ต่อจากเอนทรี่ที่แล้วนะครับ เอนทรี่นี้ก็เป็นงานในช่วงบ่ายซึ่งเป็นกิจกรรมเก็บขยะ ทั้งบนดิน และใต้น้ำ โดยจะแบ่งกำลังพลออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเก็บขยะบริเวณชายหาด และอีกกลุ่มหนึ่งจะต้องไปดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล ซึ่งเราส่ง 10 นาย เป็นนายทหารสัญญาบัตร 5 นาย และนายทหารประทวน 5 นาย

 

สำหรับผมนั้นอยู่ในกรุ๊ปที่ลงดำน้ำครับ ดังนั้นก็จะขอเล่าถึงเรื่องภารกิจเก็บขยะใต้น้ำอย่างเดียวนะครับ เพราะเก็บขยะบนบกนั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ


ทีมดำน้ำของไทย

ในการดำน้ำนั้น แน่นอนว่าจะต้องรับคนที่ดำน้ำเป็นครับ ซึ่งนายทหารทุกคนนั้นดำน้ำได้หมด เพราะจบหลักสูตรปฏิบัติการใต้น้ำมาจากเกาะพระ เป็นศิษย์มนุษย์กบกันทุกคน ส่วนทางด้านประทวนนั้น ยิ่งหายห่วงเข้าไปใหญ่ เพราะเป็นซีล 4 นาย ส่วนอีกนายก็เคยผ่านหลักสูตรทำนองเดียวกันมาแล้ว 

สำหรับผมนั้น ไม่ได้ดำน้ำมา 10 ปีแล้วครับ นับตั้งแต่จบหลักสูตรปฏิบัติการใต้น้ำมา ดังนั้นครั้งนี้จึงตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยครับ เพราะลงจริง ดำจริง ไม่มีการรีเฟรชแต่ประการใด แต่เห็นว่าการดำน้ำครั้งนี้ไม่ลึกเท่าไหร่ คือไม่เกิน 10 เมตร จึงไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ อีกอย่างมีมนุษย์กบอยู่ด้วย เลยอุ่นใจขึ้นเยอะ 

เมื่อได้เวลาเที่ยง เราก็เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทั้งหมด จากร้านเช่า้อุปกรณ์ดำน้ำบนเกาะเต่า เมื่อเลือกอุปกรณ์ได้แล้ว ก็ไปรวมตัวกันที่หน้าหาด พร้อมกับเจอฝรั่งชาติต่าง ๆ ซึ่งจะร่วมไดฟ์ด้วย โดยมีฝรั่งคนหนึ่งเป็นหัวหน้าในการดำไดฟ์นี้


บรีฟก่อนออกไปปฏิบัติภารกิจ

แต่ที่น่าตลกคือ แม้ตอนบรีฟจะบรีฟด้วยภาษาอังกฤษ แต่ตอนที่เค้าเข้ามาคุยกับเรา กลับคุยด้วยภาษาเยอรมันแทน นั่นก็เพราะต้นเรือท่านจบมาจากเยอรมัน เลยพูดและฟังภาษาเยอรมันได้คล่องกว่าภาษาอังกฤษ พวกผมก็เลยได้แต่นั่งอึ้ง เพราะฟังไม่รู้เรื่องเลย

หลังจากที่ฟังบรีฟจบแล้ว ก็ขึ้นเรือหางยาวไปขึ้นเรือใหญ่อีกที เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำ

 

เมื่อขึ้นเรือใหญ่แล้ว ก็ประกอบอุปกรณ์ดำน้ำ เช็คอากาศ แล้วก็ใส่อุปกรณ์ให้พร้อมดำ ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้ บางตัวตอนที่ผมฝึก ไม่เคยได้ใช้ด้วยซ้ำ อย่างเจ้า BCD (buoyancy control device) ซึ่งเป็นชูชีพ , Regulator สำรอง เพื่อให้คนที่อากาศหมดมาร่วมใช้อากาศจากถัีงของเราได้ สมัยผมเรียนไม่มีหรอกครับ เลยเอ๋อ ๆ งง ๆ กับเจ้าของพวกนี้อยู่พอสมควร


