โดน Tag มาอีกแล้วครับ คราวนี้มาจาก 2 คน พร้อมกันเลย จาก น้อง จตุรดา shakri หมี น้ำตาล และคุณ โก๋สิจ๊ะ เป็น Tag ที่ผมคิดว่าน่าสนใจและมีสาระมาก ๆ เลยครับ นั่นก็คือ Tag นานาทัศนะ กับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ

1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ?

ตอบ คำถามนี้ bias มาก ๆ (คือว่าคำถามไม่แฟร์ มีการโน้มน้าว ให้เกิดความโน้มเอียงในคำถามครับ) เลยนะ เริ่มต้นคำถามก็บอกว่าเป็นงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ไปซะแล้ว จริง ๆ ถ้าคิดจะถามความเห็นผู้คนอย่างเที่ยงธรรมจริง ๆ ก็ควรจะใช้ชื่อให้ถูกต้อง ถามแบบนี้มันชี้นำกันเกินไป สรุปว่า ถ้าถามใหม่ก็ดีนะครับ

แต่เอาล่ะในเมื่อถามมาอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่า งานนี้ก็เป็นงานหนึ่งที่ดี ไม่ได้เลวร้าย จริงอยู่ที่มีเสียงบ่นมาว่ามันอาจจะทำลายธุรกิจร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่เป็นรายย่อย แต่ถึงไม่มีงานหนังสือแบบนี้ ร้านเหล่านั้น ก็โดนร้านหนังสือใหญ่ ๆ ฮุบอยู่ดี เหมือนกับร้านขายของชำ ที่เป็นปัญหามาก่อนหน้านี้

ดังนั้นถ้าเราเป็นร้านหนังสือเล็ก เราต้องปรับตัว ถ้าอยากจะอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป โดยหาทางเพิ่มคุณค่้าให้กับหนังสือในร้าน และคงต้องเลือกหนังสือหน่อย ถ้ารับมาหมดต้นทุนคงจม เรื่องนี้ มันอยู่ที่การบริหารจัดการนะ ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่ร้านเล็ก ๆ ต้องปรับตัว เพื่อให้อยู่รอด หรือหันไปจับธุรกิจอื่น ๆ ที่มีช่องทางดีกว่า และปลาใหญ่ยังมีน้อย

ส่วนเรื่องที่ว่า ถ้าร้านหนังสือเล็ก ๆ พากันล้มหายตายจากไป แล้วคนจะอ่านหนังสือน้อยลง อันนี้ไม่เชื่อเลย ตราบใดที่ยังมีตัวหนังสืออยู่บนโลกใบนี้ คนย่อมได้อ่านหนังสือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (อาจจะทางการเล่าก็ได้นะ ไม่จำเป็นต้องอ่าน ทำไมเหรอ ความรู้มันได้จากการอ่านอย่างเดียวหรืองัย)

ส่วนงานมหกรรมหนังสือ งานสัปดาห์หนังสือ ก็ยังมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้คนได้เข้าใกล้หนังสือมากขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองได้พาลูกหลานออกมาเที่ยวเล่นด้วยกัน เดินซื้อหนังสือเสร็จ แวะกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนกลับบ้าน สรุปว่า เป็นงานที่มีความดี มากกว่าความเลวร้ายละกันนะ

2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่ ?

ตอบ อันนี้ก็ Bias นะ แต่ก็ตอบล่ะว่า ไม่เลย ซื้อหนังสือทุกสัปดาห์ อาทิตย์ไหนไม่ได้ซื้อหนังสือ จะรู้สึกหงุดหงิด เป็นคนเสพย์ติดสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่เด็ก ๆ อายุ 10 กว่าขวบแล้ว ถ้ารวมเงินที่ซื้อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด (ไม่รวมสลากกินแบ่งรัฐบาลนะ) ตั้งแต่เล่มแรก จนถึง ปัจจุบันนี้ คงจะซื้อ Vios ได้คันนึงแล้วล่ะ

3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม ?

