เปมิกา ณ วันนี้้

posted on 10 Nov 2007 13:21 by zedth in Sa-ra

ยังจำ น้องเปมิกา ได้ไหมครับ


จริง ๆ แล้ว ผมไม่ได้ติดตามข่าว หรือคดีของน้องเค้ามากนักหรอกนะครับ ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ตรงนี้ไม่ขอพูดถึงละกัน แต่ที่นำวีดีโอมาให้ดูในวันนี้ เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่น่าสนใจและให้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตได้ดีครับ

ลองดูกันก่อนก็แล้วกันครับ


ดูจบแล้วเราได้แง่คิดอะไรบ้างครับ ไม่รู้ว่าแต่ละคนคิดเห็นกันอย่างไร และคิดเหมือนผมไหม ลองมาอ่านต่อนะครับ ว่าผมคิดอย่างไรเมื่อดูวีดีโอนี้จบ

ผมเชื่อว่าน้องเค้าได้ผ่านประสบการณ์แห่งความทุกข์จริง ๆ ไฟแห่งความทุกข์คงเผาผลาญเธออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะนั่ง จะกิน จะเดิน จะนอน จะทำอะไรก็มีแต่ทุกข์ เหมือนชีวิตมีแต่ลวดหนามคอยบาดเนื้อหนังอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่เธอใช้แก้ทุกข์ ที่เธอเล่าให้ฟังก็เป็นทางแก้ทุกข์จริง ๆ ซึ่งเราต้องมอง แบบไม่สนใจว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการกระทำของเธอเอง แต่ความเป็นจริงก็คือว่า เธอกำลังอยู่ร่วมกับความทุกข์ ทุกข์นั้นคือของจริง แล้วเธอจัดการกับความทุกข์นั้นอย่างไร สิ่งที่เธอตอบออกมาก็คือ ปิดกั้นไม่สนใจกับข่าวที่เกิดขึ้น ยิ่งเธอรับข่าวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งทุกข์ การไม่รับรู้อะไรเลย เป็นสิ่งที่ดีกว่า ซึ่งผมก็เห็นด้วย ว่าสิ่งใดที่ทำให้เราทุกข์ใจ ถ้าเรายังปลงไม่ได้ เราก็เลี่ยงมันซะ มือเราจะไม่พอง ถ้าเราไม่เอามือไปสัมผัสกับน้ำร้อน ถูกต้องไหมครับ

ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอนครับ ไม่แน่สักวันชีวิตเราอาจจะห่วยขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว หรือแผนที่เราวางมาดีแล้วอาจจะไม่เป็นไปตามแผน กลับพาชีวิตเราพังไปเลยก็เป็นได้ครับ ดังนั้นเตรียมตัวรับสิ่งที่คาดไม่ถึงไว้บ้างก็ดีครับ

ปัจจุบันสำคัญที่สุดเสมอ การที่เธอมองอนาคตไว้เป็นฉาก ๆ ปัจจุบันกลับไม่เป็นอย่างที่นึกฝันไว้ ดังนั้นการจมอยู่กับอดีต หรือเฝ้าฝันถึงอนาคตมากเกินไป ก็ทำให้ทุกข์มากกว่า การโฟกัสอยู่กับปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้ครับ

สิ่งหนึ่งที่เธอบอกมาก็คือ พ่อแม่คือคนที่อยู่ข้างเธอตลอด นี่คือความรักของพ่อแม่ครับ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพไหน พ่อแม่ก็ยังอยู่ข้างเราเสมอ แต่สิ่งที่เธอไม่ได้บอกก็คือ พ่อแม่เธอคงเป็นทุกข์กับเธอไปด้วยแน่ ๆ แต่เรื่องนี้ถึงเธอจะไม่บอก แต่เราก็คงจะรู้จริงไหมครับ

อีกข้อที่จริงแสนจริง ที่เธอพูดออกมาก็คือ คนเราไม่สามารถสร้างภาพกันได้ตลอดเวลา สักวันหนึ่ีง สิ่งที่เราเป็น ตัวตนที่เราเป็นก็จะเปิดเผยออกมา ดังนั้น เราไม่ต้องแกล้งเป็นหรอกครับ จงทำในสิ่งที่เราเป็นเถอะ ยกเว้นว่ามันเป็นนิสัยที่ไม่ดี เราก็ต้องแก้ไขนิสัยนั้นเสีย ตอนนี้ใครจีบสาว หรือมีหนุ่มมาจีบ แสดงตัวตนของเราออกมาเถอะครับ ให้เค้ารักเราที่เป็นตัวเรา ไม่ใช่รักในตัวตนที่เราสร้างภาพขึ้นมา แล้วความสัมพันธ์มันจะยาวนานกว่า

