Review LG Arena มือถือเทพ ๆ จาก LG
posted on 11 May 2009 07:32 by zedth in Reviewเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมมีโอกาสได้รับมือถือรุ่นใหม่ ที่ยังไม่ได้เปิดตัว จากค่าย LG มาใช้ครับ เป็นมือถือ Smart Phone หน้าจอสัมผัส ซึ่งถ้าใครที่ติดตามข่าวสารในวงการมือถืออยู่ ก็น่าจะพอเดาได้ว่า มือถือที่ผมได้มานั้นก็คือ LG Arena KM 900 นั่นเองครับ ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองใช้งานแล้ว ก็พบว่ามันเป็นมือถือที่น่าประทับใจมาก ๆ ครับ
ตอนที่ไปรับเครื่องมานั้น ได้รับมาทั้งกล่องเลยครับ เมื่อเปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่องวางอยู่บนโฟมสีน้ำตาลดูหรูหรา
และเมื่อเอาตัวเครื่องออกมาเปิดฝาชั้นที่สอง ก็จะพบกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มา ประกอบไปด้วย ฝาครอบแบตเตอร์รี่ , แบตเตอร์รี่ ขนาด 1000 mAh , Wall Charger , สาย USB Data Link , Small Talk สีขาว , คู่มือ และ แผ่นซีดีโปรแกรม LG PC Suite
รูปร่างหน้าตาของ LG Arena นั้นออกแบบได้เรียบหรู ด้านหน้าเป็นโลหะสีเงินมันวาว ด้านหลังเป็นพลาสติกสีเงินด้าน ตัวเครื่องโค้งมน ขนาด 105.9 x 55.3 x 11.95 มม. น้ำหนัก 105 กรัม ทั้งขนาดและน้ำหนักถือว่ากำลังพอดีมือ ส่วนหน้าจอนั้นก็มีขนาดที่ใหญ่มาก โดยมีขนาดถึง 3 นิ้วตามแนวทแยง ความละเอียด 480 x 800 pixel แสดงผลแบบ TFT 256,144 สีโดยรวมแล้ว ผมว่าออกแบบมาได้สวยและลงตัวดี แถมดูหรูหราไม่เบา ไม่ต่างจาก LG Shine ที่เคยโดดเด่นในตลาดมือถือมาแล้ว ส่วนงานประกอบนั้น ดีเยี่ยมอย่างไม่มีที่ติครับ

ขนาดกำลังเหมาะมือ

เปรียบเทียบสัดส่วนระหว่าง LG Arena , Nokia 3500 Classic และ Sony Ericsson P1i
ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานนั้น LG Arena เต็มเปี่ยมไปด้วย Hardware เจ๋ง ๆ และฟีเจอร์เด็ด ๆ เพียบ ดังนี้
- รองรับ ระบบ HSDPA 2100 หรือ 3G และ EDGE , GPRS
- กล้องถ่ายรูป ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (2,592 х 1,944 พิกเซล) Auto Focus พร้อมแฟลช Xenon
- กล้องถ่ายวีดีโอ ความละเอียด 720 x 480 พิกเซล ด้วยความเร็ว 120 fps
- กล้องหน้า ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ และยังใช้ในการโทรแบบเห็นหน้า ในระบบ 3G ด้วย
- รองรับ ไฟล์ DivX /XVid ซึ่งเป็นไฟล์วีดีโอคุณภาพระดับ DVD สำหรับใช้งานในอุปกรณ์พกพา
- ระบบเสียง Dolby Stereo อีกระดับของเสียงเพลงบนมือถือ
- รองรับการพิมพ์ภาพถ่ายผ่าน Bluetooth และ PictBridge
- วิทยุ FM พร้อมเครื่องส่งสัญญาณ วิทยุ FM ซึ่งทำให้เราสามารถส่งเพลงในเครื่องไปออกในเครื่องรับวิทยุได้
- ภาครับสัญญาณ GPS ในตัว ทำงานร่วมกับระบบ A-GPS โดยใช้โปรแกรมแผนที่ Google Map
- Bluetooth 2.0 , Wifi 802.22 b/g
