ไม่บ่อยครั้งนักที่ผมจะนำ Forward Mail มาอัพบล็อก แต่เห็นอันนี้แล้วอดไม่ได้จริง ๆ สาเหตุก็เพราะว่า Forward Mail อันนี้มันน่าทึ่ง และคิดว่า อาจจะไม่ได้รับกันหลายคน เพราะไม่ใช่ภาพทีคนชอบส่งต่อกัน อีกทั้งบางคนอาจจะเห็นแล้วงง ว่ามันหมายความว่าอย่างไร หรือมันคืออะไร ก็เลยอยากจะเอารูปแต่ละรูปมาขยายความ จะได้หายสงสัยกันครับ

Forward Mail ที่ผมพูดถึงนี้ก็คือ การฝึกซ้อมสวนสนามของกองทัพของจีน ในงานเฉลิมฉลองวันชาติ 60 ปี ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2551

ก่อนที่เราจะไปดูรูปการฝึกซ้อมของพวกเค้า เราไปดูคลิปการสวนสนามของเค้าก่อนดีกว่า ว่ามันสุดยอดอย่างไร หรือถ้าใครชมคลิปไม่ได้ ก็ดูรูปเอาก็แล้วกันนะครับ

นี่แค่ตอนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ใครอยากดูเต็ม ๆ ให้ไปไล่เปิดดูตามลิงค์นี้เลยครับ Chinese Parade Clips

ใครที่ได้เห็นแล้วก็คงจะทึ่ง ถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยและพร้อมเพรียงกันของกำลังพลสวนสนามของเค้านะครับ ซึ่งความสวยงามของการสวนสนามในครั้งนี้ สามารถแยกออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้ครับ

  1. ส่วนสูงของกำลังพลแต่ละกองร้อย กองพันนั้น จะเห็นได้ว่าส่วนสูงและขนาดลำตัวเท่ากันแบบเป๊ะ ๆ
  2. ความพร้อมเพรียง ทั้งการฟันมือ การก้าวเท้า การหันหน้า
  3. ระดับของการฟันมือ ยกขา หันหน้า ระยะห่างของช่วงตัว ช่วงแขน ช่วงขา เท่ากันไปหมด
  4. ความสง่าผ่าเผย ผึ่งผาย ยืนและเดินได้สมเป็นทหาร
  5. ยืนได้ตรงแหนว แทบไม่กระดุกกระดิก ไม่มียุกยิกให้เห็นเลย
  6. ความเข้มแข็งของท่าทางที่แสดงออก

ซึ่งกว่าจะทำได้ขนาดนี้ ก็ต้องผ่านการคัดเลือกกำลังพลเป็นอย่างดี และการฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งการฝึกของพวกเค้าจะหนักขนาดไหน Forward Mail ฉบับนี้มีคำตอบครับ

ขั้นแรกก็ต้องทำการคัดเลือกคน ที่มีความสูงเท่า ๆ กัน ช่วงอก ความยาวลำตัว แขน ขา ยาวเท่า ๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ยากเกินไปนักสำหรับประเทศจีนซึ่งมีประชากรมากกว่าพันล้านคน

ในการคัดเลือกก็จะต้องมีการวัดขนาดตัวกันอย่างละเอียด โดยวิธีการที่ใช้กันเป็นสากลก็คือ การใช้เชือกขึงไปตามยาว เพื่อวัดส่วนสูงของทุกคน ให้ได้เท่า ๆ กัน

นอกจากส่วนสูงที่ต้องเท่ากันแล้ว ช่วงคอ ศีรษะ หน้าอก ก็ต้องมีขนาดเท่า ๆ กัน เพื่อเพิ่มความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เวลาวัดก็ต้องให้ตัวตรง หลังตึง อกผายไหล่ผึ่ง เพื่อให้การวัดออกมาจะได้เท่ากันจริง ๆ เลยต้องวางหมวกกลับด้านไว้อย่างนั้น เพื่อให้ศีรษะประคองหมวกไว้ไม่ให้หล่น

เมื่อได้กองร้อยที่มีแต่คนที่มีรูปร่างเท่า ๆ กันแล้ว ก็ต้องจัดแถว เว้นช่องห่าง ให้เท่า ๆ กัน เริ่มจากวัดช่องว่างระหว่างกึ่งกลางลำตัวอีกคนถึงอีกคน ต้องเท่า ๆ กัน

