ภาษาวิบัติ ... ตรงไหน???

posted on 04 Nov 2007 18:16 by zedth in Sa-ra

ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ผมเองไม่เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับภาษาไทยวิบัติเลยสักที เคยเห็นหลาย ๆ คนเขียนถึงอยู่บ่อยมาก ทั้งในและนอก Exteen และผมก็จะเข้าไปคอมเม้นต์อยู่เสมอ โดยในแต่ละครั้งก็มักจะเขียนไปในแนวทางที่ว่า ภาษาเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ที่ย่อมมีวันเปลี่ยนแปลง และลงท้ายว่า ภาษาก็มีวงจรชีวิตเป็นของตัวเอง มีเกิด พัฒนา ซบเซา และดับไป เช่นเดียวกับชีวิตมนุษย์

ซึ่งสาเหตุที่ไม่ได้เขียน เพราะว่ายังไม่มีโอกาสได้รวบรวม กลั่นกรองความเห็นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที พอดีว่าวันนี้ (ตอนที่ปวดขี้นั่นแหละครับ) ได้อ่านเรื่อง ภาษาไทย ของ คุณประภาสเข้า ทำให้รู้สึกมีกำลังใจที่ี่จะเขียนถึงเรื่องนี้ เพราะมีคนที่คิดเหมือนกับเราด้วย ทำให้มั่นใจมากขึ้นนั่นเองครับ ซึ่งความเห็นของคุณประภาสนั้น น่าสนใจมาก ๆ ครับ ใครที่ยังไม่เคยอ่าน ผมขอแนะนำให้หาอ่านได้จาก พ๊อกเก็ตบุ๊คเรื่อง แมงกะพรุนถนัดซ้าย นะครับ

เราคงจะเคยได้ยินการพูดถึง ภาษาวิบัติกันเป็นวงกว้างใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นใน exteen เอง หรือว่า เป็นข่าวใหญ่ระดับชาติก็ตามที ข่าวคราวทำนองนี้นั้น เป็นข่าวขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วแต่ว่าใครจะเปิดประเด็นขึ้นมา ทั้งเรื่องภาษาแช็ท , คำศัพท์ใหม่ , ภาษาวัยรุ่น ฯลฯ สรุปว่าเยอะแยะครับ และที่เห็นชัด เห็นเร็วกว่าการรอดูข่าว ก็คือ เราสามารถพบเห็นการใช้ภาษาเหล่านี้ได้แทบทุกที่ในอินเตอร์เน็ต และนี่เองเป็นบ่อเกิดแห่งความรำคาญของคนหลา่ย ๆ คน

ซึ่งจำเลยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นเด็ก ๆ วัยรุ่นนี่แหละ ที่นำพาภาษาไปสู่ความวิบัติ ซึ่งผู้ใหญ่มักจะก่นด่ากันมากกว่าชื่นชม ซึ่งผมเองนั้น ขออยู่ตรงกลางครับ ไม่ส่งเสริม และไม่ชื่นชม แต่ก็ไม่คิดว่าผิดแต่อย่างใด (แต่แอบรำคาญ ตอนที่ยังไม่คุ้นชิน) เพราะอย่างที่ผมได้เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า ผมมองว่าภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ดังนั้นภาษาจึงมีชีวิต มีเกิด พัฒนา และตาย เช่นเดียวกับ วัฒนธรรม

ถ้าเราพิจารณากันดี ๆ เราจะพบว่า ในโลกนี้มีภาษาที่ตายไปแล้วมากมาย เช่น ภาษาภาพของมนุษย์ยุคหิน ภาษาเฮียโรกริฟของอียิปต์ , ภาษาโรมัน , ภาษากรีกโบราณ , ภาษาขอมโบราณ ฯลฯ

บางภาษาไม่ตาย แต่ไม่พัฒนา นิ่งอยู่กับที่ หรือถูกกลืน และรอว่าจะตายเมื่อไหร่ อย่างภาษาบาลี สันสกฤต

แต่อย่างภาษาไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี สเปน ฯลฯ ที่ยังใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ยังถือว่ามีชีวิต และมีพัฒนาการตลอดเวลา ดังนั้น จึงมีคำที่เกิดและพัฒนา และบางคำหมดวงจรชีวิตไปก็มี

คำไทยตายไปหลาย ๆ คำแล้ว เช่น หมวกก๊อกแฮต , หมวกแฮลเมต , การบ่าวสาว , ทหารมะริน , บุตรหมู่ ,โฮเต็ล , ลายสือ , กม (แปลว่าทั้งหมด) , ทับ (ที่แปลว่าบ้าน) , เนด , เทียว ,แดง (เงินเหรียญชนิดหนึ่ง) ฯลฯ หรือแม้แต่ตัวอักษรอย่าง ฅ ฃ ก็ไม่มีคำไหนสักคำมารองรับ

