The Temperature is too high

posted on 15 Oct 2009 20:01 by zedth in No-Category directory Idea

สวัสดีวัน Blog Action Day ครับ วันนี้เป็นการอัพเอนทรี่เฉพาะกิจ เพื่อร่วมแสดงเจตจำนง ว่าผมเองก็ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลก ได้ตระหนักถึงภาวะโลกร้อน ที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกของเราในขณะนี้

ผมไม่รู้ว่า ภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น พายุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แผ่นดินไหว สึนามิ หรือว่ามันเป็นแค่การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเพียงเท่านั้น แต่ไม่ว่าสาเหตุมันจะเกิดจากอะไรก็ตามแต่ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดได้ คือ เรากำลังทำร้ายโลกของเราอยู่ทุกวัน จากการดำรงชีวิตของเราเอง และเรากำลังเบียดเบียนความสุข แย่งชิงทรัพยากรในอนาคตซึ่งเป็นของลูกหลานของเรามาใช้ และในวันข้างหน้า เค้าจะเหลืออะไรให้ใช้กัน

ประสบการณ์ตรงของผมเมื่อครั้งที่ทำงานอยู่บนเรือ ที่ทำให้ผมรู้สึกได้จริง ๆ เลยว่าโลกกำลังร้อนขึ้น  ก็คือการที่ผมได้เฝ้าสังเกต ปูม[1]ของเครื่องจักรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเรือ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรับอากาศ , เครื่องจักรใหญ่ , เครื่องไฟฟ้า , เครื่องทำความเย็น ฯลฯ

เพราะเครื่องจักรเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ใช้น้ำทะเลในการหล่อเย็น ระบายความร้อนออกจากตัวมันเองทั้งนั้น ดังนั้นในปูมจึงต้องมีช่องอยู่ช่องหนึ่ง สำหรับจดบันทึกอุณหภูมิของน้ำทะเลก่อนเข้าเครื่องจักร ซึ่งตั้งแต่ปีที่ผมลงเรือใหม่ ๆ ประมาณ ปี 45-46 อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของน้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยจะอยู่ที่ประมาณ 27-28 องศาเซลเซียส แต่ ณ ปี 50-51 อุณหภูมิเพิ่มขึ้นมาประมาณ 1 องศา อยู่ที่ประมาณ 28-29 องศาเซลเซียส

ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลนี้ ก็ได้มีนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา ๆ ว่าจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งอื่น ๆ อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ฝนที่จะตกหนักขึ้น 6% , ความรุนแรงของพายุจะเพิ่มขึ้น , ระดับน้ำทะเลที่จะเพิ่มสูงขึ้น จากการขยายตัวของน้ำทะเล และการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไปกระทบต่อสิ่งอื่น ๆ อีกเป็นทอด ๆ เช่น การที่แพลงตอนเพิ่มมากขึ้นในมหาสมุทรหรือทะเลบางแห่ง , การที่น้ำเค็มหนุนเข้ามาในเขตที่เป็นน้ำจืดมากขึ้น ทำให้ระบบนิเวศน์บริเวณนั้นเปลี่ยนไป , การที่พื้นที่ชายฝั่งลดหายไป ทำให้รูปแบบของการทำมาหากินบริเวณชายฝั่งเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะกระทบต่อสิ่งอื่น ๆ ต่อไปอีกเป็นทอด ๆ โดยไม่รู้ที่จะไปจบที่ใด คล้าย ๆ กับ ทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีก ทีกล่าวกันว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

และจากผลกระทบที่ส่งกันมาเป็นทอด ๆ นี้ ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวพันกับการที่ ฝูงโลมากลุ่มหนึ่งในบริเวณ อ่าวสัตหีบ หายไปหรือไม่ ซึ่งเมื่อก่อนนี้ ในตอนพระอาทิตย์อัสดง ผมมักจะเห็นปลาโลมาอย่างน้อยสองตัว มากระโดดโลดเต้นเล่นน้ำ อยู่ใกล้ ๆ กับเรือ บริเวณท่าเรือจุกเสม็ด ที่จอดเรือหลวงจักรีนฤเบศรเสมอ

หรือกรณีที่ปลาบิน หายไปจากท้องทะเลไทย เมื่อก่อนนี้เวลาฝึกภาคทะเล แถว ๆ ทะเลใกล้ ๆ สงขลา ผมมักจะเห็นปลาบิน กระโดดขึ้นจากน้ำ และโบยบินอยู่ในอากาศข้าง ๆ เรือที่กำลังแล่นอยู่เสมอ หรือบางทีก็กระโดดเพลินจนขึ้นมานอนแอ้งแม้งอยู่บนดาดฟ้าเรือก็มี แต่มาเดี๋ยวนี้ ผมแทบจะไม่เห็นพวกมันอีกแล้ว ไปเห็นอีกที ก็ในน่านน้ำต่างประเทศโน่น

หรือแม้กระทั่ง ปะการังสีทองที่ผุดขึ้นมาให้เห็นในอ่าวสัตหีบ ก็เป็นผลกระทบของความเสื่อมโทรมของท้องทะเลไทย ที่ก็อาจจะเป็นผลพวงมาจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของท้องทะเลอีกทีก็ได้

ทั้งหมดนี้ มันคือความเปลี่ยนแปลงที่ผมเห็น และสังเกตได้จริง ๆ  แม้ว่าในวันนี้ เราอาจจะไม่รู้แน่ชัดว่า อะไรทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นกันแน่ เพราะมีหลายทฤษฎีเกิดขึ้นมาสนับสนุน บ้างก็ว่า เป็นเพราะปริมาณคาร์บอนที่เพิ่มสูงขึ้นตามธรรมชาติ บ้างก็เป็นวงรอบของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ บ้างก็เพราะว่าเราเร่งใช้ทรัพยากรมากเกินไป

แต่ไม่ว่า ตัวการที่ทำให้โลกร้อนนั้นคืออะไร จะเป็นมนุษย์หรือไม่ เรื่องนั้นเราปล่อยให้นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงและหาคำตอบกันไปดีกว่า ส่วนเรา ๆ ท่าน ๆ ในเมื่อเราไม่แน่ใจว่า คือพวกเราหรือเปล่า ที่ทำให้โลกร้อนขึ้น สู้เรามาหยุดพฤติกรรมที่จะทำให้โลกร้อนเสียตั้งแต่วันนี้ดีกว่า ที่จะรอให้สรุปแน่ชัดว่าเป็นเรา แล้วถึงจะค่อยลงมือทำ เมื่อถึงตอนนั้น มันอาจจะสายเกินแก้แล้วก็ได้

รักษ์โลกให้มาก รักกันให้มากครับ

อ้างอิง

  1.  ปูม , สมุดปูม (Log) คือ สมุดบันทึกสำหรับใช้บันทึกเหตุการณ์ , ค่าการทำงานของเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องจักรใหญ่ (Main Engine) , เครื่องไฟฟ้า (Diesel Generator) , ไยโร (Gyro) , บันทึกการเดินทางของเรือ หรือ อากาศยาน 

Comment

Comment: