NTLDR is missing

posted on 03 Jun 2008 14:52 by zedth in Sa-ra

เมื่อเช้านี้ผมได้ uninstall โปรแกรม Foldr Lock ทิ้งไปเนื่องจากมันหมดช่วง Free Trial แล้วครับ ซึ่งขั้นตอนการ uninstall ของเจ้าโปรแกรมนี้ก็ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า จะuninstall จาก add/remove program ตรง ๆ ไม่ได้ ต้องลบจากตัวโปรแกรมโดยต้องทำการใส่รหัสผ่านเข้าโปรแกรม แล้วเลือก uninstall จาก menu option ซึ่งผมก็ทำตามที่เขียนมานั่นแหละครับ ซึ่งพอลบเสร็จโปรแกรมก็ให้ restart เครื่องหนึ่งรอบครับ ผมก็กด OK ไป

ทีนี้ล่ะครับ ปัญหาเกิดเลย นั่นก็ืคือ บู๊ตวินโดส์ไม่ได้ครับ โดยลักษณะอาการคือ มันจะโชว์ข้อความว่า

NTLDR is missing
Please press ctrl+alt+del to restart computer

chipหาย แล้วกู ซวยแต่เช้าเลย แต่ทำงัยได้ครับ ปัญหามันมาแล้ว แต่โชคดีมาก ๆ ครับ ที่เคยอ่านเรื่องนี้ในหนังสือคอมพ์ PC TOday ก็เลยลองค้น ๆ ดูในกองหนังสือเก่า ปรากฏว่ามีจริง ๆ แต่วิธีการแก้ที่บอกเอาไว้ก็เป็นแบบคร่าว ๆ ซึ่งก็คือ อาการนี้เกิดจากไฟล์ของระบบปฏิบัติการ Windows ที่ใช้ในการบู๊ตมันหายไปครับ ซึี่งก็เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่้นในกรณีของผม , โดนไวรัส หรือ เวิร์มเล่นงานเข้า หรืออย่างง่าย ๆ เลยก็คือลบไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ทางแก้ก็คือให้ไปก๊อบปี้ไฟล์ 4 ไฟล์ คือ AUTOEXEC.BAT , NTDETECT.COM , boot.ini และ ntldr มาใส่ลงในไดรฟ์ C: หรือไดรฟ์ที่ใส่ระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่ เท่านี้เองก็หายแล้ว

โดยเจ้า 4 ไฟล์ที่ว่านี้จะอยู่ในไดร์ฟ C นะครับ แต่โดยปกติแล้วเราจะไม่เห็นมัน เพราะมันเป็นๆฟล์ระบบปฏิบัติการ ซึ่งวินโดส์จะซ่อนมันไว้ให้พ้นจากสายตาผู้ใช้ทั่วไปครับ วิธีการที่จะทำให้เรามองเห็นไฟล์เหล่านี้ได้ ให้เปิด Windows Explorer หรือดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไอคอน My Computer ก็ได้ แล้วเข้าไปที่ไดร์ฟ C กดที่เมนูเลือก Tools>Folder Options ... จากนั้นให้คลิ๊กที่แท็บ View แล้วเลือก Show hidden files and folders และเอาเครื่องหมายถูกหน้า Hide protected operating system files (Recommended) ออก ตามภาพเลยครับ

ทีนี้เราก็สามารถก๊อปปี้ไฟล์มาได้ แล้วเอาไปก๊อปปี้ลงเครื่องเราได้แล้วล่ะครับ

อ่านดูก็ง่ายใช้มั๊ยครับ แต่มันไม่ได้มีเท่านี้หรอก เพราะที่มันยากก็คือ จะใส่มันกลับเข้าไปอย่างไรต่างหาก นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผมต้องเขียนบทความนี้ขึ้นมานั่นเองครับ เพราะว่าเห็นใจคนที่เจอปัญหานี้เข้าครับ มันเป็นปัญหาง่าย ๆ ที่เราสามารถแก้ไขได้เอง แต่ส่วนใหญ่แล้วเราแค่ไม่รู้ก็เท่านั้นเองครับ ดังนั้น ถ้ารู้ก็ไม่ต้องไปเีสียแรง เสียเงิน เสียเวลา ยกไปให้ช่างซ่อมนะครับ มาดูกัีนดีกว่า ว่าเราต้องทำอย่างไรบ้าง เมื่อเจอเข้ากับปัญหานี้