บางคำเปลี่ยนแปลงพัฒนาไป เช่น แล เป็น และ , เปน เป็น เป็น , ตวัน เป็น ตะวัน , ภายน่า เป็น ภายหน้า , เหน เป็น เห็น , เพ็ชร์ เป็น เพชร , มรกฎ เป็น มรกต , โอกาศเป็น โอกาส , บาญชี เป็น บัญชี , หม้าย เป็น ไม่ , ยีบ เป็น ยี่สิบ ฯลฯ ตรงนี้มีใครว่าบ้างครับ ว่าภาษาวิบัติ ไม่มีใช่ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่รูปแบบมันไม่ได้ต่างจากภาษาวิบัติที่เราพบเห็นอยู่ในตอนนี้เลยสักนิด อย่าง เธอ เป็น เทอ , ไป เป็น ปาย เป็นต้น (คนบางพื้นที่ ควาย ยังเป็น ฟาย ได้เลย)

นั่นก็เป็นเพราะว่า ทุกคนยอมรับมันแล้วนั่นเอง สมัยตอนที่มีการเปลี่ยนแปลง อาจจะมีคนไม่ยอมรับ แต่สุดท้าย เราเกิดมา เราก็ได้เรียนคำพูดเหล่านี้เสียแล้ว โดยไม่รู้เลยว่า คำเหล่านี้มันวิบัติมาแล้ว

คำที่เกิดใหม่ และใช้เป็นทางการก็มี เช่น โลกาภิวัฒน์ , โลกานุวัฒน์ , สมานฉันท์ , เทคโนโลยี ฯลฯ ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติศัพท์เหล่านี้ขึ้นมา ด้วยเพราะมีเหตุให้ต้องบัญญัติสองกรณีคือ แทนคำศัพท์ใหม่ ๆ ของต่างประเทศ กับ คำศัพท์ที่คนในชาติใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งนี่เป็นการเกิดขึ้นของคำศัพท์อย่างเป็นทางการ กับไม่เป็นทางการ และกลายมาเป็นทางการทีหลัง

การเกิดขึ้นของคำศัพท์ใหม่ ๆ ส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่เกิดขึ้นมาจากผู้ใช้ ยกตัวอย่างเช่นคำว่า ประเทือง นักร้องคนหนึ่งคิดคำนี้ขึ้นมาใช้ในเพลง แล้วเพลงนั้นฮิต พาลทำให้คำ ๆ นี้ ฮิตไปด้วย แบบนี้ไม่วิบัติเหรอ คนชื่อประเทืองเค้าเสียหายนะนี่ แต่ก็มีคนใช้มัน จนกลายเป็นคำศัพท์ที่ได้รับการยอมรับไปในที่สุด

นอกจากนี้ ภาษา ยังผสมข้ามพันธุ์ได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการ ยืมมาใช้ ผสมคำ แปลคำ ทับศัพท์ อะไรก็แล้วแต่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ภาษาไทย ซึ่งรับอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศเยอะมาก ๆ เหล่านี้คือธรรมชาติของภาษาครับ ไม่แน่นะ อนาคตข้างหน้า โลกทั้งโลกอาจจะมีภาษาแค่้ภาษาเดียวก็ได้ ใครจะไปรู้

อีกประเด็นที่เป็นที่อิดหนารำคาญใจมาก เหลือเกิืนคือ การใช้วรรณยุกต์ผิด เช่น คะ ค่ะ ค๊ะ อันนี้แอบเห็นด้วยนิดนึงว่า เค้ามีกฏเกณฑ์ทางภาษามาให้แล้ว ใช้ให้มันถูกต้องก็ดีแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ ภาษามันมีข้อยกเว้นเสมอ คำที่มันลงกฏไม่ได้ ก็มักจะมีข้อยกเว้นเสมอ อย่างคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ เช่น คอมพิวเตอร์ ทำไมไม่เขียนเป็น คอมพิ้วเต้อร์่ หรืออ่านว่าคอม-พิว-เตอ ให้ถูกต้องไปเลย แลัวยัง ไดรเวอร์ , เบราเซอร์ , อัพโหลด , ลิงค์ , เซ็นเซอร์ อีกล่ะ ทำไมไม่เขียนให้เหมือนอ่านล่ะ

บอกกันแบบไม่กลัวขัดใจใครเลยว่า ภาษาเป็นเรื่องของการเลือกปฏิบัติไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ

