นัก
posted on 18 Nov 2008 12:56 by zedth in Navy-Storyในรั้วโรงเรียนนายเรือนั้น ก็เฉกเช่นกับมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไปทั้งหลาย ซึ่งนอกจากการเรียนซึ่งเป็นหน้าที่หลักแล้ว นักศึกษามักจะต้องหากิจกรรมที่ตนเองถนัด , โปรดปราน หรือสนใจที่จะทำในระหว่างที่เป็นนักศึกษาอยู่ เพื่อที่ชีวิตจะได้ไม่ต้องเรียน ๆ ๆ เพียงอย่างเดียว ให้ชีวิตมันซีเครียส (ซีเรียส+เครียด) มากเกินไปนัก
ดังนั้นนักเรียนนายเรือแต่ละคนก็จะต้องหากิจกรรมเพื่อเข้าร่วม บ้างก็โดนบังคับ บ้างก็สมัครเข้าไป บ้างไม่ชอบซ้ำกับใคร ก็ตั้งขึ้นมาใหม่เสียเองเลยก็มี โดยกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้น เค้าจะเรียกกันว่า "นัก"
คำว่า "นัก" ตามบัญญัติของ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีความหมายว่า
นัก ๑ น. ใช้ประกอบหน้าคําอื่นหมายความว่า ผู้ เช่น นักเรียน
ผู้ชอบ เช่น นักดื่ม นักท่องเที่ยว
ผู้ชํานาญ เช่น นักเทศน์ นักดนตรี นักคํานวณ , นักสืบ
ผู้มีอาชีพในทางนั้น ๆ เช่น นักกฎหมาย นักแสดง นักเขียน (ข.)
ดังนั้น คำว่า "นัก" ที่เอามาใช้จึงเป็นการนำคำมาใช้ได้อย่างถูกจุดมากมาย
ตอนที่ผมและเพื่อน ๆ เพิ่งขึ้นเหล่ากันมาใหม่ ๆ ก็เกิดอาการงง ๆ ครับ ว่า อะไรคือ "นัก" เพราะตอนมัธยมเราจะคุ้นเคยกับคำว่า "ชมรม" มากกว่าจริงไหมครับ แต่พอเข้ามาในโรงเรียนนายเรือแล้ว เราจะได้ิยินว่า เฮ้ย มึงเป็นนักอะไรวะ , อยากเข้านักอะไรวะ ซึ่งทีแรกก็ไม่รู้เรื่องครับ งง อะไรวะ "นัก" นักธรรมเอกเหรอ???
แต่พออยู่ ๆ ไป ได้ฟังคำนี้บ่อย ๆ เข้า ก็เข้าใจความหมายมากขึ้นครับ คล้า่ย ๆ กับเด็กเล็ก ๆ ที่ได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ นั่้นแหละครับ
ซึ่งวันแรก ๆ ของการเป็นนักเรียนนายเรือ พวกรุ่นพี่ก็จะมาช๊อปปิ้งตัวน้อง ๆ ไปเข้านักครับ ซึ่ีง นักใครเส้นใหญ่ ก็จะได้สิทธิ์มาเลือกก่อน ซึ่งนักที่ถือว่าใหญ่มาก ๆ ในโรงเรียนนายเรือ ก็มีอยู่ประมาณ 5 นักครับ (อย่างน้อยก็ในสมัยผม) คือ นักรักบี้ , นักดนตรีสากล , นักฟุตบอล , นักกรีฑา และนักว่ายน้ำ

โดยเกณฑ์ที่จะเอามาวัดว่านักอะไร ถือเป็นนักใหญ่ อย่างแรกก็คงจะเป็นเรื่องของจำนวนคน โดยเฉพาะ จำนวนของนักเรียนอาวุโส ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเก๋าว่างั้นเถอะ
ต่อไปก็คือความถี่ในการออกงาน หรือแข่งขัน โดยเฉพาะโปรแกรมใหญ่ ๆ อย่าง กีฬา 4 เหล่า , กีฬาราชนาวี , U-Leage , กีฬาประเพณี ชาวเรือ-ชาวไร่ ระหว่าง โรงเรียนนายเรือ กับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอีกหลายงานครับ อันนี้เข้าข่ายว่าเป็นนักที่มีผลงานตลอดปีครับ

