Rat Guard

posted on 31 Oct 2007 10:11 by zedth in Navy-Story

เป็นเวลานานมาก ๆ เลย ที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับทหารเรือมาให้อ่าน รู้สึกเหมือนคนที่ออกนอกลู่นอกทางไปนาน แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่้า ที่แท้ตัวเองมีหน้าที่อะไร ช่วงที่ผ่านมา บล๊อกทหารเรือ ก็เลยไม่มีเรื่องทหารเรือไปพักใหญ่ ๆ มีแต่ภาพวีดีโอมาให้ดูเสียมาก แต่ก็ขอบคุณครับ ที่ยังติดตามบล๊อกนี้อยู่อย่างเหนียวแน่น

เอาล่ะครับ ก็ติดค้างแฟน ๆ ทหารเรือมานาน วันนี้ก็ขอเล่าเรื่องทหารเรือสักเรื่องก็แล้วกันนะครับ

ใครก็ตามที่เคยอ่านนิยาย หรือเคยดูหนังเกี่ยว กับ ทหารเรือ , โจรสลัด , หรือแม้แต่หนังที่มีฉากอยู่้บนเรือเดินสมุทรมาบ้าง คงจะพอนึกออกว่า บนเรือมีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่ง ที่จะต้องโผล่ออกมาให้เห็นหน้าอยู่เป็นประจำ นั่นก็คือ หนู นั่้นเองครับ

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนูแล้ว สัตว์ตระกูลคนต่างก็คิดนึกไปว่า สัตว์ตระกูลหนูนั้นจะต้องเป็นพาหะของโรคร้ายอยู่เสมอไป ทั้ง ๆ ที่มันอาจจะไม่ได้อันตรายขนาดนั้นก็ได้ แต่จากประวัติศาสตร์ที่สัตว์สองขาบันทึกเอาไว้ว่า สัตว์สี่เท้า ฟันแทะ เป็นพาหะนำโรคที่ทำให้มีคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติถึง 75 ล้านคนทั่วโลก ในเวลาหนึ่งทศวรรษ นั่นก็คือกาฬโรค นั่นเอง ซึ่งเพียงเท่านี้ เราก็พะยี่ห้อตัวอันตรายให้กับสัตว์อย่างหนูได้แล้วล่ะครับ

และเมื่อสัตว์พาหะนำโรคติดต่อร้ายแรง มาเจอะกับสถานที่อับอย่างเรือเข้า ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น เพราะดูท่าว่าสภาพแวดล้อมจะเอื้อต่อการให้ โรคติดต่อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราจึงมีข้อห้ามไม่ให้หนูขึ้นเรืออย่างเด็ดขาด แต่หนูที่ไหนมันจะเข้าใจภาษาคนได้เล่า ดังนั้น คนนี่แหละที่จะต้องป้องกันหนู ไม่ให้มาสิงสถิตย์อยู่บนเรือได้

ซึ่งวิธีป้องกันก็มีได้หลายวิธี ตั้งแต่ขจัดเศษอาหารออกจากเรือไปทิ้งบนท่า ปิดฝาถังขยะ และแยกขยะใส่ถุงดำให้มิดชิด เพราะว่าถ้าไม่มีเศษอาหารให้บรรดาหนู ๆ ทั้งหลายแล้ว มีหรือที่หนูจะมาอาศัย แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีครอบครัวหนูบางครอบครัว ที่อยากจะมาอยู่บนเรือให้ได้ แม้ว่าจะอัตคัดขัดสนเรื่องอาหารบ้างก็ตามที อาจจะเป็นเพราะว่าพวกมันอยากจะผจญภัยในโลกกว้างก็เป็นได้ แต่สำหรับทหารเรือแล้ว เราคงต้องห้ามหนูออกไปกับเรือ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวหนูเมาเรือตาย พวกเราจะเดือดร้อนกัน