- เซนเซอร์ตรวจวัดแสง เพื่อปรับระดับความสว่างของหน้าจอ
- เมมโมรี่ในตัวเครื่อง 8 GB และเพิ่มได้ด้วย Micro SD สูงสุดถึง 32 GB ครับ
นอกจากรูปทรงภายนอกอันหรูหรา และฟีเจอร์แจ่ม ๆ แล้ว สิ่งที่ถือเป็นจุดเด่นยิ่งกว่าของ LG Arena ก็คือสิ่งที่ถูกบรรจุอยู่ในตัวเครื่อง นั่นก็คือซอฟต์แวร์นั่นเองครับ โดยในรุ่นนี้ LG ได้เปิดตัวระบบการใช้งานมือถือในรูปแบบที่เรียกว่า 3D S-Class User Interface ซึ่งมีรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ และการเคลื่อนไหวของหน้าจอที่พริ้ว ไปตามการสัมผัสของนิ้วมือ สามารถสั่งการทุกเมนู และทำงานทุกอย่างด้วยปลายนิ้วมือ โดยไม่ต้องพึ่งพาสไตลัสเลย การเซ็ทค่าต่าง ๆ มีความยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งได้เยอะแยะ ตามความพอใจของผู้ใช้ ทำให้การใช้งานมือถือเครื่องนี้เป็นอะไรที่ง่ายมาก ๆ ครับ
ภายใต้ 3D S-Class User Interface นั้นประกอบไปด้วย หน้าจอซึ่งเรียกว่า Home Screen อยู่ 4 หน้าจอ โดยแต่ละจอก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันไป คือ
1. Shotcut Home Screen : ที่หน้าจอนี้จะประกอบไปด้วย icon ของเมนูต่าง ๆ 9 เมนู ที่เราใช้บ่อย ๆ โดยสามารถเลือกเมนูที่ต้องการได้
2. Widget Home Screen : เป็นหน้าจอสำหรับ Widget ต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดคือ นาฬิกา , ปฏิทิน , เครื่องคิดเลข , พยากรณ์อากาศ , Cell Site Information , Message , M-Toy , วิทยุ , นาฬิกาสองสถานที่ และ บันทึก ซึ่งหน้าจอนี้เราสามารถเพิ่ม-ลด และจัดตำแหน่ง Widget ได้ด้วย
3. Contact Home Screen : เป็นหน้าจอแสดงภาพ Contact ที่เราใช้งานบ่อย โดยสามารถใส่ได้ 30 Contacts สามารถจัดเรียง Contact ได้แบบ Grid 2x2 และแบบ วงล้อ โดยในหน้าจอนี้สามารถจิ้มที่หน้าของ Contact แล้วเลือก โทรออก , ส่งเมสเสจ หรือว่าแก้ไขได้เลย
4. Multimedia Home Screen : เป็นหน้าจอแสดง เพลง ภาพ และวีดีโอ ที่เราโปรดปราน ให้เรียกชมเรียกฟังได้ในทันที โดยสามารถเลือกเพลงโปรดได้ 15 เพลง และภาพกับวีดีโอรวมกันอีก 15 รูปหรือเรื่อง การแสดงผลจะมีอยู่ 2แบบ คือ แบบ Grid 3x3 และแบบ วงล้อ 2 แถว คือ แถวของเพลง และแถวของภาพและวีดีโอ
ในหน้าจอ Home Screen นี้เราสามารถเลื่อนเปลี่ยนหน้าจอไปมาได้ง่ายๆ ด้วยการลากนิ้วถูลงไปบนหน้าจอ หรือ กดที่ปุ่ม Multi Tasking Key ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก-รับสาย และปุ่มวางสาย และสามารถเลือกหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งให้เป็นหน้าจอหลัก ที่จะเปิดขึ้นมาทุกครั้งที่เปิดเครื่องหรือออกจากเมนูอื่น ๆ ได้อีกด้วย
3D S-Class User Interfeace
นอกเหนือจาก Home Screen แล้ว ยังมี Shotcut ที่ใช้งานบ่อย อยู่อีก 4 อัน ซึ่งจะแสดงผลในทุก Home Screen คือ