พิธีเปิดกีฬาเหล่า
ซึ่งนักใหญ่เหล่านี้ก็มักจะเป็นนักกีฬาทั้งนั้นแหละครับ มีเพียงนักดนตรีสากลเท่านั้น ที่ไม่ใช่นักกีฬา แต่พาวเวอร์แรงกระฉูด เรื่องนี้เดี๋ยวต๊ะไว้ก่อนครับ เพราะว่ามีเรื่องให้เล่ากันอีกยาววววววว

นักดนตรีสากล ไปออกรายการของดาวล้านดวง ของคุณไก่ วรายุทธ
กลับเข้ามาที่นักทั่ว ๆ ไปกันดีกว่าครับ
ไอ้การช๊อปปิ้งนักเรียนชั้นหนึ่งไปเข้านักเนี่ย บางทีมันก็โหดร้ายครับ อย่างเช่น นักรักบี้ ที่ จะให้นักเรียนทั้งหมดมาเข้าแถว จากนั้นก็ดึงคนที่รูปร่างใหญ่ ๆ แน่น ๆ ให้เข้านักไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ไปในรอบแรก พอจบรอบแรก ก็จะเหลือพวกตัวเล็ก ๆ พวกนี้ก็จะจับมาวัดความเร็ว ด้วยการปล่อยม้า ซึ่งก็คือให้วิ่งแข่งนั่นแหละครับ ใครวิ่งเร็วอยู่ในกลุ่มแรก ๆ ก็โดนจับเข้านักไป แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ เพราะบางทีมันมีพวกรู้มาก ที่กั๊กฝีเท้าเอาไว้ เพราะไม่อยากเข้าเป็นนักรักบี้ ดังนั้น มันก็เลยต้องมีการจับคนช้า ดังนั้น ใครเข้าเส้นชัยช้าก็จะโดนแดกอีกครับ สรุปว่า เร็วก็ซวย ช้าก็ซวยอีก แต่ไอ้พวกฝีเท้าดีน่ะมันไม่ซวยหรอกครับ แต่ไอ้คนฝีเท้าเต่าเรียกไอ้น้องอย่างผมเนี่ย แม่งซวยทั้งขึ้นทั้งล่องครับ เพราะช้าตลอด โดนแดกทุกช็อต
พวกนักรักบี้นี่เค้าจะคัดคนไปก่อนทีละเยอะ ๆ ครับ หลังจากนั้นค่อยไปคัดออกเอาทีหลัง โดยการทดสอบอื่น ๆ ซึ่งก็เป็นเฉพาะของนักเค้าครับ
ส่วนนักอื่น ๆ ที่เป็นนักเล็ก ๆ มักจะรวมกลุ่มมาช๊อปพร้อม ๆ กัน โดยนายทหารเวรฯ จะให้เวลาในการที่รุ่นพี่จะมาประชาสัมพันธ์นัก และให้เวลาชั้นหนึ่งในการเลือกนักที่ตัวเองสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ก็จะได้เข้านักที่ตัวเองอยากเป็น อยากทำกันทั้งนั้น แต่หลังจากที่เข้าไปแล้ว จะตรงใจหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่่ง
เมื่อเข้านักไปได้แล้ว ก็เป็นเรื่องของแต่ละนักแล้วครับ ว่าจะทำอะไร
จะซ้อมเมื่อไหร่ จะทำกิจกรรมที่ไหน จะใช้สถานที่ที่ไหน มีกฏระเบียบอย่างไร
อันนี้แล้วแต่นักใครนักมันครับ ผมคงไปพูดถึงไม่ได้
เพราะไม่ได้เข้ามันหมดทุกนัก แต่ก็พอจะยกตัวอย่างได้ อย่างเช่น นักแล่นใบ หรือนักกีฬาเรือใบ
ก็จะมีโอกาสได้ใช้เรือใบของโรงเรียนนายเรือ ในการแล่นใบในแม่น้ำเจ้าพระยา
และปากแม่้น้ำเจ้าพระยา บางคราวก็ไปไกลถึงสัตหีบเลยทีเดียว
แต่จะไปกันในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยมีนายทหาร ที่เป็นที่ปรึกษานัก
ควบคุมไปด้วย

