สงกรานต์ปีนี้ ฟังเพลงใน ipod อยู่ดี ๆ ก็มีเพลงนี้โผล่ขึ้นมา ช่างเข้ากับบรรยากาศดีจริง ๆ เลย ก็เลยขอเอามาลงบล็อกหน่อยครับ ไหน ๆ ก็เป็นบล็อกทหารเรือแล้ว ลงเพลงทหารเรือบ้างจะเป็นไรไป

ลาสาวแม่กลอง - ขับร้องโดย โจ้ pause
คำร้อง/ทำนอง - เกษม สุวรรณเมนะ
Original Vocal - พนม นพพร

สิ้นแสงดาวดุเหว่าเร่าร้อง
จากสุมทุมลุ่มน้ำแม่กลอง พี่จำจากน้องคนงาม
แว่วหวูดรถไฟ พี่แสนอาลัยสมุทรสงคราม
คงละเมอเพ้อพร่ำ คิดถึงคนงามที่อยู่แม่กลอง
ราชการทหารเรียกใช้ ลูกน้ำเค็มโอ้ทัพเรือไทย
ฝึกเตรียมเอาไว้ทุกกอง พี่ต้องขอลา
จากแล้วแก้วตาลาถิ่นแม่กลอง
คงหวนมาหาน้อง คนสวยแม่กลองคอยพี่กลับมา
เมื่อสงกรานต์งานวัดบ้านแหลม
เคยเที่ยวชมกับโฉมแฉล้ม เมื่อคืนข้างแรมเมษาฯ
สรงน้ำร่วมน้อง ปิดทองพระปฏิมา
อธิษฐานรักอยู่คู่ฟ้า หวังเกิดมาร่วมใจ
ป้อมพระจุลฯ ไกลบ้านห่างน้อง
เมื่อฝนมาฟากฟ้าคะนอง ได้ยินถึงน้องหรือไม่
พี่ส่งสัญญา ฝากฟ้าครวญมาจากห้วงหัวใจ
คือเสียงครวญหวลไห้ ทหารเรือไทยยังห่วงแม่กลอง...

เพลงนี้เป็นเพลงที่เล่นบ่อยมากตอนสมัยเป็นนักเรียนนายเรือครับ แหม ทำให้คิดถึงสมัยยังเป็นนักดนตรีเลยนะครับ อีกอย่างที่ทำให้คิดถึงก็  โจ้ วง pause ผู้นำเพลงนี้มาร้องใหม่นั่นเอง ขอบคุณครับ ที่ถ่ายทอดเพลงเพราะ ๆ เพลงนี้ออกมา ขอให้คุณอยู่สุคติบนโลกอีกใบหนึ่งนะครับ

ในเพลง ๆ นี้ ยังกล่าวถึงสถานที่หลาย ๆ แห่ง ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จักเท่าไหร่นัก เลยไปค้นข้อมูลมาให้ทุก ๆ คนได้อ่านเอาไว้ประดับความรู้ และเผื่อจะไปเที่ยวกันครับ

1. สมุทรสงคราม : เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า สวนนอก ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า เมืองแม่กลอง  สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น (ข้อมูลจาก tourthai.com) จังหวัดสมุทรสงครามมีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ และน่าสนใจ ได้แก่ อุทยาน ร.2 , ตลาดน้ำอัมพวา , วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลม ที่กล่าวถึงในเพลง , ค่ายบางกุ้ง  และดอนหอยหลอด

2. แม่กลอง : แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสำคัญสายหนึ่งในภาคตะวันตก เกิดจากแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อย ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลบ้านแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ไหลผ่านจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม และไหลลงสู่ปากอ่าวไทย มีความยาวประมาณ 132 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม บางส่วนของจ.สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร อุทัยธานี และ ตาก ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 7,973 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูลจาก Wikipedia Thailand)

3. วัดบ้านแหลม : หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า  วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ในตัวเมืองเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เพราะเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปสำคัญ คือ หลวงพ่อบ้านแหลม สำหรับ ความเป็นมาของหลวงพ่อบ้านแหลมนั้น เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏ ตามพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขาว่า เมื่อ พ.ศ.2307 พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยาได้ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองไว้ได้ ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีได้อพยพหนีพม่า มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลแม่กลองเหนือวัดศรีจำปาขึ้นไปและเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านแหลม ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชร ได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาแล้วเรียกวัดศรีจำปาว่า วัดบ้านแหลม ชาวบ้านแหลมพวกนี้ เป็นชาวประมงมีอาชีพจับปลาในทะเล คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวนในอ่าวแม่กลองได้พระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน สำหรับพระพุทธรูปนั่งได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี เรียกว่า หลวงพ่อวัดเขาตะเครา สำหรับพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตร สูงประมาณ 167 เซนติเมตร แต่บาตรนั้นสูญหายไปในทะเล ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลมเรียกว่า หลวงพ่อบ้านแหลม มีความศักดิ์สิทธิ์ และอภินิหารเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านทั่วไป วัดบ้านแหลมซึ่งแต่เดิมเป็นวัดเล็ก ๆ ที่ทรุดโทรมก็กลับเจริญขึ้น เป็นวัดใหญ่ เพราะมีผู้คนมาทำบุญและนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลมกันอยู่เรื่อยๆ ต่อมาวัดนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหาร สำหรับบาตรของหลวงพ่อบ้านแหลมนั้น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช ได้ถวายบาตรไว้ให้บาตรหนึ่ง เป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน ซึ่งยังคงปรากฏอยู่ทุกวันนี้ (ข้อมูลจาก Sanook Travel)

4. ป้อมพระจุลฯ : ย่อมาจาก ป้อมพระจุลจอมเกล้า ไม่ได้มีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่มีความเกี่ยวพันกับทหารเรือ โดยเป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติในสมัย โบราณ โดยได้ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ  ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) เมื่อฝรังเศสนำเรือรบ 2 ลำรุกเข้ามาในปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทำการกดดันให้รัฐไทย ยกแผ่นดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอันได้แก่ประเทศลาวในปัจจุบันให้กับฝรั่งเศส ซึ่งผลจากการรบครั้งนั้น แม้เราจะมีป้อมที่ทันสมัย แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการรุกรานในครั้งนั้นได้ เนื่องจากประเทศไทย ไม่มีเรือรบอันทันสมัยที่จะติดตามต่อต้านเรือที่เคลื่อนที่ีได้ เป็นผลให้ในภายหลัง ประเทศไทยได้มีการพัฒนากิจการทหารเรือให้เจริญขึ้นเป็นลำดับ ปัจจุบันป้อมพระจุลฯ เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ทางการทหารที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลองอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษา และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ

เกร็ดความรู้ เมื่อก่อน จังหวัดสมุทรสงครามนี้ มีคลองที่น่าสนใจอยู่สองคลอง คือ คลองหมาหอน และ คลองผีหลอก