ด้านหน้า ช่วงจมูกคนหนึ่งถึงอีกคนหนึ่งก็ต้องเท่ากัน

เมื่อร่างกายทางกายภาพ การจัดช่องไฟต่าง ๆ เท่ากันแล้ว เมื่อสวมเครื่องแบบก็ต้องเท่ากันด้วย ไม่งั้นออกมาก็ดูไม่สวยอยู่ดี 

เมื่อสวมหมวกแล้ว แถบสีขาว หน้าหมวก ต้องให้ได้อยู่ในแนวระดับเดียวกัน (จริง ๆ อยากจะบอกว่า ขนาดแนวหน้าออกยังเท่ากันเลยอ่ะ ไม่มีใครล้ำหน้าสักคน :)

แนวหมวกเหล็ก สายรัดคางต้องได้ระดับเดียวกัน อยู่ในแนวคางเหมือนกัน ไม่ล้ำขึ้นมาเหนือคางเกินไป หรือหล่นไปแถวคอ

เมื่อได้คนแล้ว ก็มาถึงการฝึก

ทีนี้ในเวลาที่ทำท่าต่าง ๆ ก็ต้องอยู่ในแนวเดียวกันเหมือนกัน ในรูปข้างล่างนี้ เค้าเรียกว่าการแล เมื่อทำการแล หรือหันหน้าไปแล้ว แนวของใบหน้าต้องไปทางเดียวกัน

การเตะเท้า หรือก้าวเท้าออกไป ต้องก้าวไปเป็นระยะเท่า ๆ กัน เมื่อเท้าลงแตะพื้น แนวส้นเท้าต้องลงถึงพื้นเท่ากันเป๊ะ ๆ

เวลายกขาในขณะก้าวเดิน จะต้องไม่ยกขาสูงหรือเตี้ยเกินไป ออกมาแล้วต้องได้แนวระดับเดียวกันพอดี

ไม่เว้นแม้แต่วงโยธวาทิต แนวของเครื่องเป่า ก็ต้องเท่ากันด้วย

เพื่อให้รู้ว่าอกผายไหล่ผึ่ง เป็นอย่างไร จึงต้องเอาไม้กางเขนมาดัดหลังไว้แบบนี้ สำหรับการฝึกของไทยจะใช้มือขัดหลัง ในลักษณะเหมือนการกอดอกแต่ไม่ได้กอดด้านหน้า ไปกอดด้านหลังแทน

อันนี้ไม่แน่ใจมากนัก แต่ท่าทางว่าจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เวลายกแขนขึ้นมาแล้ว ระยะห่างระหว่างท่อนแขนกับหน้าท้องจะได้ห่างเท่า ๆ กัน โดยอีกฟากหนึ่งของเหล็กจะยันไว้กับหน้าท้อง

เวลายืนตรง ทหารต้องนำมือแนบข้างลำตัวให้สนิท จะมีช่องว่างไว้ไม่ได้ วิธีการนี้ ทหารจีนเค้าใช้ไพ่ให้ทหารหนีบเอาไว้ครับ ส่วนทหารไทยจะใช้หมวกหนีบ ตลอดช่วงการฝึกต้องหนีบเอาไว้ไม่ให้หล่นลงมา

และเพื่อเพิ่มพลังขา เวลาต้องยืนและเดินนาน ๆ จะได้ไม่มีอาการเข่าอ่อนไปเสียก่อน จึงต้องเพิ่มกล้ามเนื้อขาด้วยถุงทราย ซึ่งดูจากขนาดแล้ว คงประมาณ 3 กก. เป็นอย่างน้อย

การฝึกนั้นเหน็ดเหนื่อยสาหัสสากัณฑ์สากรรจ์ขนาดไหน ดูเหงื่อที่ไหลโทรมกายเอาเองครับ

เหงื่อออกเยอะถึงขนาดบิดออกมาไหลเป็นทาง

เครื่องแบบเปียกเกือบทั้งตัว ส่วนภาพทางด้านขวา เป็นการฝึกให้คอและศีรษะตั้งตรง โดยการวางขันน้ำไว้บนหัว วิธีการเหมือนหลวงจีนเส้าหลินเลย

เหงื่อไคลไหลย้อยแล้วย้อยอีก ย้อยจนแห้งเป็นคราบขี้เกลือเกรอะกรังอยู่ตามเสื่้อ

 

ระยะเวลา และความถี่ในการฝึก ยาวนานและถี่แค่ไหน ลองดูจากผิวพวกเค้าดูครับ จากผิวขาว ๆ คล้ำได้ขนาดนี้ ฝึกเป็นเดือนแน่ ๆ