นักแล่นใบ หรือ นักกีฬาเรือใบ
หรืออย่างนักบริดจ์ (เกมส์ไพ่ชนิดหนึ่ง) ก็จะจองที่บนห้องพักผ่อนในการเปิดสนามประลองเชาว์ปัญญากันในตอนเย็น ๆ แล้วก็มีการเชิญอาจารย์เก่ง ๆ จากภายนอกมาสอนก็มี
การที่มีนัก เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นนักเรียนนายเรือ โดยเฉพาะกับนักเรียนชั้นต่ำ (ทำไมชั้นต่ำ ต้องไปอ่านเรื่องเก่า ๆ ครับ) เพราะนอกจากเราจะได้ทำกิจกรรมที่เราชอบ เรารักแล้ว ในหลาย ๆ ครั้งก็ช่วยให้เรารอดพ้นจากการโดนทำโทษได้ด้วย เพราะพี่ ๆ นัก คุ้มกะลาหัวอยู่
อย่างเช่นในเวลาที่เพื่อน ๆ เข้าแถวตอนสองทุ่มกันอยู่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการชำระโทษของนักเีรียนชั้นต่ำ นักกีฬาที่อยู่ในช่วยฝึกซ้อมก่อนแข่ง หรืออยู่ในช่วงแข่ง ก็จะถูกพี่ ๆ ในนักแยกตัวออกไป โดยให้เหตุผลว่า ซ้อมมาหนักมากพอแล้ว ไม่ควรจะถูกทำโทษให้ร่างกายช้ำชอกไปมากกว่านี้ ซึ่งการไม่ถูกแดกช่วงแถวสองทุ่มนี่ถือว่าเป็นสวรรค์มากครับ เพราะอย่างขี้หมูขี้หมา ก็จะโดนแดกถึงสามทุ่มล่ะครับ
แต่บางทีการมีนัก ก็นำพามาซึ่งความซวยได้เหมือนกัน ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่ไม่ได้ไปเข้าแถวบ่อย ๆ หรือที่เรียกกันว่า บายแถว แล้วล่ะก็ มักจะโดนพี่ ๆ ต่างนัก โดยเฉพาะพี่ ๆ ที่เป็น ชาวบ้าน (ชาวบ้านคือ นักเรียนที่ไม่มีนักครับ) หมั่นไส้เป็นอย่างยิ่ง และพอโดนหมั่นไส้ ก็โดนหมายหัว ที่เรียกว่า เข้าตา ครับ (สมัยนี้คงเทียบได้กับเข้าตีน หรือ งานเข้า) ซึ่งถ้าใครเข้าตาใครเนี่ย เวลาทำผิดเล็กน้อย ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ตลอด บางทีอยู่เฉย ๆ ยังผิดเลย แล้วพอผิดปุ๊บ ก็จะโดนแดกมันเดี๋ยวนั้นเลย เพราะพี่เค้ารู้ว่า เดี๋ยวคืนนี้ไอ้นี่มันต้องบายแถว หรือถ้าหนักไปกว่านั้น ก็โดนนัดให้ไปรายงานตัวหลังสามทุ่ม สี่ทุ่ม ก็ว่ากันไป หลังจากนั้นก็โดนแดกยาวครับ บางทีโดนแดกหนักกว่าเพื่อนที่ไปเข้าแถวด้วยซ้ำ หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ก็โดนกัก ไม่ต้องกลับบ้านไปเลยก็มีครับ โหดร้ายมากกกกกก
พาวเวอร์ของนักใหญ่ ๆ นั้น ก็อย่างที่บอกครับ นอกจากจะบายแถวได้แล้ว ยังมีสิทธิพิเศษอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เช่น ตื่นนอนตามลำพัง เพราะเมื่อวานนี้ไปแข่งกีฬา หรือไปทำกิจกรรมมาแล้วกลับดึก ก็จะได้นอนพักผ่อนให้เต็มที่ หรือบางทีก็กินข้าวก่อนหรือหลังก็ได้ แล้วแต่เวลาซ้อมของเราครับ ซึ่งนี่เองก็เป็นชนวนแห่งการหมั่นไส้ได้เหมือนกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่จะได้สิทธิเหล่านี้มา มันก็ต้องดูที่ผลงานด้วยครับ ถ้าผลงานที่เราทำลงไปมันออกมาดี ใคร ๆ ก็ให้สิทธิ์ครับ เพราะถือว่าเป็นรางวัลตอบแทนที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน เพราะเวลาคนข้างนอกเค้าพูดถึง เค้าไม่ได้พูดถึงคนเดียว แต่เค้าหมายถึงนักเรียนนายเรือทุกคน ดังนั้น การที่นักเหล่านี้มีพาวเวอร์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกครับ

