คุณรู้ไหมครับ ว่าประเทศไทยเนี่ย เป็นประเทศติดอันดับต้น ๆ ของโลก ที่มีพิพิธภัณฑ์เยอะที่สุดในโลกเลยนะครับ ซึ่งวันนี้ผมก็จะพาคุณไปชมพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งของทหารเรือ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ล่าสุดของกองทัพเรือ เพิ่งเปิดได้แค่ 2 ปี และไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก พิพิธภัณฑ์ที่ว่านี้ก็คือ หอประวัติอุทกศาสตร์ไทย (Hall of Thai Hydrograhic History)[1]

หอประวัติอุทกศาสตร์ไทยนี้ มีที่ตั้งอยู่บนชั้นสาม  ของอาคารกองบังคับการ กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ถนนริมทางรถไฟเก่า เขตบางนา ถ้าหากว่าใครอยากไปชมเอง แล้วเห็นห้องปิดไฟมืด ๆ ก็ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่คนไหนก็ได้ว่าขอเข้าชมหน่อย เพราะปกติแล้วจะไม่มีใครเข้าไปชมเลย ทางกรมฯ เค้าก็เลยปิดไฟ เพื่อประหยัดไฟครับ

เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโถง จะพบกับส่วนจัดแสดงประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเกี่ยวกับงานด้านอุทกศาสตร์ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ

ถัดไปทางด้านซ้ายมือ จะเป็นประวัติของกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ และจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในงานอุทกศาสตร์ เช่น ชิ้นนี้เป็นเครื่องพิมพ์

ข้างล่างนี้เป็น เครื่องคำนวณระบบ WANG 600 ใช้ภาษา ASSEMBLY โดยเจ้าเครื่องนี้ถูกนำไปใช้ในการคำนวณข้อมูลในการสำรวจทั้งในสนาม และในสำนักงาน จัดเป็นคอมพิวเตอร์ในยุคแรกที่มีใช้ในราชการกองทัพเรือ จัดหามาใช้เมื่อปี พ.ศ.2516

อันนี้เป็นเทปที่ใช้บันทึกข้อมูล

ถัดมาข้างในอีกจะจัดแสดงความรู้เกี่ยวกับประภาคารที่ตั้งอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ประกอบไปด้วยโคมไฟหลากหลายแบบที่ใช้อยู่จริงในประภาคารต่าง ๆ 

โคมไฟอันนี้ หาใช่โคมไฟไม่ แต่เป็นตะเกียงระบบไฟฟ้า ชนิดไฟหมุน ภายในบรรจุหลอดไฟขนาด 28 วัตต์ 6 โวลท์ (DC) ให้กำลังส่องสว่างฉายแสงเป็นลำออกไป โดยไฟหมุนด้วยมอเตอร์ความเร็วต่ำในอัตราคงที่ มองเห็นได้ไกล 39 ไมล์ทะเล ใช้ราชการที่ ประภาคารเกาะไผ่ จังหวัดชลบุรี ระหว่างปี พ.ศ.2523 - 2528

ส่วนของชิ้นล่าง ได้โปรดอย่าถามว่าคืออะไร เพราะไม่รู้จักจริง ๆ ครับ แต่น่าจะเป็นอุปกรณ์จำพวกแบริ่ง ที่ใช้ช่วยในการหาที่เรือ

เมื่ออ้อมกลับมาอีกด้านของโถง จะพบกับแผนที่อ่าวสยาม เกาะกูด - แหลมเทียน สำรวจเมื่อปี พ.ศ.2399 - 2400 โดยเรือหลวงซาราเซน (HMS Saracen , เป็นเรือในยุคที่ 4 ที่ใช้ชื่อนี้) ของประเทศอังกฤษ มีกัปตันคือ มาสเตอร์ จอห์น ริชาร์ดส์ ได้รับพระบรมราชานุญาตสำรวจจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งต่อมา แผนที่ฉบับนี้จึงได้เป็นต้นแบบของแผนที่เดินเรือหมายเลข 001 ในปัจจุบัน

และเครื่องมือที่ใช้ในงานทำแผนที่หลากหลายชนิด

ชุดเครื่องมือในการทำแผนที่

ชิ้นนี้เป็นสมบัติส่วนตัวของ น.อ.ฟริตซ์ ทอมเซ็น เจ้ากรมอุทกศาสตร์คนแรก ใช้สำหรับเขียนต้นฉบับแผนที่เดินเรือ ใช้ราชการเมื่อ พ.ศ.2464

