมกับการใช้งานที่ใช้แค่เล่นเน็ต พิมพ์งาน และฟังเพลงของผมมากเลย แต่ปัญหาของมันอยู่ที่ว่ามันไม่รับกับฮาร์ดแวร์สักเท่าไหร่ เบื้องต้นคือ หน้าจอมันปรับความสว่างมาต่ำสุด ก็คือค่อนข้างมืด และไม่สามารถปรับได้ รวมถึงปุ่ม Fn ต่างๆ ก็ใช้ได้ไม่ครบ แถมปุ่มไหนที่ใช้ไม่ได้ ถ้ากดไป