ถ้วยชนะเลิศกีฬาฟุตบอล ในการแข่งขันกีฬาเหล่าปี 2540
นัก นอกจากจะมีนักถาวรแล้ว ก็ยังนักเฉพาะกิจอีกครับ
พวกนักถาวร ก็ได้แก่กิจกรรมโด่ง
ดังอย่างเช่น ฟุตบอล , บาสเก็ตบอล , ว่ายน้ำ , แล่นใบ , กระเชียง ,
ดนตรีสากล , ดุริยางค์ , ดนตรีไทย เป็นต้นครับ ซึ่งนักเหล่านี้ จริง ๆ
จะว่าไปก็ไม่ถาวรซะทีเดียว เพราะนักที่มีจำนวนคนน้อย ๆ วันดีคืนดี
อาจจะไม่มีผู้สืบทอดก็ได้ครับ
แต่ที่โรงเรียนนายเรือนี่ จะไม่มีกฏระเบียบว่า นักจะต้องมีคนอย่างน้อยเท่านั้นเท่านี้ แต่เปิดโอกาสให้อย่างเสรีในการเลือกทำกิจกรรม ดังนั้นทั้งนักมีแค่คนเดียว ก็สามารถทำได้ครับ
ส่วน นักเฉพาะกิจ จะเป็นนักที่ กำเนิดขึ้นมายามที่ต้องการใช้คนจำนวนมาก ในการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยต้องไปเอาตัวจากนักอื่น ๆ มา เพราะเป็นกิจกรรมที่หลีกเลี่ียงไม่ได้ ซึ่งก็ได้แก่กิจกรรมอย่าง สวนสนามทั้งหลาย อันนี้ก็จะกลายเป็นนักสวนสนามไปโดยปริยาย , งานพายเรือพระราชพิธี , กองเชียร์ในงานแข่งกีฬาต่าง ๆ , กายบริหารราชนาวี ซึ่งจะจัดแข่งในงานสัปดาห์นาวี , รำกลองยาว , กระบี่กระบอง ที่จะใช้ในการแสดงในงานต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้นครับ

นักรำกลองยาว และกระบี่กระบอง
ซึ่งนักต่าง ๆ ของนักเรียนนายเรือตั้งแต่ที่ผมศึกษาเล่าเรียนมา 5 ปี ก็มีดังต่อไปนี้ครับ
ฟุตบอล , รักบี้ , ว่ายน้ำ , โปโลน้ำ , แล่นใบ , เรือกระเชียง , พายเรือยาว , ดนตรีสากล , ดนตรีไทย , ดุริยางค์ , ตะกร้อ , โบล์ลิ่ง , กอล์ฟ , วารสารสามสมอ , คอมพิวเตอร์ , คณิตศาสตร์ , อังกฤษ , มวย , ยิงธนู , กรีฑา , กีฬาทหารเรือ , กายบริหารราชนาวี , สวนสนาม , แฟนซีดริล , ยิงปืน , พา่ยเรือพระราชพิธี , สโมสร , บริดจ์ , จักรยาน , ถ่ายภาพ , พุทธศาสตร์ , เทนนิส , แบดมินตัน , วอลเล่ย์บอล , บาสเก็ตบอล , เพาะกาย , ลีลาศ , รำกลองยาว , ปัญจกีฬาทหาร , เชียร์ , ค่ายอาสา , หมากกระดาน , เปตอง , ฮ๊อกกี้ , รำกลองยาว , กระบี่กระบองและคิดว่าคงมีอีกหลายนักที่ตกหล่น ต้องขออภัยด้วยที่จำไม่หมดครับ

นักฮ๊อกกี้

นักแฟนซีดริล
ส่วนพวกที่ไม่มีนักอะไรเลย จะถูกเรียกว่า ชาวบ้าน ครับ ซึ่งจะว่าไปก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน แต่พวกชาวบ้านนี่ สุดท้ายก็ต้องโดนเป็นนักเฉพาะกิจตลอดแหละครับ
ส่วนนักที่ไม่เคยมีเลยในรั้วโรงเรียนนายเรือ ก็คือ นักการเมือง ครับ








#1 By catch me if u can (58.137.40.204) on 2008-11-18 16:46