เอนทรี่เมื่อวานผมได้แนะนำวิธีการต่อเรือแบบ Block Construction ไปเล็กน้อย (เล็กน้อยจริง ๆ ครับ เอาแค่พอรู้จักเฉย ๆ ) มาวันนี้ก็เอาความรู้เรื่องการปล่อยเรือลงน้ำมาให้รู้จักกันอีก แต่จะว่าเฉพาะวิธีการในการนำเรือลงน้ำอย่างเดียวเลย ไม่พูดถึงเรื่องประเพณี หรือพิธีในการปล่อยเรือลงน้ำนะครับ เรื่องนี้ขอติดเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

การปล่อยเรือลงน้ำ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติควบคู่มากับการสร้างเรือตั้งแต่สมัยยุคเรือไม้แล้ว เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนไหนไปสร้างเรือในน้ำ มีแต่สร้างบนบกทั้งนั้น ดังนั้น เมื่อมีข้อจำกัดว่าต้องสร้างเรือบนบกแล้ว ก็ต้องคิดเผื่อวิธีการนำลงด้วย ซึ่งวิธีการนำเรือลงน้ำในสมัยโบราณ ก็มีตั้งแต่การลากลงน้ำ อย่างเรือของพวกไวกิ้ง ที่ใช้แค่กำลังคนก็ลากลงน้ำได้สบาย ๆ หรือการสร้างเรือไว้ริมตลิ่ง เสร็จแล้วก็ขุดคลองเข้าไปหาเรือ อย่างเช่น โรบินสัน ครูโซ ที่ติดเกาะอยู่คนเดียว แต่ก็สามารถสร้างเรือขุด และนำเรือลงน้ำได้เองด้วยวิธีการนี้

แต่ต่อมามนุษย์มีความต้องการที่จะสร้างเรือที่ใหญ่ขึ้น ซึ่้งขนาดที่ใหญ่มากขึ้น ทำให้มีปัญหาเรื่องการนำเรือลงน้ำ ดังนั้นจึงต้องมีการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการนำเรือลงน้ำ จนเกิดเป็นวิธีการที่เรียกว่า end-on launch ซึ่งเป็นการสไลด์เรือตามแนวกระดูกงู ลงจากรางเหล็กที่เรียกว่า Slip Way แล้วปล่อยให้เรือไถลลงน้ำไป โดยจะเอาส่วนท้ายลง เพราะท้ายเรือจะมีลักษณะป้านและต้านน้ำ ไม่ลู่น้ำเหมือนส่วนหัว ซึ่งการนำส่วนท้ายเรือลงน้ำก่อนจะทำให้เรือลงน้ำอย่างปลอดภัยกว่าการนำส่วน หัวเรือลง


HMS Dauntless

วิธีการปล่อยเรือลงน้ำแบบนี้เป็นวิธีที่นิยมกันมาก และใช้กันมาอย่างแพร่หลายและยาวนาน เพราะเป็นวิธีการที่ง่าย และใช้ได้กับเรือทุกประเภท และทุกขนาด และก็ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร[1] ก็ปล่อยลงน้ำด้วยวิธีนี้เช่นกัน


พิธีปล่อยเรือหลวงจักรีนฤเบศรลงน้ำ

สำหรับข้อเสียของวิธีการนี้ก็คือ ยิ่งเรือใหญ่ก็ยิ่งมีค่าใช้จ่ายมาก เพราะว่ารางหรือ Slip Way จะต้องยาวมากขึ้น และต้องใช้เนื้อที่มาก และต้องมีพื้นที่ในน้ำที่ยาวมากพอ มิฉะนั้นแล้วเรือก็จะถอยไปเกยตื้นในฝั่งตรงข้าม ทำให้เรือเสียหาย หรือกีดขวางการจราจรทางน้ำได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะกับอู่ต่อเรือที่อยู่ในแม่น้ำใหญ่ หรือติดกับทะเลเท่านั้น


