เมื่อเช้านี้เขียน เอนทรี่แสดงความรู้สึกที่ได้ดูชายกลาง พร้อมนำรูปมาลงให้ดู เรียกน้ำย่อยไปแล้ว แต่รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ถ้าจะทำให้คนอยากไปดูละครเวทีเรื่องนี้ จึงต้องมาเขียนต่อในตอนบ่ายครับ

เห็นผมเชียร์ขนาดนี้ ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับละครเวทีเรื่องนี้เลยนะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า ละครเรื่องนี้มันตลก และสนุกมาก ๆ อยากให้เราได้ดูอะไรดี ๆ ครับ เท่านั้นเองจริง ๆ

ซึ่งเอนทรี่นี้ เป็นการรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ ละครเวที ชายกลาง ซึ่งมีผู้เขียนเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่ผมนำมารวมมิตรอีกทีบนบล๊อก ซึ่งเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์เต็มประตู แต่ผมเสียดายบทความดี ๆ ยังงัยครับ เพราะว่าพ๊อกเก็ตบุ๊คที่แถมมากับ
a day เล่มนี้ คงไม่ได้มีกันทุกคน ถ้าคุณไม่ใช่แฟน a day ดังนั้น ผมจึงขอละเมิด นำบางส่วน บางตอนมาให้ทุก ๆ คนในบล๊อกของผมได้อ่านกันนะครับ

ต่อจากนี้เป็นบทความจากหนังสือพ๊อกเกตบุ๊ค ฉบับที่แถมมากับนิตยสาร a day ฉบับที่ 82 หน้าปก เลโก้ จตุคามรามเทพ ซึ่งมี ทรงกลด บางยี่ขัน เป็นบรรณาธิการนะครับ

ชายกลาง โศกนาฏกรรมในจังหวะแทงโก้

"ละครเวทีเป็นงานศิลปะอีกอย่าง มันไม่เหมือนรายการทีวีภาพยนตร์ หรือเทปเพลงที่อยากดูอีก ฟังอีก หรืออยากให้ใครดูอีกก็กดปุ่มเปิดให้ดู เปิดให้ฟัง แล้วมันก็ได้อรรถรสไม่แพ้กัน แต่ละครเวทีนี่ถึงจะถ่ายบันทึกเอาไว้เป็นเทปแล้วเอามาดูมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเลยจริง ๆ ละครเวทีของฝรั่งนี่เขาห้ามดูจากเทปเลยนะ"

ประภาส ชลศรานนท์


ความเดิมตอนที่แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปีพุทธศักราช 2546 กลุ่มนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำละครเวทีประจำปีของคณะเรื่อง 'ปริศนา' ซึ่งเป็นละครย้อนยุคที่ว่าด้วยชีวิตของนักเขียนไส้แห้ง ผู้ยึดมั่นในงานเขียนแนวแสงสว่างที่ปลายถ้ำ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาจำเป็นต้องหันเหแนวทางในการเขียนไปสู่ นิยายพาฝันอันมีตัวละครเอกชื่อ 'ปริศนา'

ละครเวทีแบบไทย ๆ ที่จับคาแรกเตอร์ตัวละครในนวนิยายไทย มายำรวมกันเรื่องนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก ทั้งมุขตลกที่ยิงกราดกันอย่างไม่บันยะบันยัง บทละครที่โดดเด่นด้วยการผูกโยงเรื่องอย่างสลับซับซ้อน เทคนิควิธีการเล่า ซึ่งไม่เคยถูกนำมาใช้กับละครเวทีมาก่อน และความซึ้งที่ถึงขั้นน้ำตาร่วง

'ปริศนา' ได้รับคำชมอย่างมากจากทั้งนักวิจารณ์ และผู้ชม จนกลายเป็นอีกหนึ่งละครเวทีเรื่องที่ดี และน่าจดจำของวงการละครเวทีไทย

3 ปีผ่านไป ละครเวทีเรื่อง
'ปริศนา' ถูกปรับชื่อเป็น 'ชายกลาง' และนำกลับมาทำใหม่อีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบโดยทีมงานมืออาชีพ มี อุดม แต้พานิช มาแสดงนำ มี ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม (สังข์ 108 มงกุฎ) จากโต๊ะกลม มากำกับ และมี ประภาส ชลศรานนท์ จากเวิร์คพอยท์ มาเป็นโปรดิวเซอร์ ดูแลภาพรวมของละครเวทีเรื่องนี้ทั้งหมด

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม



สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับละครเรื่อง 'ชายกลาง'

1. ในตอนแรก 'ชายกลาง' เคยเกือบจะได้ลงโรงเล่นในสถานที่ดังต่อไปนี้มาแล้ว โรงภาพยนตร์สกาล่า , ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย , หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , อีจีวี เมโทรโปลิส , อิมแพ็ค อารีน่า , สนามหลวง และ คิง พาวเวอร์ เหตุที่ตกลงเลือกเล่นที่ เมืองไทยรัชดาลัย ก็เพราะลงตัวที่สุด และเป็นโรงละครเพียงไม่กี่แห่งของไทย ที่มีระบบซึ่งเหมาะสมกับการเล่นละครเวทีจริง ๆ

2. ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อเรื่องว่า '
'ชายกลาง' เรื่องนี้เคยเกือบจะมีชื่อ 'ปริศนาแห่งบ้านทรายทอง' และ 'สมชายกลาง' ซึ่ง สังข์ 108 มงกุฎ เสนอขึ้นมา แต่ไม่มีใครชอบด้วยสักคน

3. ละคร
'ชายกลาง' เกือบจะมีชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Wednesday's Child' และ 'Chile Center' มาแล้ว

4. เนื่องจากว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ละครเพลง ทีมงานก็เลยคิดกิมมิกคำสร้อยต่อท้ายชื่อเรื่องไว้ว่า