- Number Pad : ใช้สำหรับกดเบอร์เพื่อโทรออก
- Contact : ใช้สำหรับ จัดการกับรายชื่อ และค้นหารายชื่อ เพื่อโทรออก , ส่งข้อความ
- Inbox : ใช้สำหรับเข้าไปเช็คข้อความ ทั้ง SMS และ MMS
- Setting : ใช้ในการเข้าใช้งานเมนูย่อยต่าง ๆ และการตั้งค่า
ทางด้านบนของจอ จะเป็นที่อยู่ของ Status Bar ซึ่งจะแสดงข้อมูลสถานะของโทรศัพท์เยอะแยะมากมาย ตั้งแต่ ความแรงของสัญญาณ , การใช้งาน EDGE , ระดับของแบตเตอร์รี่ , โปรไฟล์ , เมลล์ใหม่ , เหตุการณ์ ต่าง ๆ , การตั้งปลุก , เวลา และอื่น ๆ ซี่งหาอ่านได้ในคู่มือครับ
และเมี่อโทรศัพท์เข้าสู่สถานะ Stand By หน้าจอจะเปลี่ยนไปสู่ภาพพักหน้าจอ (แต่ไม่ใช่ Screen Saver เพราะเคลื่อนไหวไม่ได้) ซึ่งหน้าจอนี้ก็จะมีแค่ภาพที่เราเลือกเอาไว้ , Status Bar , เวลา , วันที่ และปุ่มปลดล็อคหน้าจอ เพียงเท่านั้น
สำหรับปุ่มโทรออก-รับสาย นั้น เมื่อจิ้มลงไปแล้ว ก็จะเข้าสู่ข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ โดยจะแสดงข้อมูล การโทรเข้า , โทรออก , ข้อความเข้า-ออก ทั้งหมด และสามารถโทรออก หรือส่งข้อความจากรายชื่อในหน้าจอนี้ได้ทันที
ปุ่มกลางระหว่างปุ่มโทรออก-รับสาย และปุ่มวางสาย เป็นปุ่ม Multi Tasking Key ใช้สำหรับย่อ Home Screen ลงมาให้อยู่ในรูปแบบของ Cube ให้เราเลือก Home Screen ได้ง่ายขึ้น และเมื่อกดค้าง จะเข้าสู่เมนู Multi Tasking ทำให้เราสามารถใช้งาน แอพลิเคชั่น ซ้อนกันได้ (หมายความว่า เปิดโปรแกรมหนึ่งอยู่ แล้วไปเปิดโปรแกรมอื่นขึ้นมาใช้ได้ โดยที่ยังไม่ต้องปิดโปรแกรมแรก) แต่สามารถทำงานพร้อมกันได้สูงสุดแค่ 2 โปรแกรมเท่านั้น และนอกจากนี้ก็ยังสั่งให้ปิดโปรแกรมที่กำลังใช้งานทั้งหมดเลยก็ได้
ปุ่มวางสาย มีอีกหน้าที่หนึ่งคือ ใช้ในการออกจากเมนูใด ๆ อย่างรวดเร็ว มาสู่หน้า Home Screen หลักที่เราได้เลือกไว้
ด้านข้างซ้ายมีปุ่มเพียงสามปุ่มคือ ปุ่มปรับเสียง (2ปุ่ม) สามารถใช้ปรับเสียงได้ในทุกฟังก์ชั่น ถ้ากดในหน้าจอหลัก จะเป็นการเพิ่ม-ลด เสียงเรียกเข้า และเสียงปุ่มกด เมื่อใช้ในขณะฟังเพลง หรือวีดีโอ ก็จะเป็นการเพิ่ม-ลดเสียงของเพลงหรือวีดีโอนั้น และเมื่อใช้งานในขณะสนทนา ก็จะเป็นการเพิ่ม-ลดเสียงของคู่สนทนา ส่วนในเมนูกล้องจะใช้ในการซูมเข้า – ซูมออก
ส่วนอีกปุ่มจะเป็นปุ่ม ชัตเตอร์ และช็อตคัทเข้าใช้งานกล้องถ่ายรูป เมื่อกดค้างไว้ 3 วินาที
ด้านบนเครื่อง มีเพียงปุ่มเดียว เป็นปุ่ม Power และเป็นปุ่ม
ล็อก-ปลดล็อคหน้าจอด้วย โดยเมื่อจะทำการปลดล็อคจะต้องกดปุ่ม Power
หนึ่งครั้งแล้วหน้าจอจะสว่างขึ้น พร้อมกับแสดงปุ่มปลดล็อคอีกปุ่มบนหน้าจอ
เราต้องกดค้างที่ปุ่มนั้นสักครู่จึงจะใช้งานโทรศัพท์ได้ ข้าง ๆ ปุ่ม Power
จะเป็นปุ่มปลดล็อคฝาหลัง และรูเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 mm.