โซนต่อไป เป็นพวกอุปกรณ์เดินเรือ

เครื่องวัดแดดวัดดาว (Sextant) ใช้ในการเดินเรือดาราศาสตร์

ผนังด้านหนึ่งจะเป็นภาพลายเส้นของเรือต่าง ๆ พร้อมประวัติในการใช้เรือเพื่อการสำรวจและทำแผนที่ทะเลในประเทศไทย ซึ่งจะพบเห็นเรืออยู่หลายลำมาก

ในบรรดาเรือสำรวจสมุทรศาสตร์ทั้งหมด มีเรืออยู่สองลำ ที่กองทัพเรือได้จัดเป็นเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีคือ เรือหลวงศุกร์ และเรือหลวงจันทร ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดง พระราชหัตถเลขาของสมเด็จย่า เมื่อครั้งเสด็จลงเรือหลวงจันทร เพื่อทรงเยี่ยมเยียนประชาชนในจังหวัดชายทะเล[2]

ในหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของกองทัพเรือนั้น กองทัพเรือเคยได้ช่วยเหลือกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ในการพิมพ์ธนบัตรเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในยามที่ธนบัตรในท้องตลาดขาดแคลน โดยหน่วยที่จัดพิมพ์ธนบัตรนั้นก็คือ กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ซึ่งมีเครื่องพิมพ์แผนที่ที่ทันสมัย ในโถงนี้จึงมีการจัดแสดงธนบัตรที่พิมพ์จากโรงพิมพ์ของกรมฯ และหนังสือราชการที่สั่งการใหพิมพ์ธนบัตร

ถัดมาถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย นั่นก็คือ เครื่องจักรโบราณที่มีความชาญฉลาดมากในยุคนั้น ผมเห็นครั้งแรกนี่ ทั้งทึ่ง ทั้งงุนงงว่ามันทำงานได้อย่างไร แต่ถึงเวลานี้ คงหาคนที่ให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ยากแล้ว (ของจริงใหญ่มาก)

เจ้าเครื่องในรูปข้างบนนี้ก็คือ เครื่องจักรทำนายน้ำ หรือ DOODSON - LÉGÉ Tide Prediction Machine ใช้สำหรับทำนายน้ำขึ้น -น้ำลง โดยสามารถคาดคะเนผลล่วงหน้าได้ 1 ปี แต่ใช้เวลาในการคำนวณแค่ 1 วันครึ่งเท่านั้น

เครื่องจักรทำนายน้ำเครื่องนี้เป็นของ Arthur Doodson ซึ่งคิดค้นขึ้นราว ๆ ยุค 1930 โดยบริษัทผู้ผลิตคือ LÉGÉ ในสมัยนั้น เครื่องจักรทำนายน้ำของ Doodson นั้นถือว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สุดยอดเอามาก ๆ เพียงแต่ทำงานด้วยระบบอนาล็อก ไม่ใช่ดิจิตอลเหมือนในปัจจุบัน เจ้าเครื่องชนิดนี้ยังเป็นเครื่องที่ใช้ทำนายน้ำขึ้น-น้ำลงในวันยกพลขึ้นบกของกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรที่นอร์มังดี หรือวัน D-Day อีกด้วย ปัจจุบันเครื่องจักรทำนายน้ำทั่วโลก (เหลืออยู่กี่เครื่องไม่รู้) ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว หลังจากที่พนักงานคนสุดท้ายที่สามารถใช้งานเจ้าเครื่องนี้ได้จริงแห่ง Bidston Observatory ได้เกษียณตัวเองออกไป พร้อมกับการหยุดการทำงานของเครื่องมือนี้ในปี ค.ศ. 2000[3]

ภายในห้องโถงยังมีอุปกรณ์ , โล่ห์ที่ระลึก , ของที่ระลึกจากต่างประเทศ ที่มีผู้มอบให้กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ อีกหลายอย่าง ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น คงต้องเชิญชวนให้ไปชมให้เห็นกับตากันเอาเองครับ

 

ภายนอกห้องโถงยังมีส่วนจัดแสดงอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกหลายชนิด เช่น เอคมาน เครื่องตรวจกระแสน้ำ ใช้ตรวจวัดทิศทางและความเร็วของกระแสน้ำ ความเร็วของกระแสน้ำได้จากจำนวนรอบของใบพัด ส่วนทิศทางได้จากลูกปืนในตลับเข็มทิศ รับไว้ใช้ราชการเมื่อ 12 พ.ย. 2528

ONO เครื่องตรวจกระแสน้ำอีกเครื่องหนึ่ง เป็นชนิดบันทึกด้วยกราฟ และเก็บบันทึกได้ถึง 72 ชั่วโมง 

วงแบริ่ง เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการช่วยหาตำบลที่เรือในยามเดินเรือ แต่เครื่องนี้ ปัจจุบันไม่ได้วงแบริ่งหน้าตาแบบนี้แล้ว