ที่ว่าเดือดร้อนนี่ เดือดร้อนจริง ๆ นะครับ เป็นการเดือดร้อนเรื่องกลิ่น ผมเคยเจอมาแล้ว มีหนูตายในเรือ แล้วหาซากไม่เจอ ไม่รู้ไปตา่ยอยู่ซอกหลืบไหนจนกลิ่นเริ่มออก และเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ได้แต่สันนิษฐาน แต่เอาซากมันออกมาทิ้งไม่ได้ เพราะสถานที่มิดชิดเกินไป สุดท้ายก็ต้องดูดกลิ่นด้วยวิธีสารพัด ทั้งดูดอากาศ ทั้งก้อนดับกลิ่น ถ่านดูดกลิ่น สเปรย์กำจัดกลิ่น งัดทุกวิถีทางออกมาใช้ แต่ก็ได้แค่ทำให้กลิ่นจางลงเท่านั้น จนต้องรอไปอีกหลายเดือนกว่ากลิ่นจะหมดไปอย่างถาวร คิดแล้ว ยังอยากจะแหวะอยู่เลยครับ

ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นอุปกรณ์ป้องกันหนู ขึ้นเรือมาใช้งาน ซึ่งช่องทางที่หนูจะขึ้นเรือมาได้นั้น ก็คือ ไต่มาตามเชือก ซึ่งเชือกเรือก็เส้นโตเอาการอยู่ ถ้าเป็นเรือใหญ่มาก ๆ อย่าว่าแต่หนูเลย แมวยังปีนขึ้นได้

เพื่อเป็นการปิดเส้นทางการจราจรของหนู ก็ต้องหาอะไรมาดักเส้นทางเหล่านั้น ซึ่งก็ถือกำเนิดเป็นอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Rat Guard ซึ่งเป็นแผ่นเหล็ก ที่สามารถคล้องลงไปที่เชือกได้ และกลายเป็นกำแพงกั้นไม่ให้หนูมาขึ้นเรือไ้ด้ เวลาจอดที่ท่าเรือ ก็จะเอา Rat Guard นี่แหละมาใส่เชือกทุกเส้่นไว้

ซึ่ง Rat Guardก็มีหน้าตาหลายอย่าง บางอย่างเป็นแผ่นราบ ๆ เป็นเหลี่ยมบ้าง กลม ๆ บ้าง บางอันเป็นรูปกรวย บางอันก็พับได้ บางอันก็พับไม่ได้ แล้วแต่การออกแบบ


แต่เชื่อมั้ยครับ แม้ว่าจะมี Rat Guard ก็ตามที แต่หนูก็ยังขึ้นเรือมาได้ บางครั้งเรือเพิ่งออกจากอู่มาหมาด ๆ พอมาเทียบข้างเรือที่จอดมาก่อนได้ไม่ทันไร หนูพวกนี้ก็กระโดดข้ามเรือมาหากินที่แหล่งใหม่แล้ว หรือบางทีก็ขึ้นมาทางบันไดขึ้น-ลงของคนเลยก็มี

ดังนั้น บางครั้งบางคราวเราก็ต้องกำจัดมันบ้าง ด้วยวิธีเดียวกับหนูบ้าน ถ้าหากรู้สึกว่า เราสามารถเจอะหน้ามันได้บ่อยขึ้น หรือได้ยินเสียงลูกหนูร้องระงมในตอนกลางคืน ถึงไม่อยากทำก็ต้องทำครับ เพื่อสุขอนามัยของคนบนเรือ

ส่วนที่ว่าทำไมไม่เอาแมวมาเลี้ยงบนเรือ ถ้าเป็นเรือส่วนตัวก็คงทำได้หรอกครับ แต่เรือรบนี่ทำไม่ได้ครับ ห้ามเลย เคยมีเรื่องเล่ากันเล่น ๆ อยู่เหมือนกันว่ามีเรือที่มีหนูเยอะมาก ๆ จนประจำเรือคนหนึ่งคิดวิธีการไล่หนู ด้วยการนำงูเหลือมมาเลี้ยงในตู้กระจก ปรากฏว่าได้ผล หนูหนีหายเกลี้ยง แต่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจริงเท็จประการใด เพราะไม่เคยมีใครทดลองสักที

เรื่องหนู ๆ ที่ไม่ใช่อีหนู เป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ปัญหาหนึ่งในเรือ แต่ก็ปล่อยให้มันพอกพูนไม่ได้ เพราะถ้าเผลอให้มันมีเยอะเข้า ออกลูกออกหลานกันจนเต็มเรือขึ้นมาเมื่อไหร่ คงนอนไม่มีความสุขแน่ ๆ เพราะกลัวมันจะมากัดหูเข้าสักวัน

Comment

Comment:

Tweet

#34 By (202.12.118.61) on 2008-07-31 13:06

ไม่น่าเชื่อว่าหนู