Wilhelm Busch

ด้วยข้อจำกัดเรื่องสถานที่ของวิธีแรก จึงทำให้มีการปล่อยเรือลงน้ำด้วยวิธีที่สองขึ้นมา นั่นก็คือการปล่อยเรือทางข้าง คือเอาข้างเรือสไลด์ลงเลย วิธีนี้เรียกว่า Side Launch วิธีการนี้จะทำให้ประหยัดทั้งพื้นที่ในการปล่อยเรือ และพื้นที่อู่เรือเป็นอย่างมาก สามารถทำในแม่น้ำแคบ ๆ ได้ โดยเฉพาะกับอู่เรือที่อยูริมแม่น้ำ จะชอบใช้วิธีนี้มาก ๆ


NOAA Ship Pisces

จริง ๆ แล้วการปล่อยเรือทางข้างไม่จำเป็นที่จะต้องลงแรง ๆ และหวาดเสียวเหมือนกับวีดีโอข้างบนทุกครั้งไป ไอ้ที่ลงอย่างนุ่มนวลก็มี ขึ้นอยู่กับลักษณะของ Slip Way และพื้นที่บริเวณหน้าท่า ถ้าทางอู่มีพื้นที่ในการปล่อยเรือลงน้ำน้อย ก็จะเลือกการปล่อยเรืออย่างรุนแรงเหมือนวีดีโออันแรก แต่ถ้ามีที่กว้างพอ ก็จะค่อย ๆ สไลด์ลงเหมือนในวีดีโอข้างล่างนี้ครับ


Ship Launch at Damen Shipyard Galatz

แต่ในบางครั้ง การปล่อยเรือด้วยวิธีนี้ก็นำมาซึ่งอันตรายต่อคนที่มารอชมการปล่อยเรือได้ เหมือนในวีดีโอนี้


Ship Launch creates Giant Tidal Wave in Westerbroek

ในปัจจุบันนี้ มีการปล่อยเรือแบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเบาะอากาศ (Air Bag) ที่เรียกว่า Evergreen Flexible Launching Technology คิดค้นขึ้นโดยบริษัท Qingdao Evergreen Shipping Supplies Co., Ltd[2]  จากประเทศจีน โดยเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีโบราณเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เทคโนโลยีโบราณที่ว่าก็คือ การใช้หลักการ Rolling หรือการกลิ้งท่อนซุง เหมือนกับทฤษฎีการขนหินขนาดใหญ่ไปสร้างปิรามิดของชาวอียิปต์ เพียงแต่เปลี่ยนจากท่อนซุงเป็นเบาะอากาศ หรือบางทีก็เรียกว่าบอลลูน ซึ่งตัวเบาะอากาศนี้จะให้ความยืดหยุ่นกว่า และไม่ก่อให้เกิดการสึกหรอกับเหล็กตัวเรือด้วย อธิบายไปอาจมองไม่เห็นภาพครับ ไปดูวีดีโอเลยดีกว่า

วิธีการปล่อยเรือแบบนี้ เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัดมาก เหมาะกับอู่ต่อเรือที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการสร้าง Slipway หรือ Slide Way เพื่อนำเรือลงแบบวิธีดั้งเดิม หรืออู่ต่อเรือที่มีขนาดเล็ก ไม่มีพื้นที่ในการสร้างโครงสร้างสำหรับปล่อยเรือ นอกจากนี้ตัวบอลลูนที่ใช้ สามารถนำมาใช้ซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ จัดเก็บก็ง่าย และแทบจะไม่ต้องบำรุงรัำกษา ไม่เหมือนรางปล่อยเรือที่เป็นเหล็กที่ต้องระวังในเรื่องของสนิม ซึ่งเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องทำการเปลี่ยนเหล็กโครงสร้างซึ่งมี มูลค่าสูงกว่าวัสดุที่ทำบอลลูนหลายเท่า

