โอบามาวาจา เป็นทั้งหนังสืออ่าน และหนังสือเสียง เนื่องจากว่า เป็นหนังสือที่รวบรวมสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน ที่แถม CD บันทึกเสียงสุนทรพจน์จริง ๆ ของเค้าเอาไว้ด้วย จึงนำมาอ่านก็ได้ นำมาฟังก็ดี

ข้อดีของหนังสือเล่มนี้ก็คือ เป็นหนังสือสองภาษา ที่ถอดคำแปลเป็นภาษาไทยแบบประโยคต่อประโยค และสามารถแปลได้ดี เพราะอยู่ในความดูแลของคุณ แอนดรู บิ๊กส์ พิธีกร นักเขียน ชื่อดัง แถมยังมีเสียงของ บารัค โอบามา ให้ฟังอีกด้วย 

ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเป็นแบบเรียนภาษาอังกฤษที่ดี สามารถช่วยยกระดับการอ่าน , การแปล , การฟัง และการพูด ได้เป็นอย่างดี  เรียกได้ว่าครบทั้งสี่ทักษะทางด้านภาษาเลยทีเดียว

โดยเฉพาะทางด้านการฟัง เราจะได้ฟังการออกเสียงภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ที่ค่อนข้างที่จะถูกต้อง จากเจ้าของภาษา ที่เป็นนักพูดที่ผู้คนยกย่องกันว่าพูดดีเสียด้วย และเราจะได้ยินคำพูดที่ถูกต้องของศัพท์หลาย ๆ คำที่เราคนไทยอ่านผิดกันเสมอ แล้วก็ทำหน้างง เวลาที่ฝรั่งทำหน้างงใส่เราอีก อย่างเช่นคำว่า Value ,คำที่มี th ทั้งหลาย , คำที่เค้าไม่ออกเสียง s แต่เราก็ชอบใส่เข้าไปจังเลย และคำอีกหลาย ๆ คำ หลาย ๆ รูปแบบครับ

พูดถึงประธานาธิบดี บารัค โอบามา แล้ว ต้องยอมรับเลยว่า เค้าเป็นนักพูด และนักใช้ภาษาที่เยี่ยมยอดมาก ทุกคำพูดที่เค้าพูด ตรงตามลักษณะของการพูดในที่สาธารณะที่ดี น้ำเสียงชัดเจน นุ่มน่าฟัง มีการเน้นเสียงในจุดที่ต้องเน้นย้ำ มีการแบ่งวรรคตอนที่ดี รู้จังหวะว่า ช่วงไหนควรหยุดเพื่อดึงความสนใจผู้ฟัง ตรงไหนควรพูดไปเร็ว ๆ เพื่อรักษาเวลา ถ้าจะศึกษาเรื่องการพูด บารัค โอบามา คือตัวเลือกที่ดีคนหนึ่งครับ

ทางด้านคำกล่าวสุนทรพจน์ก็เช่นกัน เค้าเลือกคำง่าย ๆ แต่เข้าถึงและกินใจคน ในหลาย ๆ ระดับ การเรียบเรียงประโยค ลำดับเรื่องราวได้น่าสนใจ และเป็นประเด็นที่ถูกใจอเมริกันชนอย่างมาก เรียกว่าจี้ตรงจุดเลยก็ว่าได้

เราอาจจะคิดว่า สุนทรพจน์ของพวกผู้ใหญ่นั้น จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาเป็นผู้เขียนให้ นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ เพราะว่าผู้ใหญ่ทั้งหลาย มีเวลาจำกัด แต่ผู้ใหญ่ที่มีความคิด จะไม่ใช้คำกล่าวนั้นทั้งหมด หรือเขียนอะไรมาก็อ่านไปอย่างนั้น แต่เค้าจะอ่านก่อนอย่างน้อยหนึ่งรอบ และปรับบทให้เข้ากับตัวเอง เพราะงานเขียนของใครก็ตาม ก็จะสะท้อนความคิดของผู้เขียน แม้จะพยายามปรับให้เข้ากับผู้ที่จะพูดมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นตัวตนของผู้ที่จะพูด 100% เมื่อพูดอะไรออกไปที่ไม่ใช่ตัวเองแล้ว คนฟังเค้ารู้ครับ ดังนั้น ผู้ใหญ่ที่มีความคิดทั้งหลายก็จะทำอย่างที่บอกไว้ข้างต้น

สำหรับในกรณีของ บารัค โอบามา นั้น มีคนเขียนสุนทรพจน์ให้ ชื่อ จอน หรือ โจนาธาน ฟาฟโร (Jonathan Favreau) วัย 27 ปี หรือ ฟาฟส์ เป็น หัวหน้าทีมเขียนสุนทรพจน์ให้โอบามา และนับเป็นหัวหน้าทีมเขียนสุนทรพจน์ให้ประธานาธิบดี ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของทำเนียบขาวเลย (อ้างอิง : comment ของคุณ Catch Me If You Can) ซึ่งก็คงต้องมีการวางโครงเรื่องให้ผู้เขียน แล้วตรวจสอบอีกหลายรอบ กว่าจะได้ออกมาอย่างที่ได้ฟังกัน และที่สำคัญ เค้าคงผ่านการฝึกซ้อมพูดมาแล้วหลายครั้ง และพูดต่อหน้าสาธารณชนมามากมาย และยาวนานต่อเนื่อง