ตอบ มีแน่นอน ลด หรือมีของแถม ย่อมดีกว่า ในฐานะผู้บริโภค ไม่เฉพาะหนังสือหรอก สินค้าทุกประเภทแหละ ผมไม่ใช่คนมีเงินถุงเงินถัง ดังนั้น จะซื้ออะไรแต่ละอย่าง ถ้ามีส่วนลดด้วย ย่อมตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า

4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร ? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น ?

ตอบ อันนี้พูดยากนะ เพราะไม่ได้อยู่ในวงการน้ำหมึก เราไม่รู้ว่าราคาต้นทุน ว่ามันเท่าไหร่ จึงจะบอกได้ว่าราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ แต่ถ้าคิดในแง่ของคุณค่าในงานวรรณกรรมนั้น ถ้าเราเห็นว่างานนั้นมีคุณค่า ต่อให้มันพิมพ์บนใบลาน เราก็เห็นว่ามันมีราคาค่างวด เพราะถือว่าเป็นค่ามันสมองของผู้แต่ง ตรงกันข้าม งานที่อ่านแล้วไม่ชอบเลย ต่อให้มันถูกแค่ไหน เราก็รู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อมันมาอยู่ดี

เรื่องนี้ไม่อยากจะคิดมาก ถ้าอยากอ่านก็ซื้อ ไม่อยากอ่านก็รอให้ลดราคาค่อยซื้อ หรือยืมอ่านเอา หรือลืมไปในที่สุด อันนี้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของเรา เราพอใจจุดไหน เราก็จ่ายที่จุดนั้น

และที่ว่ากันว่า สำนักพิมพ์จะมาเร่งหนังสือให้ออกทันงานนี้ ก็เห็นจะจริง ซึ่งตรงนี้ ก็ไม่มีความเห็นอันใด รู้สึกเฉย ๆ เพราะเราอยู่ในฐานะผู้บริโภค มันจะออกเยอะ ออกน้อยอย่างไร เรามีเงินเท่าไหร่ เราก็ซื้อเ่ท่านั้น ก็หวังอยู่อย่างเดียว ว่าจะไม่ปล่อยงานชุ่ย ๆ ออกมา โดยเฉพาะวรรณกรรมแปล ที่พบเห็นได้บ่อย จนไม่กล้าจะซื้อหนังสือที่คนแปลเป็นใครก็ไม่รู้แล้ว

ตอบ Tag จบละ ทีนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ต่อ Tag นี้นะครับ

สำหรับ Tag นี้ น่าจะมีที่มามาจาก จากที่ มกุฏ อรฤดี บก.บห.สำนักพิมพ์ Butterfly ออกมาบอกว่าสำนักพิมพ์จะไม่ขายหนังสือใหม่ 3 เรื่องในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุด ซึ่งคุณ มกุฏ เชื่อว่า การจัดงานเช่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่บั่นทอนระบบหนังสือในประเทศไทย โดยเป็นการทำให้ร้านหนังสือเล็ก ๆ ขายหนังสือไม่ได้ และต้องปิดกิจการลง ซึ่งผมก็เห็นด้วยอยู่บ้าง และไม่เห็นด้วยอยู่นิดหน่อย สไตล์เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง

ส่วนที่เชื่อ บอกกับผมว่า ร้านหนังสือเล็ก ๆ อาจจะต้องปิดตัวลงไป แต่ส่วนที่ไม่เชื่อบอกว่า ร้านเหล่านี้ต้องปรับตัวจึงจะอยู่รอด ซึ่งเดี๋ยวนี้ เค้าก็ปรับตัวด้วยการหันมาขายนิตยสาร หนังสือคู่มือเกมส์ หนังสือพิมพ์ เครื่องเขียน อุปกรณ์เย็บปัก ถักร้อย เครื่องเขียน งานฝีมือ ซึ่งก็น่าจะอยู่รอดไปได้อย่างยาวนาน การขายหนังสือจริง ๆ เป็นแค่ส่วนประกอบเท่านั้นเอง และสิ่งที่ผมเห็นก็คือ ทุก ๆ คนต่างแห่แหนเข้าร้านหนังสือใหญ่กันทั้งนั้น เพราะว่ามีหนังสือเยอะกว่า สิ่งที่ทำให้เค้าเข้าเพราะว่า เค้ามั่นใจว่า หนังสือที่เค้าต้องการนั้นมีแน่ ๆ ไปแล้วไม่เสียเที่ยว