พร้อมแล้วก็ถ่ายรูปกันหน่อย

เมื่อพร้อมแล้ว ต่างก็โดดลงน้ำ แล้วจับกลุ่มกันตามที่ได้บรีฟไว้ในตอนแรก

ในกรุ๊ปที่อยู่บนเรือลำเดียวกับผมนั้น นอกจากกรุ๊ปทหารเรือแล้ว ไม่มีคนไทยเลย ซึ่งทั้งหมดรวมแล้วก็ประมาณ 30 ชีวิตเห็นจะได้ ซึ่งก็จะแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3-4 คน กระจายกันไปเก็บขยะรอบ ๆ เรือ โดยดำเก็บไปเรื่ีอย ๆ จนกว่าอากาศจะหมดขวด ซึ่งขวดหนึ่งจะอยู่ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนฝรั่งอีกกรุ๊ปหนึ่งนั้น จะอยู่แต่บนเรือหางยาว ทำหน้าที่วิ่งเก็บขยะที่ได้จากนักดำแต่ละกรุ๊ปมาไว้บนเรือใหญ่ กลุ่มนี้ก็ไม่มีคนไทยอีกเช่นกัน

เมื่อจัดกรุ๊ปในน้ำได้แล้ว ก็เริ่มดำเลยครับ พอผมปล่อยอากาศออกจากชุด BCD ปุ๊บ แทนที่จะจม แต่มันไม่จมครับ นี่ขนาดถ่วงตะกั่วมา 2 ก้อนแล้วนะ ยังไม่ลงเลย สงสัยจะอ้วนเกินไป แต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะว่ายน้ำกลับไปเอาตะกั่วมาเพิ่ม เลยกลับตัวเอาหัวลงน้ำ แล้วตีขาใช้แรงผลักน้ำให้ดำลงไปได้ เมื่อลงมาใต้น้ำแล้ว ก็เจ็บหูมาตลอดระยะที่ดำลงมา ก็เลยต้องเคลียร์หูกันไปตลอดทาง เมื่อลงมาถึงใต้น้ำแล้ว ก็มองหาขยะแล้วเก็บไปเรื่อย ๆ ซึ่งความลึกของน้ำก็ประมาณ 6-7 เมตรเท่านั้นเอง พอขยะเต็มถุงแล้ว ก็ขึ้นมาผิวน้ำ ให้ทีมบนบกมารับไป แต่ขึ้นมาผิวน้ำทีไร ก็พบว่าไม่ได้มากับกรุ๊ปเดิมทุกทีเลย 5555 หลงทางตลอด ซึ่งผมก็ดำผุดดำว่ายอยู่ประมาณ 3 รอบ อากาศในขวดอากาศของผมก็ใกล้หมดแล้วครับ อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่เคยชิน และตื่นเล็กน้อย เลยทำให้ใช้อากาศเปลือง เลยต้องขึ้นจากน้ำเป็นคนแรก ๆ 

เสียดายที่ตอนดำน้ำ ไม่มีกล้องถ่ายรูปใต้น้ำ เลยไม่ได้ถ่ายภาพปลาทะเลสวย ๆ มาให้ชมกัน ซึ่งแต่ละตัวก็สวย ๆ และเชื่องมาก ๆ ผมว่ายไปใกล้ มันก็ไม่หนีเลยล่ะครับ

เมื่อครบชั่วโมง ทุกคนก็ขึ้นมาบนเรือ กินน้ำ กินขนม และพักผ่อน ตัวผมเองนั้นรู้สึกเหนื่อยครับ เพราะร่างกายก็ใช่ว่าจะฟิต แต่อาศัยใจและความอยากเป็นกำลัง

ขยะที่เก็บได้ก็มีเยอะพอสมควรครับ หลัก ๆ เลยคือขวด รองลงมาคือเชือก แห อวน นอกนั้นก็เป็นพลาสติก แต่ที่แปลกประหลาดก็คือ โถส้วมครับ คิดว่ามันคงแตกในทะเล เจ้าของเรือก็เลยทิ้งในทะเลซะเลย มักง่ายเกินไป ไม่ดีเลย จากนั้น อีกกรุ๊ปหนึ่งก็ลำเลียงขยะขึ้นไปกำจัดต่อบนบก หมดหน้าที่ของนักดำแล้วครับ