วงแบริ่ง

แม้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีขนาดย่อม ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็รวบรวมประวัติศาสตร์อันมีค่าที่เกี่ยวข้องกับการอุทกศาสตร์ของไทย ไว้มากมายและสมบูรณ์มากที่สุดครับ ใครที่สนใจงานด้านอุทกศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา ผมว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ นอกจากนั้น ใกล้ ๆ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของนาฬิกาอะตอมที่ใช้รักษาเวลามาตรฐานประเทศไทยด้วยนะครับ ถ้ามาเป็นหมู่คณะและทำหนังสือขอเข้าชมจากท่านเจ้ากรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ก็อาจจะได้ชมนาฬิกาอะตอมเป็นขวัญตาครับ ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นเลย

อ้างอิง

  1. หอประวัติอุทกศาสตร์ไทย‏ : ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
  2. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จประพาสทางทะเล 
  3. POL technology history

Related Link

Comment

Comment:

Tweet

hi all !!

#17 By sears parts (124.157.191.197) on 2009-12-04 01:28

Que se ra

#16 By scratch and dent (124.157.236.46) on 2009-11-13 01:57

ขอบคุณค่ะ

#15 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-06 09:09

Que

#14 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-04 11:26

อยู่แถวแฟลตบางนาแหละครับ ก็ตรงแถว ๆ สรรพาวุธ , โรงบาลพยาบาลทหารเรือ กรุงเทพฯ

#13 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-29 21:13

น่าไปเที่ยวจัง

อยุ๋มั้ยไกลจากแฟลตบางนาช่ายมั้ยค่ะ

#12 By Popopure on 2009-06-29 19:07

อย่าดูถูกพิพิธภัณฑ์ไทยนะครับ ผมว่าหลาย ๆ ที่ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น สามารถจัดแสดงได้ดีเลยทีเดียวล่ะ อย่างพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน , พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติเกาะและทะเลไทย , พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย , พิพิธภัณฑ์จิม ทอมป์สัน โอยเยอะแยะ

แต่พิพิธภัณฑ์ใหญ่ ๆ อย่างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กลับทำได้น่าผิดหวังยิ่งนัก คิดแล้วเศร้าใจ

#11 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-25 12:14

ชอบตะเกียงค่ะ
ได้ความรู้ใหม่ๆ ดีค่ะ
ถ้าไม่แนะนำคงไม่รู้แน่ๆ ว่ามีอยู่
Hot!


ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์เยอะขนาดนี้เลยหรือเนี่ย
เพิ่งรู้
ว่าแต่ว่า ปริมาณกับคุณภาพน่าจะไปด้วยกัน sad smile

#10 By kikuno on 2009-06-25 11:09

ผมเคยไปแต่ที่ๆใกล้สัตหีบครับ ที่มีสวนมีปืนใหญ่
มีขายไอติมวอลล์ จำไม่ได้ว่าอันนั้นคืออะไร


อุปกรณ์แปลกๆไม่เคยเห็นเยอะเลยครับ

#9 By มนุษย์กล่อง on 2009-06-25 10:45

อ่านชื่อเอนทรี่ตอนแรกตกใจ
ความคิดแว่บแรก...อุทก=น้ำท่วม หอประวัติอุทกศาสตร์ไทย=สถานที่เก็บประวัติ และข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมของประเทศไทย wink

แต่พอเข้ามาอ่านจริงๆ ไม่ใช่แฮะ แหะๆ sad smile

#8 By Nai Cookies on 2009-06-25 08:34

ขอบคุณที่พาชมค่ะ


สาระจริงๆ Hot!

#7 By caffeineaddict on 2009-06-24 23:31

unseen จริงๆครับ
O_o!

#6 By Shuu Exteen on 2009-06-24 23:17

ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์เป็นอันดับ 2 ของเอเชียเลยมั้งนิถ้าจำไม่ผิด
น่าชมมากครับ เคยได้ยินเรื่องนาฬิกาอะตอมมานานแล้ว ไม่ทราบจาก นาวิกศาสตร์ หรือใครเล่าให้ฟังก็จำไม่ได้ แต่อยากเห็นของจริงมากๆครับbig smile

#4 By E.T.*** on 2009-06-24 21:31

เจ้า Sextant นี่คือวัดแดดวัดดาวนี่เอง
สงสัยมานานแล้วว่าไว้ใช้ทำอะไร

น่าสนใจมากเลยค่ะ อยากลองไปดูสักครั้ง

Hot!
อืมมมมม น่าไปนะ
เจอกัน !!big smile

#2 By ta_THINK_nhong on 2009-06-24 21:23

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากๆเลยค่ะbig smile

#1 By catch me if u can (58.8.183.17) on 2009-06-24 21:17

Facebook