วิธีที่ง่ายที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้ คือถอดฮาร์ดดิสก์ไปต่อเข้ากับเครื่องคอมพ์อีกเครื่องหนึ่ง โดยจะใช้สายต่อ Slave ในเมนบอร์ด หรือ Harddisk External Box ก็ได้ทั้งนั้น ให้มันเห็นฮาร์ดดิสก์ของเราเท่านั้น เป็นใช้ได้ หลังจากนั้นก็ให้ทำการก๊อปปี้ไฟล์ 4 ไฟล์ที่ได้กล่าวถึงข้างบนลงไปในไดรฟ์ C จากนั้นก็ถอดฮาร์ดดิสก์มาใส่เข้ากับคอมพ์เรา เท่านี้เป็นอันจบ ถ้าแก้ด้วยวิธีนี้มีข้อควรระวังอยู่อย่างเดียว คือการต่อสายไฟ อย่าให้ผิดละกัน ไม่งั้นฮาร์ดดิสก์จะเจ๊งไปเลย

แต่สำหรับคนที่ไม่มั่นใจในฝีมือการประกอบคอมพ์ หรือไม่มีสาย ไม่มีอุปกรณ์อย่างในกรณีของผมเมื่อเช้านี้ ที่ฮาร์ดดิสก์ เป็นฮาร์ดดิสก์โน๊ตบุ๊ค ซึ่งเมื่อถอดออกมาแล้ว ก็ต้องงงเต็ก เพราะว่าการเชื่อมต่อเป็นแบบ SATA ซึ่งในมือผมตอนนั้นมีแค่สายต่อ IDE เท่านั้น ก็เลยหมดสิทธิ์ใช้วิธีข้างบน

ดังนั้นก็เลยต้องมาใช้วิธีที่สองนี้ครับ

โดยขั้นแรก ให้เราไปที่เครื่องคอมพ์พิวเตอร์ที่ยังใช้งานได้ตามปกติ แล้วก๊อปปี้ไฟล์ 4 ไฟล์ที่ได้กล่าวถึงข้างบนลงใน USB Storage หรือ Thumb Drive แล้วแต่จะเรียกนะครับ หรือถ้ายังมีแผ่นไดรฟ์ A หรือ Floppy Disk ใช้อยู่ จะก๊อบลงแผ่นอันนี้ก็ได้ครับ และอีกกรณีที่ใช้ได้ก็คือ ไรท์ลงแผ่นซีดีเลย โดยให้ไรท์ไฟล์สำหรับบู๊ท หรือไฟล์ระบบปฏิบัติการ DOS ลงไปด้วยเลยครับ เพื่อที่จะทำให้เราบู๊ทเครื่องได้ด้วย และก๊อปปี้ไฟล์ได้ด้วย

หลังจากนั้นเราจะต้องบู๊ทเครื่องของเราให้ได้ โดยวิธีการบู๊ทก็มีมากมายตั้งแต่ การใช้แผ่นบู๊ทที่ทำจาก Windows เครื่องอื่น , บู๊ทจาก Thumb Drive , บู๊ทจากแผ่น Hiren's Boot CD หรือ บู๊ทจากเครื่องในระบบเครือข่าย ซึ่งในเคสของผมนั้้น ผมใช้แผ่น Hiren's Boot CD ในการบู๊ท เพราะว่าวิธีนี้ง่ายสุดสำหรับสถานการณ์ของผม และที่สำคัญ ไดรฟ์ C ของผมใช้ระบบ NTFS ทำให้ใช้ DOS ธรรมดาเข้ามาจัดการไม่ได้

สำหรับขั้นตอนต่อไปนี้ จะเป็นขั้นตอนสำหรับคนที่ใช้ Hiren's Boot CD เท่านั้นนะครับ ใครที่ยังไม่มีก็ไปโหลดได้ที่ http://www.hiren.info/pages/bootcd แล้วไรท์ทำเป็นแผ่น CD เตรียมไว้เลยครับ หรือไม่ก็ไปซื้อได้ที่ห้าง IT ชั้นนำทั่วไปนะครับ

ขั้นต่อไปเราจะต้องเข้า BIOS เพื่อเปิดตัวเลือกการบู๊ืท ซึ่งจะทำให้เราบู๊ทเครื่องจาก ไดรฟ์ CD หรือ USB ได้ ซึ่งตรงนี้จะต่างกันไปแล้วแต่ยี่ห้อของ BIOS นะครับ ดังนั้นต้องขอให้ไปศึกษาคู่มือกันเอาเอง

หลังจากที่เราตั้งค่าใน BIOS ได้แล้ว ให้กดคีย์ลัดเพื่อเลือกการบู๊ท โดยให้เลือกที่ไดรฟ์ที่เราต้องการครับ หรือบางเครืื่องจะ Detect และบู๊ทให้อัตโนมัติ ในขั้นตอนนี้ก็ขอให้ไปศึกษากันเอาเองเช่้นกันครับ เพราะเครื่องใครก็เครื่องมัน ไม่เหมือนกันซะทีเดียว (อย่้าลืมใส่แผ่น Hiren's Boot CD ล่ะ) อ้อ แล้วที่สำคัญ อย่าลืมเสียบ Thumb Drive เข้าไปตั้งแต่ต้นนะครับ ไม่งั้นเครื่องมันจะไม่ Detect Thumb Drive เรา ซึ่งหมายความว่า Thumb Drive ของเราจะใช้ไม่ได้นั่นเอง