ทางด้านขวามีเพียงช่องเสียบสายชาร์จ และสาย Data USB เพียงช่องเดียว
ใช้ร่วมกัน (หากใช้สาย Data USB ก็จะทำการชาร์จแบตฯ ไปด้วยในตัวครับ)
ส่วนทางด้านล่างนั้นก็โล่ง ๆไม่มีอะไรเลยครับ
ทางด้านการใช้งานนั้น เมื่อได้ลองใช้งานทุกวันตลอดสองสัปดาห์ ผมแฮปปี้กับโทรศัพท์เครื่องนี้มากครับ เพราะมีทุกอย่างที่ต้องการจริง ๆ แต่ที่ชอบที่สุดก็เห็นจะเป็น สีสันที่สวยงามของหน้าจอ เมนู และอินเตอร์เฟซ ที่ออกแบบมาให้เข้าใจง่าย เริ่มตั้งแต่ปุ่มกดที่มีขนาดใหญ่ เมื่อกดเบอร์แล้วโทรออก ก็จะมีอินเตอร์เฟซเป็นกล่องลูกบาศก์หมุนไปหมุนมาระหว่างที่รอปลายสายรับสาย
การพิมพ์เพื่อจดบันทึก หรือส่ง SMS ก็ทำได้สะดวก เนื่องจากมีระบบช่วยสะกดคำ T9 ทั้งไทยและอังกฤษ ที่ใช้งานได้จริง ๆ และครบถ้วน ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ระบบ T9 ที่ผมว่าดีที่สุด นั้นเป็นของ Motorola แต่ตอนนี้ LG ก้าวขึ้นมาเคียงข้างแล้ว และนอกจากระบบ T9 แล้ว การป้อนตัวอักษรตามปกติ ก็ทำได้ไม่ยาก ไม่มีปัญหากวนใจใด ๆ ให้พบเห็นเหมือนใน LG Shine ที่จะขึ้นคำใหม่ต้องกดปุ่ม ลูกศรหนึ่งที แล้วต้องกดปุ่มย้อนกลับมาใหม่ ไม่อย่างนั้น จะเว้นวรรคทุกคำ หรือ Nokia 3500 Classic ที่หากตัวอักษรตัวแรกเป็นสระ อย่างสระ เ , ไ , โ พวกนี้จะกดพิมพ์เลยไม่ได้ ต้องพิมพ์ตัวอื่นก่อน แล้วลบทิ้งจึงจะพิมพ์ตัวอักษรแรกเป็นสระได้ แต่ LG Arena ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจที่ว่า หรืออย่างอื่นให้เห็นเลยครับ
นอกจากนี้ เรายังสามารถขยายคีย์บอร์ดให้มีขนาดใหญ่เห็นชัดขึ้น กดง่ายขึ้นได้ด้วยการพลิกมือถือมาในแนวนอนครับ คีย์บอร์ดก็จะขยายใหญ่เป็นระบบ QWERTY ทันทีครับ ยอดมาก
ในส่วนของการใช้งานอื่น ๆ ที่บอกว่า อินเตอร์เฟซออกแบบมาให้เข้าใจง่ายนั้น ก็อย่างเช่น การตั้งวันที่ เวลา ในเมนูการตั้งค่านั้น ก็แค่เราหมุน Jog Dial ดังรูปไปยังวันที่เราตัองการเท่านั้นเอง ใครเห็นก็รู้เลยล่ะครับว่าใช้งานอย่างไร แถมยังมีเสียงและสั่นเหมือนเวลาโยกสล็อตแมชชีนเลยครับ 5555
ระบบการใช้ตัวหมุน ๆ แบบนี้ยังถูกนำไปใช้กับฟีเจอร์หลายอย่าง เช่น วิทยุ และตัวส่งสัญญาณ FM หรือ FM Transmitter , นาฬิกาปลุก , นาฬิกานับถอยหลัง และกล้องถ่ายรูปครับ
