The Morality Quiz

posted on 30 Nov 2007 11:16 by zedth in Sa-ra

ไปเจอ quiz นี้มาจากบล๊อกของคุณ Jedineko สุดยอดบล๊อกเกอร์คนหนึ่งของเมืองไทย เลยอยากนำมาเสนอพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ใน exteen บ้าง เพราะว่าน่าสนใจ และท้าทายจิตใต้สำนึกผิดชอบชั่วดี เหลือเกินครับ

ส่วนผู้ที่ผลิต quiz นี้มาจาก time-blog ครับ หลังจากนี้ขอก๊อปปี้มาเลยนะครับ ผมได้ขออนุญาตคุณ Jedineko ไว้แล้ว

———————————–

เอาแบบทดสอบศีลธรรมมาให้ตอบกันครับ เกี่ยวกับสถานการณ์สมมุติเชิงบีบบังคับ ที่ต้องให้เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เราเองก็ไม่อยากทั้งคู่ หรือที่เรียกว่า Dilemma Case Study ครับ โดยในเวบนั้นจะมี Reader Results รวมผลโหวตเมื่อตอบไปแล้วว่า เราเป็นส่วนมากหรือส่วนน้อย แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่มีข้อไหนถูกแน่นอน อยู่ที่คนจะเลือกเอา

(เจ้าชายน้อย : เนื่องจากผมอยากแสดงความคิดเห็น ดังนั้นคำตอบของผมจึงไม่ได้มีแค่ ทำ หรือ ไม่ทำ เท่านั้น แต่ผมจะเสนอทางเลือกอื่นแทนครับ)

อยากให้ลองตอบกันดูครับ พร้อมเหตุผลได้ก็ดี

———————————–

Scenario 1: The Crying Baby

ในช่วงเวลาสงคราม คุณกำลังหลบอยู่ในที่หลบภัย พร้อมกับคนอีกหลายคน ขณะที่ทหารฝ่ายตรงข้ามกำลังตามหา และ สังเกตการณ์อยู่รอบๆ ซึ่งหากคุณถูกพบ นั่นคือคุณจะถูกฆ่าแน่นอน

มีทารกน้อยคนหนึ่งที่อยู่ในที่หลบภัย เริ่มที่จะร้องไห้ดังขึ้นและไม่สามารถหยุดร้องได้ มีทางเดียวที่จะทำให้ทารกหยุดร้อง และช่วยเหลือผู้อื่นในที่หลบภัยได้ คือ.. ทำให้หายใจไม่ออกตาย หรือฆ่าทารกนั่นเอง

คำถาม : สมมุติว่าเวลานั้น คุณไม่รู้จักพ่อแม่ของทารกเลย และอาจจะตายในสงครามไปแล้ว กับการฆ่าเด็กในตอนนั้น จะไม่ถูกลงโทษตามกฏหมาย คุณจะฆ่าเด็กคนนั้นหรือไม่ ถ้าไม่มีใครทำ

คำตอบของผม : อย่างแรกเลยคือ ผมไม่เชื่อว่าจะมีแต่วิธีฆ่าเด็กให้ตายเท่านั้น ผมเชื่อว่ายังมีวิธีอื่น ๆ อีก ดังนั้นสิ่งที่ผมจะทำก่อนก็คือ พยายามทำให้เด็กหยุดร้อง ด้วยวิธีละมุนละม่อม เช่นให้ดูดนม (นมผมก็ได้ หรือนมสาว ๆ แถวนั้น) หรืออื่น ๆ อย่างเช่นขุดหลุมลึก ๆ เอาเด็กวางไว้ ปิดช่องให้มีเสียงเล็ดรอดออกจากช่องนั้นให้เบาที่สุด

แต่ถ้าเวลามันจวนตัวจริง ๆ ผมจะพาเด็กคนนั้นไปที่อื่นกับผม ถึงแม้ว่าจะตายทั้งคู่ แต่ผมจะไม่ยอมฆ่าเด็กแน่ ๆ

———————————–

Scenario 2: The Life Boat

ข้อนี้คล้ายๆกับตอนหนึ่งใน การตูนคินดะอิจิ คดีฆาตกรรมตำนานทะเลสาบพ่ายรักครับ

ในช่วงเวลาที่เรือล่มอับปางขึ้นมา คุณเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อยู่ในเรือกู้ภัย ที่แน่นไปด้วยผู้คน และพร้อมจะล่มได้ทุกเมื่อ หากยังไม่ลดจำนวนคนใดคนหนึ่งไป

มีคนๆหนึ่งในเรือที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตาย แต่เขาึคนนั้นก็รู้สึกตัวในเหตุการณ์ตลอดเวลา