หลังจากที่บู๊ทแผ่นได้แล้ว ก็จะเข้าสู่เมนูของ Hiren's Boot CD ซึ่ีงมีด้วยกันหลายรายการ แต่ให้เราเลือกไปที่เมนู File Manager ครับ แล้วมองหาโปรแกรม Volkov Commander ซึ่งโดยมากแล้วจะอยู่อันแรกเลย (ในการเลือกใช้ปุ่มลูกศรขึ้นลงในการเลื่อนแถบสี และใช้ปุ่ม Enter เพื่อตกลง)

เมื่อเรากดปุ่ม Enter แล้ว โปรแกรมจะถามเราสองสามคำถาม โดยคำถามที่สำคัญคือเราจะเปิดใช้ระบบ NTFS หรือไม่ ถ้าไดรฟ์ C ของเราเป็นระบบนี้ให้ตอบ YES ถ้าไม่ใช่ก็ NO แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ตอบ YES โลด โดยสังเกตง่าย ๆ ว่ามีคำว่า NTSF มั๊ยนะครับ และถ้ามีคำถามที่มีคำว่า CHECK DISK ล่ะก้อ ให้ตอบ NO ไปครับ เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลา

เมื่อเราตอบคำถามหมดแล้ว ก็จะเข้าสู่ตัวโปรแกรม ซึ่งหน้าตาจะออกแนวโปรแกรมในยุค 80 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่คุ้นเคย ในขั้นตอนนี้ ผมไม่สามารถก๊อปปี้รูปมาให้ได้แบบช็อตต่อช็อต แต่ให้ลองงม ๆ ไปตามนี้นะครับ คือ ให้หาก่อนว่าไดรฟ์ C ของเราอยู่ที่ไหน เพราะโดยธรรมชาติของการบู๊ทแบบนี้ จะทำให้ตัวอักษรของไดรฟ์ปกติของเราเปลี่ยนแปลงไปเช่น จาก C เป็น E เป็นต้น ซึ่งในการเลือกไดรฟ์ ก็คือการพิมพ์ตัวอักษร ตามด้วยโคลอน : ลงใน command prompt แล้วกด enter ถ้ามีไดรฟ์ มันก็จะแสดงรายละเอียดของไฟล์ และโฟลเดอร์มาที่หน้าจอ ถ้าไม่มีมันก็จะแจ้งเตือนว่า ไม่มีไดรฟ์นี้

ซึ่งเมื่อเรารู้แล้วว่าไดรฟ์ C เราเปลี่ยนไปเป็นอะไร ก็ให้จำหรือจดไว้ก่อน แล้วให้มาหาไดรฟ์ที่เก็บไฟล์ 4 ไฟล์นั้นให้เจอ เมื่อเจอแล้วให้เลื่อนลูกศร (ใช้เมาส์ก็ได้) เลือกที่ไฟล์นั้น แล้วเลื่อนเมาส์ไปกดที่เมนูด้านล่างสุดที่คำว่า copy ซึ่งมันก็จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา ถามว่าเราจะก๊อปปี้ไฟล์ลงที่ใด ก็ให้พิมพ์ตัวอักษรของไดรฟ์ C ที่เราจำไว้เมื่อตะกี๊ลงไป ตามด้วย colon และ backslash เช่้น E:\ แล้วกด enter หลังจากนั้นก็ก๊อปปี้ให้ครบทุกตัว พอครบแล้วก็กด Crtl+Alt+Del เพื่อ Restart ได้เลยครับ เท่านี้ เครื่องของเราก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งครับ ก็หวังว่าใครที่เจอปัญหานี้มา คงจะแก้กันได้แล้วนะครับ

เรื่องในวันนี้อาจจะอ่านยากนิดนึง สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้คอมพ์แบบฮาร์ดคอร์นะครับ แต่ถ้าพยายามอ่านแล้วลองทำตามไปผมว่าสามารถทำได้ไม่ยากครับ สุดท้ายก็อยากบอกอะไรเป็นข้อคิดนิดหน่อยครับ ว่าการแก้ปัญหาคอมพ์นั้นไม่ยาก มีวิธีแก้ปัญหามากมายอยู่บนอินเตอร์เน็ต สำคัญคือว่า เวลาเกิดปัญหาให้ตั้งสติให้ดี ๆ แล้วค่อย ๆ ตีกรอบปัญหา แล้วจึงหาทางแก้ครับ ไม่ยากจริง ๆ ลองดูครับ

ป.ล. บนอินเตอร์เน็ตอาจจะมีวิธีแก้ปัญหานี้อีกหลายวิธี ลองเสิร์ชและศึกษาดูได้ครับ

Comment

Comment:

Tweet