วกกลับมาที่คำถาม 4 ข้อที่เพิ่งตอบไปว่า มัน bias มาก ๆ เพราะกะโจมตีงานนี้ ว่าเป็นงานลดราคาหนังสือ ทำให้คนเค้ารอซื้อหนังสือลดราคาเฉพาะในงานนี้ แล้วไม่ไปซื้อในร้านหนังสือทั่วไป และอ่าน ๆ ดูแล้ว เหมือนต้องการปลุกกระแสอะไรบางอย่าง ซึ่งจาก tag ที่เพื่อน ๆ ตอบมาหลาย ๆ คน ก็ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่ได้รอ อยากซื้อเมื่อไหร่ก็ซื้อ ถ้ามีความต้องการ ซึ่งผมว่า คำตอบของคนส่วนใหญ่ คงไม่ตรงใจคนตั้ง Tag สักเท่าไหร่มั้งครับ

จริง ๆ อยากให้มีคนทำ Tag นี้สักหมื่นคน คงจะพอเป็นกลุ่มตัวอย่างที่หนักแน่นพอว่า งานลดราคาแบบนี้ มันดีหรือไม่ดีจริง แล้วมันทำให้ร้านหนังสือต้องปิดตัวจริงหรือไม่

tag อื่น ๆ

Comment

Comment:

Tweet

hi all !!

#16 By sears parts (124.157.191.197) on 2009-12-04 01:37

Que se ra

#15 By scratch and dent (124.157.236.46) on 2009-11-13 02:06

ขอบคุณค่ะ

#14 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-06 09:12

Que

#13 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-04 11:38

ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ค่ะ ก็ว่าเคยอ่านๆมาแล้ว..งง..ว่านี่มันกระแสอะไรกันเนี่ย? ทำไมมีคนคิดไปแบบนี้.. พอมาอ่านจากบลอกนี้ก็เลยได้เข้าใจค่ะ เดี๋ยวขอเอาไปเขียนต่อสักหน่อยดีกว่า(เผื่อจะถึงหมื่นคนค่ะ อิอิ)big smile
เฮ้อ!ไม่ได้ไป เศร้าใจจัง

#11 By A girl living on the island on 2007-10-30 14:13

เห็นเหมือนกันสินะว่ามัน Bias 555+ เลยอยากให้หลายๆ คนลองทำดูน่ะค่ะ ว่าจะค้านหรือคล้อยมากน้อยเท่าไหร่

หนูอยากให้พี่ชายลองเข้าไปที่บล็อก http://pianocorner.exteen.com ของน้องเป้ (บ.ก.ส่วนตัวเรา 55+) น้องอยู่กับธุรกิจนี้มาทั้งชีวิต อยู่กับโรงพิมพ์อะไรพวกนี้ ให้ทัศนะในแง่มุมของสนพ. เล็กๆ ไว้เยอะ แล้วน้องก็ Tag ไปที่เพื่อน ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ เช่นกัน ความเห็นน่าสนมากๆ ค่ะ