คำถาม : คุณจะโยนเขาลงจากเรือหรือไม่ เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆที่นั่งอยู่ด้วย ในขณะที่เขาก็รู้ว่า คุณทำอะไรกับเขาด้วย

คำตอบของผม : ผมจะเสนอให้คนที่ยังแข็งแรงอยู่ลงไปลอยคอเกาะเรือคนละครึ่งชั่วโมง หรือมากน้อยกว่านั้นตามกำลัง อาจจะต้องทำแบบนี้ไปจนกว่า จะเจอเรือกู้ภัย หรือคน ๆ นั้นตายบนเรือในที่สุด หรือจนกว่าจะไม่มีคนไหวแล้ว จึงต้องตัดสินใจทิ้งคน ๆ นั้น ลงทะเลไปครับ

———————————–

Scenario 3a: The Trolley

รถไฟที่ไม่สามารถหยุดได้ กำลังพุ่งตรงไปที่กลุ่มคนที่ยืนอยู่ 5 คนด้วยกัน โดยไม่รู้ว่ากำลังมีรถไฟพุ่งมา

ตอนนี้คุณยืนอยู่ตรงที่สับรางพอดี แต่ว่าหากคุณสับรางไป รถไฟจะวิ่งไปอีกทางหนึ่ง ที่มีคนยืนไม่รู้ตัวอยู่คนหนึ่ง และรถไฟจะวิ่งชนเขาแน่นอน

คำถาม : คุณจะสับราง เพื่อฆ่าคนหนึ่ง ช่วยเหลือคน 5 คน หรือไม่

( จริงๆ มีอีก 2 สถานการณ์คล้ายกันในเวบครับ แต่ขอตัดช่วงไป )

คำตอบของผม : ข้อนี้ ถ้าผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่สับราง ผมจะไม่ยุ่งอะไรด้วยเลยครับ เซฟตัวเองไว้ก่อนดีกว่า เพราะเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเลือกอะไร ผมไม่มีวันได้เป็นวีรบุรุษ มีแต่จะเป็นจำเลยสังคม และผมเชื่อว่า ถ้ามีคนมุงอยู่ตรงนั้นเยอะ ๆ ก็จะไม่มีใครเลือกทำอะไร สิ่งที่จะทำก็ืคือ ตะโกนให้ 6 คนนั้นรู้ว่า รถไฟจะพุ่งชนในอีกไม่กี่นาที

แต่ถ้าผมเป็นเจ้าหน้าที่สับราง อย่างแรกเลยที่ผมจะทำคือ ถามผู้ที่มีอำนาจสั่งการมากกว่าผม ว่าจะให้ทำอะไร นี่คือเรื่องจริงครับ การทำนอกเหนือจากคำสั่งอาจจะพาซวยได้ยกเว้นเสียว่า มันเป็นเรื่องที่ขัดต่อสามัญสำนึกมาก ๆ ผมจะทำทันทีต่อให้ต้องเดือดร้อนก็ตาม

แต่ถ้าผมคือผู้มีอำนาจคนนั้น ผมจะไม่สับรางครับ ผมไม่สามารถตัดสินใจได้เลยจริง ๆ ว่า ชีวิตของคนห้าคน จะมีค่ามากกว่าคน ๆ เดียว ถ้าทั้งหมดนั้น ดูจากภายนอกแล้วมีสภาพที่เหมือน ๆ กัน แต่ถ้าชีวิตคนหนึ่งคนนั้น ประเมินแล้วเหมือนคนไร้บ้่าน คนจร ผมทำครับ ด้วยสาเหตุที่ว่าถ้าอีก 5 คนเค้ายังทำงาน ยังมีรายได้ แสดงว่าเค้ามีโอกาสที่จะต้องหาเลี้ยงคนที่เหลืออีก แต่ถ้าทุกคนมีสภาพพอกัน ผมจะไม่เลือกครับ ถือว่า รถไฟวิ่งมาถูกต้องแล้ว เค้ามาโผล่ตรงนั้น คงถึงคราวตายแล้วล่ะ

แต่ถ้าคนจำนวนเยอะกว่านี้ สัก 8-10 คนขึ้นไป ผมจะสับรางครับ เพราะคนเยอะแสดงว่าต้องมีคนได้รับผลกระทบเยอะกว่า หลังจากนั้นก็จะรอรับเสียงด่าเพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหน ตัวเองซวยแน่ ๆ ในใจก็คงจะคิดว่าทำไมต้องเสือกมาเดินให้รถไฟชนพร้อมกันด้วยวะ