สำหรับวิทยุ FM นั้น ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่นัก ฟังก์ชั่นเหมือนมือถือทั่ว ๆ ไป แต่หน้าจอเหมือนวิทยุที่บ้านเลยครับ แล้วก็สามารถตั้ง Preset ได้ถึง 30 สถานีทีเดียว ส่วนตัวส่ง FM นั้น ก็คือ การส่งสัญญาณเสียงจากเพลงในเครื่องไปเข้าเครื่องเล่นวิทยุนั่นเองครับ ไม่แน่ใจว่าจะสามารถใช้วิทยุเป็น Small Talk เวลาขับรถได้หรือเปล่า ยังไม่ได้ลองครับ เพราะว่าไม่มีรถ ถ้าเกิดใครได้ลองทดสอบดู ช่วยบอกกันบ้างนะครับ
ทางด้านนาฬิกาปลุกนั้น ก็มีเหมือนมือถืออื่น ๆ เช่นกันครับ แต่โดดเด่นตอนที่เวลาเราตั้งเวลา นอกจากเราจะต้องใช้มือหมุนเข็มนาฬิกาให้หมุนไปตามเวลาที่เราต้องการปลุกแล้ว ภาพบนนาฬิกาจะเปลี่ยนไปตามเวลาที่เราปลุกด้วย ซึ่งก็จะเป็นเวลาตามประเทศที่เราอยู่ครับ อย่างเช่น ถ้าเราตั้งปลุกตอนตีห้าครึ่ง ภาพก็จะเป็นฟ้าสลัว ๆ เนื่องจากฤดูนี้ในประเทศไทย ท้องฟ้าจะสว่างเร็ว

ตัวนับเวลาถอยหลัง ( 60 นาที) และนาฬิกาปลุก
สำหรับกล้องถ่ายรูปและกล้องวีดีโอนั้น มีการนำลูกเล่นของ Jog Dial ที่มีอยู่ในกล้องดิจิตอลจริง ๆ มาใช้ด้วยเช่นกัน ทำให้ใครก็ตามที่เคยใช้กล้องดิจิตอลมาก่อน ก็สามารถใช้งานกล้องใน LG Arena นี้ได้ไม่ยาก แถมยังปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้เหมือนในกล้องดิจิตอลเลย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า White Balance , การตั้งค่าเอ๊ฟเฟ็คต์ , ถ่ายภาพต่อเนื่อง , ตั้ง ISO ได้สูงถึง 800 , ป้องกันภาพสั่นไหว , ตั้งโฟกัส แบบ กำหนดเอง เป็นจุด และ Face Detection โอ้วแม่เจ้า นี่มันกล้องถ่ายรูปเลยนี่นา และที่เหนือกว่าก็คือสามารถแทรกข้อมูลพิกัดที่ถ่ายภาพได้ด้วย เนื่องจากมี GPS ในตัวนั่นเอง
ส่วนกล้องวีดีโอนั้น มีฟีเจอร์เด็ด เป็นไม้ตายก็คือ ไฟล์แบบ D1 ที่มีความละเอียด 720 x 480 pixel และจับภาพที่ความเร็ว 120 fps ซึ่งทำให้จับวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ได้รายละเอียดแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเมื่อมา replay ด้วยความเร็วปกติคือ 29.7 fps แล้วล่ะก็ จะได้ผลงานอลังการงานสร้าง งดงามหยดย้อยอย่าบอกใครครับ (ลองถ่ายภาพน้ำพุ ,น้ำตก หรือแมลงบินดูก็ได้ครับ) ส่วนขนาดวีดีโออื่น ๆ ก็มี 640 x480 , 320 x 240 และ แบบส่ง MMS คือ 176 x 144 pixel