สุดท้ายคือ เรื่องราวชีวิตของคนอื่น สามารถให้ข้อคิดกับเราได้เยอะแยะ เราไม่จำเป็นต้องดูว่า คน ๆ นี้เลว หรือดีอย่างไร เราดูว่าเราได้แง่คิดอะไรจากเรื่องราวของเค้า แล้วนำมาปรับใช้กับชีวิตปัจจุบันของเราดีกว่าครับ ในคนเลวก็มีความดี ในคนดีก็มีความเลวเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับว่า เี้ค้าดี เลวกับใครมากกว่า

อีกครั้งครับ ขอนำบทกลอนของท่านพุทธทาสมาฝากไว้สำหรับคนที่มองว่าโลกนี้มีแค่ขาวกับดำเท่านั้นครับ

เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาส่วนที่ดีเขามีอยู่
เป็นประโยชน์ต่อโลกบ้างยังน่าดู
ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย
จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริงฯ

ภาพข่าวจากที่ Suki Flix ครับ แวะไปเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้กันบ้างนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

คนเราก็มีเหตุผลในการกระทำของตัวเองเสมอนะคะ
เรียนรู้..เป็นสิ่งที่ดีค่ะbig smile

#22 By ยายแม่บ้าน on 2007-11-12 13:52

surprised smile ขอบคุนมากนะค่ะที่เข้าไปแวะเที่ยวหาน่ะค่ะ

#21 By ~meaw~*mo//~ on 2007-11-11 09:38

ท่านพุทธทาส สอนดีค่ะ

แต่ก็ยังรู้สึกไม่ชอบนิดนึง sad smile
อาจเป็นเพราะรู้จากสื่อแต่ในด้านลบ มากกว่าบวก
ก็เลยเป็นเช่นนี้ . . . อิทธิพลสื่อง่ะ

#20 By Fein on 2007-11-11 05:45

กมมุนา วตตีโลโก
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม นะคะ

sad smile

ไม่ทราบว่าเรื่องจริงจะเป็นยังไง แต่ถ้าน้องเค้าพูดความจริงก็น่าสงสารนะนี่

พูดจาฉลาดมากๆเลย

#19 By ongki on 2007-11-10 23:18

ประสบการณ์ของคนอื่นก็คือตำราเรียนทางลัดของเราทุกๆคนล่ะค่ะ ไม่ว่ามันจะยอดหรือจะแย่ confused smile

#18 By sorbet* on 2007-11-10 22:57

เป็นจริงแท้ดังคำท่านพุทธทาสครับ

#17 By AkE on 2007-11-10 21:25

e-pay (เป็นธุรกรรมพานิชย์อิเล็กทรอนิคชนิดหนึ่ง อย่าคิดลึก)

เธอกลับมาแล้ว . . .

#16 By xxx on 2007-11-10 20:17

ทุกข์เขา เราอย่าเอามาเป็นทุกข์ของเรา
รับรู้ เอาใจช่วยเขาอยู่ห่าง ๆ big smile big smile

#15 By i-phan (58.136.109.207) on 2007-11-10 19:50

ใครคือเปมิกา ชื่อคุ้นๆ

+ เพียงคิดว่าไม่ทุกข์ก็ไม่ทุกข์แล้ว

#14 By shimeatsky on 2007-11-10 19:45

เห็นด้วยว่าคนเราไม่ได้มีแค่สีดำกับสีขาวค่ะ

ขอยกคำพูดมาจากafบ้างนะคะ
เก็บเอาแต่ดอกไม้ของแต่ละคนใส่ ส่วนขยะก็เก็บใส่ตะกร้าอีกใบแล้วโยนทิ้งไป แค่นี้เราก็จะรู้สึกดีกับทุกๆคนได้แล้ว big smile
ในกระณีของเปมิกา..ปอนชื่นชมในความเก่งกาจของเธออย่างมากครับ.. เธอเป็นคนที่เก่งมากในเรื่องของการบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเองในภาวะวิกฤต เธอสามารถยิ้มหรือทำหน้าตา แววตา อาการได้อย่างปกติ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะร้ายแรงเพียงใดก็ตาม ซึ่งสิ่งที่เธอทำปอนไม่สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าจะเก็บสีหน้า หรืออาการทางร่างกายได้มิดชิด แต่แววตาของปอนจะฟ้องออกมาทั้งสิ้นเลยครับ ปอนถึงชื่นชมเธอในเรื่องนี้มาก

แต่ในขณะเดียวกันปอนก็เสียดายความเก่งของเธอครับ ที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มความทุกข์ให้กับตัวเองด้วยความฉาบฉวยทางด้านวัตถุ แทนที่จะนำมันมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองจากศักยภาพที่ตัวเองมีอยู่ บอกคำเดียวว่าน่าเสียดายครับ

