ช่วงนี้มีเพลงอยู่ 2 เพลงที่ออกมาไล่เลี่ยกัน แล้วโดนใจผมอย่างจัง เป็นเพลงใหม่ ที่ทำตัวเหมือนหินที่ถูกโยนลงในหนองน้ำ เพื่อกวนตะกอนที่อยู่ในก้นบึ้งจิตใจ ให้ลอยฟุ้งขึ้นมาในห้วงสำนึก

น่าแปลก ที่จิตใจคนเราสามารถถูกกระตุ้นได้อย่างง่ายดาย แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาเนิ่นนาน

ในกรณีนี้ มันนานเป็นสิบปีเลยทีเดียว

เพลงที่ผมพูดถึงนั้น เพลงแรกเป็นเพลงสนุกสนานในจังหวะดิสโก้ นั่นก็คือ เพลง Lift ของ Groove Rider อัลบั้มชื่อเดียวกับเพลงนี้

ไม่เพียงแต่เพลงช้าเท่านั้น ที่สามารถทำให้เราย้อนรำลึกไปถึงเรื่องราวหวานซึ้งในอดีตได้ แต่เพลงจังหวะกระฉึกกระฉักแบบนี้ก็ทำได้เช่นเดียวกัน แต่ในกรณีของเพลงนี้ คงไม่ใช่จังหวะซะทีเดียว แต่เป็นเนื้อร้องต่างหาก

เนื้อหาของเพลงนี้กล่าวถึง ผู้ชายคนหนึ่งที่มารอขึ้นลิฟต์ตัวเดิมทุก ๆ 9 โมงเช้า ด้วยความหวังที่จะได้เจอกับสาวคนที่แอบชอบ และขึ้นลิฟต์เคียงข้างกันไป

เพลง ๆ นี้แม้สมมติสถานที่แตกต่างกัน แต่โดยสถานการณ์นั้น ไม่แตกต่าง สมัยที่ผมสอบเข้าเตรียมทหาร ตอน ม.4 ผมก็เคยมีอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้อยู่ชั่วหนึ่ง ทุก ๆ เย็นหลังเลิกเรียน ผมจะกลับบ้านมาเปลี่ยนชุดกีฬา เพื่อออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะแถวบ้าน ตั้งแต่ 4 โมงกว่า ๆ จนถึงเย็นย่ำ

นอกเหนือจากสาเหตุที่วิ่งเพื่อเตรียมสอบเข้าเตรียมทหารแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อที่จะได้เห็นสาวคนหนึ่ง ความจริงเธอเป็นเพื่อนผมเองแหละครับ เป็นเพื่อนแถวบ้านที่เคยเล่นด้วยกันมาก่อน ตอนอยู่ช่วง ม.ต้น แต่หลังจากขึ้น ม.ปลาย เพื่อนกลุ่มนี้ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป มีสังคมม.ปลาย เป็นของตนเอง และห่างเหินจากเพื่อนแถว ๆ บ้านไป

แต่สำหรับเธอนั้น เธอไม่ได้ไปแต่ตัว แต่เธอยังสอยหัวใจผมไปด้วยนี่สิครับ ความจริงคือ ผมแอบชอบเธอมานานแล้วครับ แต่เพื่อนในกลุ่มดันล้อว่าผมชอบเพื่อนเธออีกคน ซึ่งมันไม่ใช่ และผมเองก็ปฏิเสธเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่วายโดนล้อตลอด จนผมรู้สึกเหนื่อยใจ และเธอเองก็เหินห่างผมออกไป เพราะคิดว่าผมดันชอบเพื่อนเธอ

จะว่าไปนี่เป็นเคสแรกที่ผมจริงจิงนะครับ แต่ก็นั่นแหละ ผมมันเป็นพวกขี้อาย ไม่กล้าเผยความรู้สึก สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่แอบมอง แอบเป็นห่วง แอบคิดถึงอยู่ห่าง ๆ มาตลอด รวมถึงไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวของเธอเลย นอกจากได้เห็นเธอเท่านั้น

ซึ่งเรื่องราวต่อจากตอนต้นก็คือว่า ผมจะมาวิ่งที่สวนแห่งนี้ทุกเย็น เพื่อรอพบเธอครับ เพราะว่าเธอจะมานั่งเล่นที่สวนริมน้ำนี้เสมอ ๆ อย่างน้อย ๆ ในอาทิตย์นึง ผมต้องได้เจอเธอสักครั้ง และนี่เป็นโอกาสที่ผมจะได้รับรอยยิ้มจากเธอครับ เพราะเธอจะยิ้มให้ผมเสมอเมื่อพบเจอกัน แต่เราก็ไม่ได้คุยกันเลย ผมยังคงอ่ำอึ้งตลอดมาครับ ให้ตายเถอะ

ในบางครั้งแม้เธอจะมากับเพื่อนชาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมตัดใจได้เลยจริง ๆ ผมยังคงวิ่งต่อไปจนวันสอบเข้าเตรียมทหารจบลง และก็ปิดตำนานรักเขาข้างเดียวลงไปอย่างเงียบ ๆ ในเวลาต่อมาอีกเกือบปี