และที่หลาย ๆ คนต้องการคือ ความสามารถของกล้องด้านหน้าที่สามารถใช้ถ่ายรูปตัวเองได้ LG Arena ทำได้ครับ แถมยังถ่ายวีดีโอก็ได้อีก แต่ความละเอียดของภาพจะดร็อปลงมาหน่อย เนื่องจากคุณภาพของเลนส์ครับ แต่เท่านี้ก็ยอดแล้วครับ

กล้องหน้าถ่ายภาพตัวเองได้ ไม่ใช่มีไว้ใช้กับ Video Call อย่างเดียว
ทางด้านมัลติมีเดีย LG Arena ได้นำเสนอ อินเตอร์เฟสใหม่ ในการแสดงผลภาพในแกลเลอรี่ ซึ่งสวยงามครับ และสามารถย่อ-ขยายได้ด้วยการใช้นิ้วลาก เหมือนกับ iPhone (ดูได้ในวีดีโอ) สำหรับการพรีวิวรูป ก็ถือว่าเร็วมาก แม้ภาพขนาด 5 MB ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องรอนานกว่าจะเปิดรูปขึ้นมาไ้ด้
ส่วนเครื่องเล่นวีดีโอ ด้วยจอภาพที่แสดงผลสวยงาม ทำให้ภาพวีดีโอเนี๊ยบมาก ๆ แจ่มไปเลยครับ ส่วนทางด้านเมนูการควบคุมวีดีโอ สามารถเลือกเล่นช้า เร่งให้เร็วได้ และขยายภาพเต็มหน้าจอได้ และสามารถชมในแบบแนวนอนได้ครับ
นอกจากจะดูวีดีโอจากไฟล์ที่เก็บไว้ในเครื่องได้แล้ว ยังสามารถดูผ่าน YouTube ได้อย่างเนียนครับ มีอาการสะดุดน้อยมาก แม้จะเชื่อมต่อด้วย EDGE ไม่ใช่ Wifi (ดูตัวอย่างได้จากวีดีโอเช่นกันครับ)
ดูวีดีโอจาก YouTube ได้แบบเนียน ๆ
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบ ก็คือเครื่องเล่นเพลงของ LG Arena ที่มี Visualization ที่สวยงาม และสามารถเลือกเปลี่ยนได้หลากหลาย ทำให้ไม่น่าเบื่อ แถมเวลาเล่นเพลง ภาพปกที่เป็นเหมือนรูปซีดี จะหมุนเหมือนกับเวลาเล่นในเครื่องเล่นเพลงเลย ทางด้านคุณภาพเสียง ถ้าเล่นผ่านลำโพงของเครื่อง ก็ถือว่าใช้ได้ เสียงดังดี และเมื่อเสียบหูฟัง เสียงที่ได้ก็เหมือนกับฟังจากเครื่องเล่น MP3 ดี ๆ เครื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ และก็ยังมี Equalizer Preset ให้เลือกปรับแต่งได้ตามใจชอบอีกเป็นสิบ ๆ แบบ
มาที่ความบันเทิงอย่างเกมกันบ้าง ในเครื่องมีเกมแบบ M-Toy มาให้เล่น 3 เกม เกม M-Toy ก็คือ เกมที่มีการใช้คุณสมบัติของ Motion Sensor ในการเล่ม ซึ่งก็มีเกมเดาะลูกปิงปอง , หมุนวงล้อ , และทอยลูกเต๋า ซึ่งผมว่า มีเกมเดาะลูกปิงปองลูกเดียว ที่เล่นแล้วมีดูมีเป้าหมายหน่อย นอกนั้นไม่รู้ว่าเล่นไปเพื่ออะไรเหมือนกัน
จบเรื่องความบันเทิงแล้วก็มาที่ของที่เป็นประโยชน์กันบ้าง ที่ผมชอบก็คือ Google Map ครับ ทำให้ผมดูเส้นทางไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหลงแล้วล่ะครับ