และเมื่อเราศึกษาลึกลงไปมากกว่า การมุ่งไปทางด้านภาษา เราจะพบกับปรัชญา และแนวคิดหลากหลายจากผู้นำคนสำคัญของโลกคนนี้ เช่น ความคิดในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เปลี่ยนแปลงความคิดโบราณคร่ำครึ ที่ฝังหัวชาวอเมริกัน ด้วยคำง่าย ๆ สั้น ๆ อย่าง Change และประโยค Yes , We can ; ความคิดที่ว่าคนทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นคนขาว หรือ ดำ , คุณจะมี หรือ จะจน , คุณจะมีเชื้อสา่ยละติน หรือเอเชีย นั่นไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือ คุณคือชนชาวอเมริกัน; ความคิดเรื่องรัฐที่ดี ต้องจัดหาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้กับประชาชน ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างไร้ความกังวล ประชาชนต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐ ได้รับการบริการทางการแพทย์ที่เท่าเทียม ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย ก็สามารถศึกษาในสถาบันของรัฐที่มีชื่อเสียงได้

การศึกษาจากตัวอย่าง เป็นอีกวิธีหนึ่งของการเรียนรู้ ที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด หนังสือเล่มนี้ก็เปรียบเสมือน ตัวอย่างที่ดี ทางด้านภาษา ด้านการพูดในที่สาธารณะ และด้านหลักปรัชญาของผู้นำ ที่น่าศึกษาอีกตัวอย่างหนึ่งครับ

ข้อมูล

บรรณาธิการ :  อนุตรา อึ้งสุประเสริฐ
ISBN : 9786119007406
Barcode : 9786119007406
ครั้งที่/ปีพิมพ์ : 1 / 2552
ขนาด (w x h) : 145 x 210 mm.
ปก/จำนวนหน้า : ปกอ่อน / 255 หน้า
ราคาปกติ : 250.00 บาท 

ลิงค์มีประโยชน์

Comment

Comment:

Tweet

บุคคลท่านนี้ นับว่าเป็นยอดบุรุษแห่งยุคนี้ทีเดียว
การขึ้นเป็นผู้นำผิวสี ทำให้รู้สึกได้ถึงการมีอิสระทางความคิด การไม่แบ่งแยกสีและเชื้อชาติ ของชนชาวเมกันได้ดีทีเดียว

#17 By จั่นเจา on 2009-06-26 07:48

ChAnge ดังไปทั่วเลยคำนี้ sad smile

แบบนี้น่าอ่านจริงๆ เลย

#16 By iTualek on 2009-06-25 23:59

น่าอ่าน และน่าฟังจริงๆ ครับ big smile

#15 By Googigg on 2009-06-25 17:18

น่าสนใจ ปกติได้ยินแต่ชื่อ และประวัติเขาครับ แต่ไม่เคยฟังเขาพูดจริงๆจังๆเลย

แต่จะแก้ ศก ได้จริงหรือเปล่าอีกเรื่อง เรื่องอุ้ม GM นี่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเชียว

#14 By Shuu Exteen on 2009-06-25 15:58

น่าลองหาอ่านดูแฮะ
คนที่เขียนสคริปนี่เก่งจริงๆค่ะ

ประกอบกับโอบาม่ามีบุคลิกที่น่าเชื่อถือด้วยbig smile

#12 By คุณบิ๋ม on 2009-06-25 14:46

ผมชอบลักษณะการพูดของโอบามานะครับ เคยดูข่าวตอนที่เค้าหาเสียงตอนนั้นก็ชอบลักษณะการพูดของเค้าเลยแทบจะทันที (ทั้งๆ ที่ฟังก็ไม่รู้เรื่องหรอกว่าเค้าพูดอะไร) ท่วงท่าของเค้าดูน่าเชื่อถือดีน่ะครับ confused smile

#11 By Nai Cookies on 2009-06-25 14:06

Hot! big smile

#10 By Krai W. on 2009-06-25 13:39

ตอบคุณแพนด้าครับ

Related Link เป็นลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ภายในบล็อกของผมเองครับ

แต่ถ้าเป็นนอกบล็อก จะใ้ช้ อ้างถึง , หรือที่มา ในกรณีที่นำข้อความ หรือความรู้มาจากที่นั้น

ส่วนในกรณีของ ลิงค์มีประโยชน์ ผมจะแทรกไว้เพื่อให้ไปอ่านเพิ่มเติมครับ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะบอกว่า อ่านเพิ่มเติมก็ได้ครับ