ส่วนวิธีสุดท้ายเป็นการปล่อยเรือลงน้ำที่ฝรั่งเค้าไม่ถือว่าเป็นการ Launch เนื่องจากเรือไม่มีอากัปกิริยาที่จะเรียกว่า Launch ได้เลย แต่จะถือว่าเป็นการนำเรือลงน้ำเฉย ๆ วิธีการนี้จะใช้การสูบน้ำเข้าไปในอู่แห้ง (Drydock)หรือใช้การลดระดับลงของ อู่ลอย (Floating drydock) ให้น้ำเข้ามาท่วมในส่วนของตัวอู่ วิธีนี้เค้าเรียกกันว่า Float-Out ซึ่งก็จะเหมาะกับเรือที่ต่อในอู่แห้ง กับเรือที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ อย่างเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ซึ่งมีน้ำหนักมาก การสร้าง Slip Way มารองรับเรือขนาดนี้เป็นเรื่องสิ้นเปลือง และขณะปล่อยเรือ ด้วยน้ำหนักที่มหาศาลจะทำให้เรือเสียหายได้

เรือในราชนาวีไทยหลายลำก็ปล่อยเรือด้วยวิธีการนี้ เนื่องจากต่อเรือภายในอู่แห้งอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เรือลากจูง ฐท.24[3] เรือลากจูงลำล่าสุดของกองทัพเรือ และเรือ ต.991 [4]

สำหรับวีดีโอที่แสดงการปล่อยเรือแบบ Float-Out นี้เป็นการปล่อยเรือดำน้ำ โดยใช้อู่ลอยใน การปล่อยเรือ ด้วยการลดระดับตัวอู่จนน้ำเข้ามาจนถึงระดับที่เรือดำน้ำนั้นสามารถลอยตัวได้ ด้วยแรงลอยตัวของเรือเอง และเรือหลุดออกจากการนั่งหมอน จากนั้นจึงใช้เรือ Tug ในการนำเรือออกไปจากเรืออู่แห้งอีกที

สรุปแล้ว การปล่อยเรือขนาดใหญ่ลงน้ำในปัจจุบันนั้นมีอยู่ทั้งหมด 4 รูปแบบซึ่งในแต่ละแบบก็ยังมีการแตกแขนงลงไปในรายละเอียดอีก แต่ผมไม่ได้กล่าวถึง เพราะเป็นข้อมูลที่ลึกเกินไป แต่ถ้าใครสนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมก็สามารถไปศึกษาต่อได้จากเว็บไซต์ที่ผมให้ ไว้เป็นการอ้างอิงข้างล่างนี้ครับ

อ้างอิง

  1. พิธีปล่อยเรือหลวงจักรีนฤเบศรลงน้ำ ณ อู่ต่อเรือบาซาน ประเทศสเปน
  2. Technical Research of ship launching using airbags
  3. พิธีปล่อยเรือลากจูง ฐท.สส.24 ลงน้ำ
  4. พิธีปล่อยเรือ ต.991 ลงน้ำ

Related Link

Comment

Comment:

Tweet



มนุษย์ทำได้ทุกอย่างจริงๆ....

ยกเว้น...(-*-)

ดูแล้วทึ่งมาก sad smile

#24 By (222.123.227.232) on 2009-06-17 13:00

อ๋อ ลืมดูลิ้งค์ ^^

#23 By Alfie on 2009-06-17 12:27

วิธีนำเรือขึ้นมีอยู่ในลิงค์เรื่อง ยกเรือขึ้ันบกครับ

ไม่ได้ล้อเล่นนะ แต่อ่านจนจบหรือเปล่าครับ

#22 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-16 20:51

มีวิธีเอาขึ้นไหมครับ ?