ลองดูนะคะทุกคน

#10 By เมพหมี shakri on 2007-10-30 14:02

ชอบซื้ออ่านเหมือนกันค่ะ เริ่มอ่านมาตั้งแต่ ป.2 แล้วก็ติดซื้อหนังสือไปเลย

ส่วนเวลามีงานหนังสือก็จะซื้อมากกว่าปกตินิดนึง

แต่ถ้าปกติแล้วก็ซื้อทุกสัปดาห์เลย ชอบไปขลุกอยู่ร้านหนังสือ

#9 By on 2007-10-30 13:48

วู้ฮู้...เม้นได้แล้ว ก้อยกด Tab+Enter ค่ะ กิ้ว ๆๆ ๆ เม้นได้แล้วbig smile

#8 By ~นิ้วก้อย~ on 2007-10-30 11:50

ด้วยความที่บ้านอยู่ไกลกับงานหนังสือแบบนี้ เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ซื้อหนังสือใหม่แบบมีส่วนลดเลยค่ะ ส่วนมากที่เจอก็จะเป็นหนังสือเก่าลดราคา แต่ก้อยก็เข้าร้านหนังสือเดือนหนึ่งหลายครั้งค่ะ ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรเกี่ยวกับการโจมตีอะไรนะคะ แต่ถ้าอยู่ใกล้ก็จะไปซื้อค่ะ เตรียมเงินไปสักพันหนึ่งคนได้หนังสือหอบกลับบ้านมาเป็นกองแน่ ๆ เลยค่ะ

#7 By ~นิ้วก้อย~ on 2007-10-30 11:50

เราว่างานหนังสือไม่ได้เป็นสาเหตุให้ร้านหนังสือปิตตัวหรอก

คำถามมันก็ชี้นำนั่นแหละ แต่คนตอบแทบจะทุกคนเลยอ่ะที่เราเข้าไปอ่าน
ก็ตอบว่าไม่ได้ซื้อตามอย่างคำถามที่ตั้งๆมา ก็มันอคติซะขนาดนั้น ใจเราก็ยังอยากให้มีงานมหกรรมหนังสือและงานสัปดาห์หนังสือนะ
แค่จัดปีละ2ครั้ง ก็ว่าน้อยจะตาย ไม่จัด
จะไปหาหนังสือเก่าๆหรือพิมพ์ใหม่ที่มันหายากตามร้าน
เพราะไม่ใช่หนังสือติดท๊อปเท็น ได้จากที่ไหนล่ะ
สงสัยต้องอาศัยสั่งจากเวปล่ะมั้ง

#6 By MamiLuv on 2007-10-30 11:33

ผมตั้ง tag นี้ โดยเอาประเด็นมาจาก http://www.faylicity.com/book/news/ ครับ

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับคุณเจ้าชายน้อยนะ ร้านเล็กเจ๊งไม่เจ๊ง มันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับงานหนังสือbig smile

#5 By house on 2007-10-30 11:31

เป็นหนอนหนังสือค่ะ แต่ขออ่านเก็บข้อมูลคุณเงียบๆ
เพราะโอ๊ะไม่ได้ไปค่ะ...sad smile

#4 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-30 11:20

ใช่ค่ะเป็นคำถามชี้นำมาก
คำถามปลายปิดสุดๆ...แต่มันก็ดีนะคะทำให้เห็นว่าจริงๆคนอ่านหนังสือ...ซื้อหนังสือ
ก็เพราะรักที่จะอ่าน
ซื้อ vios ได้คันนึงเหมือนกัน....อิอิ
พอหนังสือเยอะๆแล้วทำยังไงบ้างคะ...

#3 By ยายแม่บ้าน on 2007-10-30 11:06

"ซื้อ Vios ได้คันนึงแล้ว" 5555 เหมือนกันเลยอะค่ะ หนังสือที่บ้านเยอะมากกกกก

ส่วนตัวแล้วชอบงานหนังสือมากค่ะ ตอบในฐานะผู้บริโภค ร้านค้าย่อย ๆ น่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจมากกว่า

#2 By เจนเนสซ่า on 2007-10-30 10:56

tag นี้ เหมือนแบบสอบถามเลยนะคะ มองในแง่ธุรกิจต้องมีการแข่งขันมันก็จะเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของ Value Chain ค่ะ
ร้านค้าย่อยๆ เล็กเป็นธุรกิจปลายน้ำของสื่อสิ่งพิมพ์ ล้มตายก็ไม่น่าแปลกใจ big smile

#1 By Catch me if u can (58.137.40.204) on 2007-10-30 10:42

Facebook