------------------------------------

เอนทรี่เมื่อวาน กับ เมื่อสองวันก่อน ไม่ค่อยมีคนเม้นต์เลย อยากรู้จังว่าไปอ่านกันบ้างหรือเปล่า เห็นคอมเม้นต์แล้วหดหู่ อุตส่าห์ตั้งใจเขียน

#9 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-25 13:17

โอบามาฉลาดในการเลือกใช้คำ เนื้อหา หรือเรื่องราวที่ทำให้มวลชนรู้สึกว่าตัวเอง "มีส่วนร่วม" น่ะค่ะ มันเลยจับหัวใจคนได้ สปีชที่ดีในสมัยก่อนคือทำให้คนคล้อยตาม ว่าผู้พูดจะทำ จะสร้าง จะบันดาลนั่นนี่โน่น แต่หมดยุคแล้วค่ะ คนสมัยนี้มีสิทธิ์ในการคิดที่เท่าเทียมมากขึ้น ในความแตกต่างของฐานะ แต่ด้านความคิดเท่าเทียมขึ้นมากจริงๆ

โอบามาเลยใช้สปีชในลักษณะของ "การมีส่วนร่วม" ทำให้ผู้คนรู้สึกฮึกเหิม เพื่อให้ผู้คนรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างฐานะที่กว้างๆ นั้นมันไม่ใช่อุปสรรคในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า เขาเป็นคนที่มีความสามารถและมีทีมที่ดีจริงๆ ค่ะ นับถือ

นึกถึงเรื่องนึงแหละ หนูจำไม่ได้นะว่าจำข้อความมาครบถ้วนหรือไม่...

We are not quitter

ประโยคจากจดหมายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เขียนมาถึงสภาคองเกรส ถูกเขาหยิบยกขึ้นมาเอ่ยกับสภา ในวันที่ต้องการให้สภาผ่านร่างกฎหมายอะไรสักอย่าง (ลืม) เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งส่งผลต่อทั้งโลก แล้วมันก็่ผ่านไปได้...โดยมีเด็กน้อยคนนั้น...ที่มิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 ไปรับเธอมาด้วยตนเอง ร่วมยืนฟังอยู่ในสภาด้วย

เด็กน้อยคนนั้นอายุไม่เท่าไหร่ ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่น เธอเขียนจดหมายเพื่อเล่าเรื่องราวของตัวเอง ว่าโรงเรียนของเธอกำลังจะถูกย้าย (หรือถูกยุบ) แต่นั่นเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในย่านนั้น ที่เด็กธรรมดาอย่างเธอและเพื่อนๆ จะเรียนได้ ทั้งที่อนาคตเด็กอย่างเธออาจจะเป็นทนาย อาจจะเป็นหมอ หรือแม้กระทั่งเป็นสมาชิกสภา หรือประธานาธิบดี เธอบอกว่าอย่างไรเธอก็จะสู้ พวกเรามีแค่นี้ มีกำลังแค่นี้ แต่...

We are not quitter

สร้างคำถามในใจให้เหล่าสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ...ว่าตัวเองที่มีอำนาจในมือถึงขนาดนั้น ทำไมไม่ทำในสิ่งที่ตนเองทำได้ เพื่อประเทศที่ปากอ้างว่ารักหนักหนา...แล้วกฎหมายนั้นก็ผ่านได้ล่ะ

ยอดเลยนะว่าไหม

#8 By เมพหมี shakri on 2009-06-25 13:11

เห็นคุณเจ้าชายน้อยใส่ link ว่า ลิงค์มีประโยชน์
อ่านแล้วรู้สึกดีกว่า ลิงค์ที่เกี่ยวข้องเยอะเลย

ีทีมเขียนสุนทรพจน์เค้าเขียนดีจริงๆเนอะ

big smile Hot!
ชื่นชมโอบามา.......Changebig smile big smile big smile big smile
นี่ก็ตัวจริงอีกคน open-mounthed smile

#5 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-25 12:34

#1 รู้ลึกจริงๆ

speech ของโอบามา ตั้งแต่ตอนหาเสียงก็เจ๋งมาตลอด โดยเฉพาะตอนได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อสู้กับ McCain อันนั้นฟังแล้วขนลุกซู่เลย เค้าพูดถึง Soul of America, real Democracy ฯลฯ

เริ่ดมาก

#4 By มนุษย์กล่อง on 2009-06-25 12:31

Hot! confused smileเขาคือความเปลี่ยนแปลง

#3 By on 2009-06-25 12:28

คนรู้จริงมาแล้ว เย่

#2 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-25 12:26

โอบาม่า มีคนเขียนสุนทรพจน์ให้ค่ะ ชื่อ จอน ฟาฟโร วัย 27 ปี หรือ ฟาฟส์ เป็น หัวหน้าทีมเขียนสุนทรพจน์ให้โอบามา และนับเป็นหัวหน้าทีมเขียนสุนทรพจน์ให้ประธานาธิบดี ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของทำเนียบขาวเลยค่ะ

#1 By catch me if u can (58.8.7.68) on 2009-06-25 12:19

Facebook