ส่วน Widget ที่ผมใช้บ่อย ๆ เลยก็คือ พยากรณ์อากาศ ซึ่งผมไว้เช็คสภาพอากาศทุกวันเลยครับ จะได้เตรียมตัวไว้ เผื่อวันไหนฝนตก
มาถึงสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ สมาร์ทโฟน นั่นก็คือการใช้งานอินเตอร์เน็ตครับ ผมประทับใจ Browser ของ LG Arena เครื่อง นี้มากครับ เนื่องจากแสดงผลได้เหมือนดูใน Firefox เลยล่ะครับ และเราสามารถย่อขยายเว็บเพจได้ด้วยการ ลากนิ้วกางเข้า กางออก เหมือนการดูรูปภาพเลยครับ
อีกโปรแกรมที่ใช้บ่อย ๆ ก็เป็นเครื่องคิดเลข ซึ่งตัวนี้พิเศษหน่อย คือมีฟังก์ชั่นทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์เพิ่มมากขึ้นครับ (เครื่องคิดเลขตัวนี้จะแตกต่างจากใน Widget ซึ่งเป็นแค่เครื่องคิดเลขธรรมดา)
สำหรับการรีวิวเครื่อง LG Arena ของผมก็มีเพียงเท่านี้ครับ หวังว่าคงจะละเอียดมากพอ และเป็นข้อมูลที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจเครื่องรุ่นนี้อยู่ สำหรับผมแล้ว ผมประทับใจมาก ๆ ครับ แต่ก็มีข้อด้อยที่ต้องบอกไว้หน่อยก็คือ การแสดงผลเว็บเพจที่มีอ๊อบเจ็คต์มาก ๆ โดยเฉพาะ จาวาสคริปต์ เหมือนบล๊อกผมจะช้าไปเลยล่ะครับ แต่เว็บเพจธรรมดา ๆ ก็ไวดี ส่วนแบตเตอร์รี่นั้น ค่อนข้างน้อยครับ ไม่เพียงพอต่อการใช้งานหนักทั้งวันแน่นอน ถ้าคิดจะเล่นรุ่นนี้ แนะนำว่าให้ซื้อแบตฯเพิ่มครับ นอกนั้น ผมแฮปปี้มากครับ
ส่วนราคานั้น เปิดตัวมาค่อนข้างสูง คือ 17,900 แต่ของแถมก็เยอะอยู่ (มูลค่า 4,000 กว่าบาท เฉพาะผู้ที่จองก่อน 12 พ.ค. รายละเอียดอ่านได้ใน LgMobileLover ครับ) ดังนั้นถ้าอยากได้ แต่ยังรู้สึกว่าเราคามันยังสูงไป แนะนำให้รอสักระยะ ราคาน่าจะหล่นลงมามากกว่านี้ครับ
สุดท้ายก็อย่าเชื่อผมครับ เพราะการเลือกมือถือนั้นขึ้นอยู่กับรสนิยม และการใช้งานของคุณเอง ถ้าคุณว่าใช่ มันก็ใช่แหละครับ พบกันใหม่กับการรีวิวเครื่องอื่น ๆ ต่อไป (ถ้าค่ายมือถือใจดีให้ผมยืมมาใช้อีกนะ ) สวัสดีครับ
ตัวอย่างวีดีโอการใช้งาน LG Arena ครับ
ดูภาพตัวอย่างที่ถ่ายจากกล้องของ LG Arena ที่ความละเอียดสูงสุดได้ โดยกดที่ Thumbnail ข้างล่างนี้เลยครับ
Related Link









ทั้งตัวเครื่องถายนอก กับฟังชั่นข้างในเลย







#1 By catchmeifucan (58.8.252.154) on 2009-05-11 07:43