'Yes' Optus Calling from Australia to Thailand

posted on 05 Sep 2008 10:14 by zedth in Review

จากการที่ผมได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย อยู่ประมาณ 2-3 อาทิตย์นั้น ทำให้ผมได้รับประสบการณ์การดำรงชีพอยู่ในออสเตรเลียอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งหลาย ๆ เรื่องก็น่านำมาถ่ายทอดให้คนอื่น ๆ ได้อ่าน ได้รับรู้กันบ้าง อย่างเช่นเรื่องนี้ โทรศัพท์

ถ้าใครเป็นแฟนบล็อกพันธุ์แท้ คงจะจำได้ว่าฉายาหนึ่งในหลายฉายาของผมคือ ลูกบุญธรรมทักษิณ และ เจ้าพ่อการสื่อสารเพราะว่าสมัยตอนเป็นนักเรียนนั้นผมเป็นหนึ่งในผู้นำในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารครับ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนผมจะต้องมีช่องทางใดช่องทางหนึ่ง สื่อสารกับแฟนได้เสมอและหนึ่งในช่องทางนั้นก็คือ โทรศัพท์

แรกเริ่มเดิมที เมื่อครั้งที่ไปดาร์วินครั้งแรกเมื่อปี 2000 ผมเองได้เปิดบริการข้ามแดนอัตโนมัติของ AISไป ซึ่งราคาก็มหาโหดครับ โทรได้เล็กน้อยเท่านั้น วัน ๆ นึงโทรแค่ 3นาทีนี่ก็ถือว่ามากแล้ว แต่ไปครั้งนี้ เนื่องจากว่า เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้ผมใช้บริการโทรศัพท์ของที่นั่นได้ง่ายขึ้น ถูกขึ้น และคุยได้นานขึ้น โดยในวันนี้ผมขอแนะนำวิธีหนึ่งที่สะดวกสบาย ใช้ง่ายใช้คล่อง นั่นก็คือโทรศัพท์มือถือครับ

ซึ่งเมื่อผมไปถึงดาร์วิน ผมก็ได้หาข่าวจากท่านผู้ช่วยฑูตทหารเรือก่อนเลยครับ ซึ่งท่านก็ได้ให้คำแนะนำมาว่า ให้ใช้่ซิมของ 'Yes' OPTUS ระบบ Prepaid เพราะโปรโมชั่นดี โทรกลับไทยคุ้มที่สุด ซึ่งผมก็เชื่อท่านครับ แต่ก็ขอไปหาข้อมูลก่อน ซึ่งผมก็ได้ออกไปเดินหาตามร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ครับ วันแรกก็ยังไม่พบเห็นเจอแต่ศูนย์ Optus ที่ปิดอยู่ เพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งนั่นทำให้ผมต้องเปลี่ยนแผนไปใช้โทรศัพท์สาธารณะ โทรผ่านบัตร International Phone Card ซึ่งผมจะเขียนถึงต่อไป เพราะว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน

พอวันต่อมา ผมก็ได้มีโอกาสไปหาซิมการ์ดของ 'Yes' OPTUS มาใช้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งวันนี้ก็ได้มาสมใจครับ โดยสนนราคาอยู่ที่ 29.95 AUD ตีเป็นเงินไทยก็เกือบพันล่ะครับ แต่เค้าก็ไม่โหดร้ายเกินไปเพราะเมื่อเราเปิดใช้บริการแล้ว ก็จะได้เงินค่าโทรกลับเข้ามาในระบบมากน้อยก็แล้วแต่โปรโมชั่นที่เราเลือกแต่ขั้นต่ำก็เท่ากับราคาค่าซิมนั่นแหละครับ