เนื้อหาในเพลงนี้ โดนใจผมอย่างแรง เพราะให้อารมณ์เดียวกันเป๊ะ ตอนที่วิ่งรอเธอกลับจากโรงเรียน ผมรออย่างมีความหวังมาก พอเจอเธอ ในใจผมนี่โคตรดีใจ ถ้าใจมีหาง หางก็กระดิก เหมือนหมาเจอเจ้าของเลยล่ะครับ แต่ถ้าวันไหนไม่ได้เจอ หรือเธอกลับบ้านนี่ ใจฉันเศร้า เหมือนในเพลงเลยทีเดียว

อีกเพลงหนึ่งคือเพลง คอย ของ บอย โกสิยพงษ์ ขับร้องโดย ป๊อด ในอัลบั้มใหม่ บอย-ป๊อด นั่นเอง เพลง ๆ นี้เป็นเพลงช้า ๆ ในจังหวะละติน และมีท่วงทำนองแบบบราซิลเลี่ยน

การเรียบเรียงของเพลงนี้อยู่ในขั้นเยี่ยมยอดเลยทีเดียว มีการใช้ กีตาร์คลาสสิค เล่นคลอไปกับฟลุ๊ต ให้จังหวะด้วย บองโก้ เหมือนบราซิลเลี่ยนแท้ ๆ แต่ร้องแบบไทย ๆ



ส่วนในการอัดเสียงนั้น ก็ได้อัดเสียงประกอบที่เข้ากับบรรยากาศในเพลงเข้าไปด้วย เช่น เสียงปิดประตู , เสียงย่ำเท้าลงบนพื้นไม้ , เสียงนั่งลงบนเก้าอี้ มันยิ่งทำให้เรารู้สึกจมดิ่งลงไปกับเพลงมากขึ้นไปอีก เหมือนเราเป็นคนในเพลงเลยทีเดียว

เพลงนี้เป็นอารมณ์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์แรก หลังจากที่กลับมาบ้านแล้ว ก็จะมีอารมณ์คว้าง ๆ ไม่มีสิ่งใดให้คิดให้ทำ นอกจากทำตัวไปตามกิจวัตรประจำวัน คือ ซิทอัพ ยึดพื้น อาบน้ำ กินข้าว อ่านหนังสือ เสร็จแล้วก็ได้แต่ฟังเพลงเหงา ๆ ซึม ๆ ลอย ๆ ให้จบไปอีกวัน

ชีวิตเวียนวนอย่างนี้ไปทุกวัน แต่ไม่เคยคิดที่จะบอกความรู้สึกกับเธอไป เพราะความรู้สึกของตัวเอง คือ ตัวเองไม่มีอะไรดีเด่น ไม่ได้เรียนเตรียมพัฒนฯ , ไม่หล่อ , ไม่เท่ห์ , ไม่มีอะไรที่จะน่าประทับจิต ประทับใจเธอเลยสักอย่าง เรียกได้ว่าอ่อนด้อยไปทุกทางเลยทีเดียว เลยทำให้รู้สึกว่า แอบชอบไปแบบนี้แหละดีแล้ว และแค่ได้เห็นหน้าเธอแค่นี้ก็พอใจแล้ว

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ถ้าหากมีโอกาสได้เจอเธออีก ยังจะกล้าบอกกับเธออีกไหม คำตอบก็คงจะเหมือนเดิม ไม่กล้าอย่างไรก็ยังอย่างนั้น รักครั้งแรก โดยเฉพาะแอบรักในวัยเด็ก บางทีมันก็อยู่เหนือเหตุผลกลใด ยิ่งกว่ารักตอนโตเป็นผู้ใหญ่เสียอีกนะครับ

นี่แหละครับ รักในวัยเรียนของผม ที่ป้ามายาอยากให้ผมเขียนถึง วันนี้เขียนถึงแล้วนะครับ ถึงมันไม่ได้ลงเอยอย่างที่อยากให้เป็น แต่ผมว่ามันก็จบลงอย่างสวยงามนะครับ

ป.ล. เขียนเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้วครับ แต่รอเอาเรื่องอื่น ๆ ลงก่อนครับ ดังนั้นเพลงเลยอาจจะเก่า ๆ ไปแล้วบ้าง

Comment

Comment:

Tweet

เป็นทหาร จริงหรือเปล่าเนี้ย โรแม้น ซะ..

#44 By Copywriter (58.9.165.45) on 2008-02-16 16:22

#43 By vadsa on 2008-01-28 14:14

ถ .. ถ .. ถ .. ถูกต้องนะคร้าบบบบบ

#42 By เจ้าชายน้อย on 2008-01-28 12:36

กินเหล้า เจ้าชู้ ... ลูกประดู่ 100 % รึป่าวคะพี่ชาย

อิอิ

#41 By GoFFy (161.200.255.162) on 2008-01-28 12:11

big smile big smile