ไม่ได้กวนนะ อยากรู้ว่าปล่อยลงไปแล้ว ต้องอยู่ในน้ำตลอดไปเลยใช่มั้ย

#21 By Alfie on 2009-06-16 20:09

รุนแรงจริง ๆsad smile sad smile sad smile sad smile

#20 By # li DarK_SpritE il # on 2009-06-16 19:36

เรือ NOAAปล่อยได้ฮาร์ดคอร์มากค่ะHot! sad smile

#19 By ดอกแอ้ © on 2009-06-16 16:13

เป็นหนึ่งในสิ่งที่เคยสงสัยตอนเด็กๆเลยค่ะ
แอบน่ากลัวนะนี่

#18 By Attention please! on 2009-06-16 15:48

Hot! รดน้ำนิดหน่อยจ้า เรือใหญ่มากๆๆ

#17 By KanunJa on 2009-06-16 12:12

พิธีเขาน่าตื่นตาตื่นใจ และ หวาดเสียวดีแท้big smile

#16 By E.T.*** on 2009-06-16 10:13

ยอดเลยครับแต่ละวิธีbig smile

#15 By iQ180 on 2009-06-16 10:08

ไม่เคยนึกถึงเลยว่าปล่อยเรือกันยังไง
แต่พอได้มาดูแล้วก็สนุกกับวิธีคิด
ของการปล่อยเรือแต่ละแบบจาก
คนแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไปbig smile

#14 By kikuno on 2009-06-16 10:07

เรือบางลำก็ไม่มีแม่ย่านางนะครับ โดนผีไล่กระเจิงหมด เอาไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังครับ ทั้งหลอนทั้งฮา

#13 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-16 09:21

เสียดายที่ทำงานโดนบล็อกดูวิดีโอไม่ได้
เรือทุกลำศักดิ์สิทธิ์ มีแม่ย่านางเรือผู้งดงามคอยปกป้องดูแล
พิธีกรรมต่างๆ เกี่ยวกับเรือ ควรอนุรักษ์ประเพณีไว้ตราบนานชั่วนาน
ไว้กลับไปเปิดที่บ้านดูวิดีโอครับ

#12 By จั่นเจา on 2009-06-16 08:50

ขอโทษด้วยนะครับ ที่ตอบช้า
ท่าเรือที่ผมถ่ายมาคือ สัตหีบครับ ไปเที่ยวเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา บรรยากาศดีมากเลยครับ

#11 By Khunchai Noom on 2009-06-16 01:10

มันดูน่ากลัวมากเลยครับ sad smile

#10 By Googigg on 2009-06-15 23:57

Hot! น่าสนใจมากค่ะ เอนทรีนี้เหมือนได้ดูสารคดี ดีๆตอนนึงเลยbig smile Hot!

#9 By (^_^)/nana on 2009-06-15 23:42

ได้ความรู้มากค่ะ ขอบคุณนะคะ
Hot! Hot!

#8 By peewa 丕娃 on 2009-06-15 21:46

ตอนปล่อยแอบน่ากลัวนิดนึงHot!

#7 By ลูกคนโตเอง on 2009-06-15 21:17

วิธ๊ปล่อยลงข้าง ดูอันตรายจังเลยsad smile เมื่อก่อนตอนอยุ่ริมเลแถวบ้านก็มีอู่ต่อเรือเล็กๆ แต่ไม่เห็นตอนปล่อยเรืออะไร รู้แค่ว่า ตอนปล่อยเรือ หรือสร้างเรือเสร็จไม่รู้ จะยิงปืนกันอุตลุดsad smile

#6 By berserkrabbit on 2009-06-15 20:51

เคยสงสัยว่าถ้าเรือต่อไม่ดีแล้วรั่ว มันจะจมต่อหน้าต่อตาไหม
เพราะ คงจะยากที่จะทดลองเอาลงน้ำก่อน
น่าสนใจจังค่ะ
นึกว่ามีแต่ปล่อยแบบถอยหลังลงซะอีกbig smile

#5 By ยายแม่บ้าน on 2009-06-15 20:48

Hot! ตอนปล่อยน่าหวาดเสียวนะเนี่ย
กระแทกกันแรงน่ากลัวมากครับHot! sad smile

#2 By on 2009-06-15 20:16

ปล่อยเรือได้น่ากลัวมากมาก กว่าปล่อยแล้วจะคว่ำซะตรงนั้นเลยsad smile

#1 By catch me if u can (58.8.202.47) on 2009-06-15 20:11

Facebook