ในบรรดาคำถามทั้งหมด ผมว่าคำถามที่ 3 นี้ยากที่สุด เพราะเดือดร้อนตัวเองด้วย คือสองข้อแรก เดือดร้อนของเราคือตายไปเลย ตายแล้วได้รับการสรรเสริญว่าเป็นผู้เสียสละด้วย (อย่างเลวร้ายที่สุดก็เป็นแค่ไอ้โง่ แต่ก็ไม่เป็นจำเลยสังคม) ดังนั้น ทางเลือกจึงชัดเจนมาก ๆ แต่ข้อ 3 นี่ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เข้าตัวทั้งนั้น ไม่มีใครสรรเสริญหรอก แถมไม่ตายด้วย ต้องอยู่เป็นขี้ปากคน เป็นปมในหัวใจไปอีกนาน และที่สำคัญที่สุดคือ ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องเลย แต่ต้องมารับกรรมที่คนอื่นก่อ อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้นจึงบอกว่ายากครับ แล้วถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นจริง ๆ บอกได้คำเดียวว่า เวรกรรม และหันหน้าเข้าหาธรรมะดีกว่าครับ

เป็นงัยบ้างครับ อ่านแล้ว อยากจะลองสมมติตัวเองไปนั่งอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นบ้างหรือเปล่าครับ ลองนึกไว้ก่อนก็ดีนะครับ เผื่อว่าสักวัน อาจจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เข้าก็ได้ เลือกคำตอบไว้ในใจก่อนก็ดีครับ

ป.ล. ขอบคุณคุณ Jedineko มาก ๆ ครับ ที่ช่วยแปลไว้ให้เสร็จสรรพ

Comment

Comment:

Tweet

#19 ตอบสองข้อแรกได้ดีมากๆค่ะ
ลองนึกดูจากการที่เรา นอนฟังเสียงแมวหง่าวที่บ้านนะคะ มันดังแล้วก็รบกวนการนอนมากเลย นี่ไม่ใช่สถานการณ์เป็นตายอะไร แต่ก็อดนึกในใจไม่ได้ว่า "อีแมวร่าน แก๊..#@$@@# T-T" หรืออดอิจฉามันไม่ได้ อ่าว......confused smile
แต่ก็อดทนต่อไป
นี่แสดงให้เห็นว่า เมื่อเกิดความเครียดรุมเร้า คนเราก็จะเบี่ยงไปในทางที่ผิดศีลธรรมก็ได้ (กรณีตัวอย่างนี้คือ มโนกรรม-ความคิด)
ดังนั้น คนที่ยังมีสติแจ่มใสอย่างเราๆท่านๆ ก็คงเลือกหนทางที่ "ดูดี" ที่สุดเท่านั้นเอง
ตอบอะไรไปก็คงไม่ได้ตามความจริงหรอก

ส่วน คำถามสุดท้าย เรามีความเห็นต่างไปนิดหน่อยคือว่า
ยังไงๆ ก็ไม่สับรางแน่นอน เพราะ
1. ถึงจะไม่สามารถหยุดได้ เราก็พยายามจะหยุดอยู่ดี
2. ถ้าสับรางไป แล้วรถไฟสองขบวนชนกัน คงแย่มากกว่าเดิม
3. ถ้าสับรางแล้ว ชนคนหนึ่งคนนั้นตาย จะเป็นเรื่องที่เราตัดสินให้เค้าตายเพื่อคนอีกห้าคน ซึ่ง หนึ่งชีวิตของคนอื่น ไม่ได้มีคุณค่าน้อยกว่า ห้าชีวิตของคนอื่น สำหรับเรา และการเลือกที่จะไม่สับรางนั้น เป็นความผิดของคนทั้งห้าเอง ที่เลือกจะฝ่าฝืนกฏระเบียบ ลงไปเดินในทางรถไฟ
4. หลังจากชนคนทั้งห้าตายขึ้นมาจริงๆ เราสามารถอ้างได้ว่า เราทำำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฏหมายและหน้าที่แล้ว
ขอแสดงความเสียใจกับคนทั้งห้า ด้วย

#32 By PoY on 2007-12-07 07:58

-- โฮ!! มีแต่คำถามกดดันจิตสำนึกทั้งนั้นเลยค่ะ

-- สำหรับข้อแรกคิดเหมือนพี่เจ้าชายน้อยค่ะ

-- ยิ่งเป็นผู้หญิงแล้วด้วย ไม่เลือกที่จะฆ่าแน่นอน

-- สามัญสำนึกความเป็นแม่มันแรงค่ะ

-- ส่วนข้อ 2 นั้นก็คงตัดสินใจคล้ายๆ พี่เจ้าชายน้อยเช่นกัน

-- ไม่สามารถทำอะไรกับคนที่ยังไม่หมดลมหายใจได้

-- ส่วนข้อสุดท้าย.. เ