แต่ในเกือบทุก ๆ กรณี สังคมมักจะเว้นช่วงให้คำนั้นได้เิกิด และพิสูจน์ตัวเอง ว่าคำ ๆ นั้นจะสามารถอยู่รอดได้ในสังคมหรือไม่ คล้าย ๆ กับช่วงเดบิว หรือช่วงพิสูจน์ความสามารถของดารา นักร้องบ้านเรา ถ้าได้รับความนิยมก็ผ่าน ก็ใช้กันไป พอหมดความนิยม ก็ดับ ซึ่งวงจรชีวิต จะยาวจะสั้นนั้นก็ไม่อาจที่จะคาดเดาได้ครับ ซึ่งบางครั้งก็เป็นแค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว พอกลิ่นอายความหวือหวามันจางไป ทุกอย่างก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งกรณีอย่างนี้ ก็ไม่ถือว่าน่าเป็นกังวลเท่าใดนัก

สุดท้าย คำศัพท์ วิธีการพูด วิธีการเขียน จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็แล้วแต่ ตราบใดที่มันยังสามารถสื่อสารระหว่างคนได้เข้าใจได้ มันก็ได้ทำหน้าที่ของมันโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่ว่า อยากกินข้าว แต่สื่อสารให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่าอยากกินข้าว อย่างนี้ล่ะวิบัติขนานแท้

เพราะฉะนั้น ใครที่กล่าวว่า ภาษาไทย ต้องอย่างนั้น อย่างนี้ แสดงว่า เค้ายังเข้าใจภาษา สังคม วัฒนธรรม น้อยอยู่ รวมไปถึงยังไม่เข้าใจโลกด้วย ตรงที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง แปรเปลี่ยน ใจเรายังไม่นิ่ง ไม่คงที่ ยังรวนเรเลย แล้วประสาอะไรกับคำ กับภาษา จะดิ้นไม่ได้เชียวหรือ

วันนี้ผมอาจจะไม่คิดว่าเรื่องภาษาวิบัติ เป็นเรื่องซีเรียสอะไร แต่อีกห้าปีข้างหน้า ผมอาจจะค้านหัวชนฝาก็ได้ เพราะของมันเปลี่ยนแปลงกันได้ครับ

ป.ล.1 ผมได้ edit บทความไปบ้างเพราะความคิดเห็นของเพื่อน ๆ นะครับ เพื่อความถูกต้อง คนมาอ่านทีหลังจะได้ไม่รับอะไรผิด ๆ ไปนะครับ (เอ หรือว่ามันผิดที่ความคิดของเราตั้งแต่ต้น)

ป.ล.2 ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นกันเข้ามาเยอะแยะนะครับ มีประโยชน์มาก ๆ เลยครับ

ป.ล.3 ดูท่าว่าเอนทรี่นี้จะถกกันยาวนะครับ ใครสนใจจะรอรีเฟรชหน้านี้ เล่นเกม Tetris ที่ด้านข้างรอไปก่อนก็ได้ครับ กด play แล้วเ่ล่นได้เลย

Comment

Comment:

Tweet

ภาษาทุกภาษา หากวิัวัฒนาการแล้วจะทำให้อ่านง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้นและที่สำคัญเขียนง่าย
แต่ภาษาไทยที่วิบัติหรือว่ากันว่าวิวัฒนาการแล้วนั้น ล้วนแต่จะอ่านยากขึ้น คำที่เคยเขียนสั้นๆ กลับทำให้ยาว ใช้เสียงมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรค์ต่อการส่งสาร และเท่าที่ผมสังเกตมา ศัพท์เหล่านี้ล้วนแต่คิดขึ้นมาเพื่อที่จะให้พิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่มันก็ไม่ช่วยให้อ่านง่ายขึ้่นเลย อีกเหตุผลหนึ่ง ถ้าเกิดประโยคทั้งประโยคเราพิมพ์เป็นภาษาวิับัติทั้งหมด จากเดิมที่เคยแค่ 1 บรรทัดจะกลายเป็น 10 บรรทัดโดยไม่รู้ตัว

ทั้งหมดก็แค่่ความคิดเห็นส่วนตัวครับผม

#61 By Anonymous (114.128.106.2) on 2009-03-05 18:35

ชอบหนังสือของคุณประภาสเหมือนกันค่ะ ^ ^

ประเด็นเรื่องภาษาวิบัติ มันวิบัติเพราะเด็กเอามาใช้จนติดในชีวิตประจำวัน และคนอื่นๆ ไม่สามารถรับได้ค่ะ
ถือเป็นการดิ้นของภาษาที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ แต่...มันก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาษาไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง

ภาษาวิบัติในตอนนี้มันไม่