ซิมจะถูกบรรจุอยู่ในซองกระดาษแข็ง ข้างในก็จะมีซิมการ์ดพร้อมคู่มือการใช้บริการมาให้ด้วย ซึ่งการเปิดใช้งานนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก และหนักหนาสาหัสเอาการ สำหรับคนที่เพิ่งไปอยู่ใหม่ ๆ และยังใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่สำหรับผมนั้นจะยากเป็นเท่าตัวถ้าหากต้องการเปิดบริการเอง เพราะว่าผมไม่มีที่อยู่หรือ Street Address ครับ เพราะการจะลงทะเบียนเปิดใช้ซิมได้นั้น เราจะต้องโทรไปเปิดกับOperator ซึ่งเค้าจะถามรายละเอียดละเอียดยิบ ตั้งแต่ ชื่อแซ่ ที่อยู่วันเกิด เบอร์โทรฯ ที่ติดต่อได้ และ Email Address ดังนั้นสำหรับผมมันก็เลยยากยังงัยล่ะครับ เพราะไม่รู้จะบอกเค้าไปว่ายังงัย จะบอกว่าอยู่ที่เรือ มันก็ไม่รับอีก เพราะเค้าต้องการที่อยู่ที่แน่นอน และถ้าบอกมั่ว ๆ ไปก็ไม่ได้ เพราะเค้าจะเช็คกับฐานข้อมูลในคอมพ์ฯว่าที่อยู่นี้มันมีพิกัดอยู่ในออสเตรเลียจริงหรือไม่

ซึ่งลงท้ายแล้ว ผมก็ไปไหว้วานให้พลทหารบนเรือ HMAS Toowoomba ที่เข้ายามอยู่ ช่วยลงทะเบียนให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมพูดไปแล้ว Operatorฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนเรื่องที่อยู่นั้น พลทหารคนนั้นก็ใจดีมาก ๆ ครับเอาที่อยู่ตัวเองลงทะเบียนให้เลยแบบไม่กลัวว่าผมจะเอาเบอร์นี้ไปสั่งซื้อยาบ้า

และเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว (นานมาก กว่า 15 นาทีเลยทีเดียวเพราะพ่อเล่นถามห่าอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด) ถึงจะได้เบอร์โทรจริง ๆของเรามา ซึ่งเค้าจะบอกให้เราทางโทรศัพท์ครั้งหนึ่งก่อน แล้วจึงส่ง SMS ตามมาทีหลังภายใน 20 นาที (นานมาก) หลังจากนั้นถึงจะใช้งานโทรศัพท์ได้

ในขั้นตอนลงทะเบียนทางโทรศัพท์นี้เราจะต้องทำการเลือกโปรโมชั่นที่จะใช้งานด้วย ซึ่งก็จะมีอยู่ 3-4โปรโมชั่น ที่คาดว่าจะเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละคน

และช่วงที่ผมไปนั้น เป็นโชคดีที่ Optus ออกโปรโมชั่นใหม่มาพอดีคือ Turbocharge Capซึ่งโปรโมชันนี้มีดีคือ เมื่อเราเติมเงิน เราจะได้เงินโบนัสเพื่อใช้ในการโทรเพิ่มมากขึ้น ตามแต่จำนวนเงินที่เราเติมซึ่งก็มีเรตดังนี้

$30 = $170 value including $30 MyTime Money
$40 = $260 value including $40 MyTime Money + 50MB MyData
$50 = $370 value including $50 MyTime Money + 500MB Data
$70 = $650 value including $70 MyTime Money + 700MB Data
$100 = $1000 value including $100 MyTime Money + 1GB Data

โปรโมชั่นนี้จะเหมาะที่สุด สำหรับคนที่ไปอยู่ออสเตรเลียไม่เกินเดือน และต้องการโทรกลับบ้านบ่อย ๆ เพราะว่าโปรฯนี้ มีอายุแค่ 30 วันหลัง 30 วันแล้วจะต้องเติมเงินเข้าในระบบอีกครั้ง แต่ละครั้งที่เติมเงิน(ขั้นต่ำ 30 AUD) ก็จะได้วันเพิ่มมา 30 วัน แต่เราจะเติมน้อยกว่านี้ก็ได้แต่เงินโบนัส และจำนวนวันก็จะเพิ่มบ้างไม่เพิ่มบ้างตามแต่ที่ผู้ให้บริการจะกำหนด ซึ่งก็มีดังนี้

$15 Top Up : 14 days to use , you get $50 credit.
$10 Text Card : 30 days to use , 15c per text
$10 Fast Credit Recharge : 7 days to use , No bonus add