แต่ปอนมักจะไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ในเรื่องที่เราจะหลีกหนีด้วยการปิดการรับข่าวสาร เมื่อตอนเป็นเด็กๆ ปอนเคยหนีปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ มากมายครับ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นได้อย่างแท้จริง สิ่งที่ทำให้เราแข็งแกร่งได้จริงๆ ก็คือการเผชิญหน้ากับปัญหาที่ประเดประดังเข้ามา แล้วแก้ไขมันไปเรื่อยๆ หรือต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ มันจะทำให้เราเกร่งแข็งแรงขึ้นอย่างแท้จริงครับ

ส่วนเรื่องความรักในครอบครัวก็เป็นแง่มุมที่ดีมุมหนึ่ง ที่ทำให้เห็นความรักความผูกพันธ์กัน แต่นี่ก็เป็นความรักความผูกพันธ์ที่ปลายเหตุมากๆ ทางที่ถูกต้องที่สุดก็คือควรจะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างกรณีขึ้นตั้งแต่แรกครับ.. ครอบครัวก็จะไม่ตกอยู่ในความทุกข์อย่างนี้

อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งของความไม่พอเพียง พอดีของคนเราครับ อยากมากก็ทุกข์มาก อยากน้อยก็ทุกข์น้อยเป็นธรรมดา ทางที่ดีเราควรอยากตามอัตภาพของเราดีกว่านะครับdouble wink confused smile

#12 By ปอนปอน on 2007-11-10 17:18

ติดตามอยู่ห่างๆเหมือนกันครับ บทสรุปอยู่ที่คำสอนของท่านพุทธทาสแล้วครับ

#11 By นายฉิม on 2007-11-10 16:44

คุณ sora no hime ~ 空のひめ ในบทความนี้ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องคดี เรื่องถูกเรื่องผิดเลยนะครับ เราคุยกันเรื่อง ข้อเท็จจริงที่ได้จากบทสัมภาษณ์นี้ ในแง่ที่ว่าเราได้แง่คิดอะไรจากเค้าบ้าง

#10 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-10 16:25

ที่เขาพูดมาดูดีไปหมดเลยนะคะ คิดเป็นทำเป็นจัดการเป็น
เรียกว่าเก่ง ฉลาดล้ำลึก มีสารวัตรท่านหนึ่งเคยกล่าวกับพี่ว่าผู้หญิงคนนี้แสดงความเก่งกล้าฉลาดจนตัวเองพลาดเอง

#9 By MayaKniGht on 2007-11-10 16:25

เป็นเรื่องของเขาค่ะ

ตรงนี้ไม่ขอออกความเห็นว่าเขาผิด หรือไม่ผิด
แต่ส่วนที่ไม่ชอบเลยก็คือ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าคนที่เราคบด้วยมีครอบครัวไปแล้ว ก็ไม่น่าเข้าไปยุ่งกับเขานะคะ

ผิดศีลค่ะ บาปมาก ๆ

#8 By sora no hime★空のひめ on 2007-11-10 16:12

บางทีการดูความเป็นไปรอบกายเรา
ทำให้เรามองเห็นอะไรมากขึ้น

ใช่แล้วล่ะ คนดีมีความเลย คนเลวมีความดี
คนคนนึง มีหลายด้านหลายมุม อยู่ที่เราจะมอง

#7 By antzzer on 2007-11-10 14:49

ปิดท้ายกับกลอนธรรมะของท่านพุทธทาสได้ดีมากครับbig smile

#6 By Ripley on 2007-11-10 14:25

คนเราไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอกคะ
ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเกิดเค้าสำนึกผิดก้อควรที่จะ
ให้อภัยเค้าไม่ใช่หรอคะ...
ดูอย่างองคุลีมาร ยังกลับใจจนได้
บรรลุธรรมได้เลยคะ...

#5 By ยูกิจัง on 2007-11-10 14:23

เธอสวยขึ้น สาวขึ้น แกร่งขึ้น

ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

#4 By จั่นเจา on 2007-11-10 14:14

ไม่ค่อยชอบผู้หญิงคนนี้
ดูไม่น่าไว้ใจ และน่าเชื่อถือ
อ่านแล้วได้ความรู้สึกดีจริงๆ
ในแง่ที่ได้รู้ถึงการจัดการชีวิตของคนๆหนึ่ง

ใช่ครับ มองส่วนดีของเขา เรียนรู้จากชีวิตของคนอื่นเขา
จะช่วยเตือนสติตัวเองได้เยอะเลยbig smile

#2 By โคค่อน on 2007-11-10 13:32

ปิดกั้นอย่างไรความทุกข์ก็ยังอยู่ เปิดใจยอมรับความจริงและเรียนรู้เพื่ออยู่กับมันให้ได้ จะถาวรกว่า
big smile big smile

#1 By catch me if u can (124.120.171.47) on 2007-11-10 13:23

Facebook