นอกจากวิธีการลงทะเบียนทางโทรศัพท์แล้ว ยังมีวิธีการอื่นอีก 2 วิธี คือลงทะเบียนทางเว็บไซต์ วิธีนี้จะดีและง่าย ถ้าคุณมีที่อยู่ และข้อมูลอื่นๆ ที่ชัดเจน (กรณีแบบผม ลงทะเบียนทางนี้ไม่ได้) ส่วนอีกวิธี ก็คือให้ทีศูนย์ Optus เปิดบริการให้ โดยเราต้องมี บัตรประจำตัว ที่ออกให้โดยรัฐบาล ออสเตรเลีย หรือสถานฑูตไทย ซึ่งในตอนหลังที่ผมไปเปิดบริการให้คนอื่น ๆ ก็ใช้วิธีนี้แหละครับง่ายและเร็วดี ยื่นบัตรให้ เค้าไปถ่ายสำเนาอย่างเดียวที่เหลือศูนย์ทำให้หมด แต่มีข้อเสียอยู่อย่างคือต้องทำตอนที่ศูนย์เปิดเท่านั้น ซึ่งศูนย์บริการที่นี่ 5 โมงเย็นก็ปิดแล้วแถมเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่เปิดอีก รายรับคงจะเยอะแล้วมั้ง เลยไม่ต้องเปิดทุกวันเหมือนเมืองไทย

เมื่อลงทะเบียนแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการใช้งาน ซึ่งก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ การโทรกลับไทยนั้นก็ง่าย ๆ เหมือนกับการโทรไปต่างประเทศทั่ว ๆ ไป คือกด + (กดเครื่องหมาย * 2 ครั้ง) ตามด้วย 66 แล้วตามด้วยเบอร์ที่ต้องการจะโทร แต่ตัด 0 ออก เช่นเบอร์มือถือ 081XXXYYYY ก็ต้องกด +6681XXXYYY

ส่วนค่าโทรนั้น ราคานาทีละ 1 AUD หรือประมาณ 33 บาท ซึ่งก็ถือว่าแพงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าเราเลือกโปรฯ Turbocharge Cap ที่ผมได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว ค่าโทรก็จะถูกลงเพราะว่าเราได้เงินโบนัสเพิ่มขึ้น ซึ่งก็มีเรตเป็นดังนี้

ถ้าเติมเงิน $30 จะได้โบนัส $140 โทรได้ 140 นาที เพราะฉะนั้น ค่าโทรจะตกนาทีละ $0.21 หรือประมาณ 7 บาท
ถ้าเติมเงิน $40 จะได้โบนัส $220 โทรได้ 220 นาที เพราะฉะนั้น ค่าโทรจะตกนาทีละ $0.18 หรือประมาณ 6 บาท
ถ้าเติมเงิน $50 จะได้โบนัส $320 โทรได้ 320 นาที เพราะฉะนั้น ค่าโทรจะตกนาทีละ $0.156 หรือประมาณ 5 บาท
ถ้าเติมเงิน $70 จะได้โบนัส $580 โทรได้ 320 นาที เพราะฉะนั้น ค่าโทรจะตกนาทีละ $0.12 หรือประมาณ 4 บาท
ถ้าเติมเงิน $100 จะได้โบนัส $900 โทรได้ 900 นาที เพราะฉะนั้น ค่าโทรจะตกนาทีละ $0.11 หรือประมาณ 3.63 บาท

คุณอาจจะสังเกตเห็นว่า โบนัสที่ได้จากในตารางข้างบนนี้ไม่ตรงกับโบนัสที่ผมกล่าวถึงในทีแรก นั่นเป็นเพราะว่าจะมีเงินโบนัสส่วนหนึ่งที่มีจำนวนเท่ากับเงินที่เราได้จ่ายไป เป็นโบนัสที่เรียกว่า MyTime Money ซึ่งโบนัสนี้จะเอาไว้โทรหาเบอร์คนสนิท 5 เบอร์เท่านั้น ซึ่งเบอร์นี้ก็ต้องเป็นเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน หรือเบอร์มือถือที่อยู่ในออสเตรเลียเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเราจะโทรกลับ