รถตู้ให้ข้อคิด

posted on 20 Jul 2007 11:43 by zedth in Diary

สวัสดีวันศุกร์ครับ หลังจากที่เมื่อสองวันก่อน บ่น ๆ ว่าไม่รู้จะอัพบล๊อกเรื่องอะไรดี แต่พอมาวันนี้ก็มีไอเดียออกมาได้อีกสองสามเรื่องแล้ว เพียงแค่ได้เดินทางออกมาจากเรือ มามหา'ลัยเท่านั้นเอง ไม่น่าเชื่อนะครับ นี่แสดงว่า ยิ่งเราออกมาพบกับโลกภายนอกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเรื่องต่าง ๆ ให้ขบคิดมากขึ้นเท่านั้น

ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนะครับ ในแง่ดีคือ ทำให้เราได้ใช้งานสมองของเราในการขบคิดสิ่งต่าง ๆ ได้รู้ได้เห็นในสิ่งใหม่ ๆ หรือสิ่ง เดิม ๆ ในมุมใหม่ แต่ในแง่ไม่ดี คือ จิตใจเราจะไม่สงบสักที เพราะมีเรื่องราวเข้ามากระทบจิตใจมากเกินไป จนทำให้ใจเราคิดนู่นนี่ ฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา

แต่อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ผมได้คิดเรื่องหนึ่งไปแล้ว หลังจากได้โดยสารรถตู้มาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง และตอกย้ำให้หนักแน่นยิ่งขึ้นไปอีกกับการโดยสารรถตู้เมื่อวาน

ถ้าใครที่ชอบโดยสารรถตู้บ่อย ๆ คงได้ประสบการณ์ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก นั่นคือ คนขับรถตู้นี่ขับรถเก่งชะมัด และทำได้ทุกอย่างเพื่อให้รถถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว ยกเว้นตอนที่ผู้โดยสารยังไม่เต็มคัน แต่เมื่อเต็มคันเมื่อไหร่ ซุปเปอร์แมนเท่านั้นที่จะหยุดพี่แกได้

คนที่ไม่เคยขึ้นรถตู้มาก่อน หรือ ไม่เคยเจอรถตู้แทรกมาก่อน อาจจะนึกภาพไม่ออกนะครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมจะอธิบายให้อ่าน ว่าวิธีการขับรถตู้อันสุดยอดของพี่คนขับรถตู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

1. เลนขวาไปไว เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นรถตู้จองเลนขวาตลอด ถ้าใครเห็นเลนซ้ายแสดงว่า ผู้โดยสารยังไม่เต็ม หรือกำลังจะส่งคนลง หรือเพิ่งส่งคนลงมาหมาด ๆ ซึ่งไม่ว่าเค้าจะอยู่เลนซ้ายสุดก็ตาม จะฉากออกมาอยู่เลนขวาได้อย่างรวดเร็วจริง ๆ และแม้ว่าทางหน้าจะเป็นสี่แยก และรถจะต้องเลี้ยวซ้ายก็ตาม พี่ก็ยังชิงอยู่เลนขวาจนถึงวาระสุดท้าย

2. ปาดสิ ปาดสิ ปาดสิ เอ้า ไม่รู้ว่าพี่เค้าชอบทานเนย หรือแยมทาขนมปังหรืออย่างไรไม่ทราบ จึงปาดได้เหลือขนาด ชนิดที่เรียกว่า ปาดกันหน้าไฟแดง ตรงข้ามป้อมตำหนวดกันเลยทีเดียว และไม่ได้ปาดแบบธรรมดาบ้าน ๆ ปาดจากเลนขวาสุดมาเข้าซ้ายสุด เพื่อจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยให้ได้ก็ทำได้

3. ปี๊น ๆ คนขับรถตู้จะต้องบีบแตรไปตลอดทางครับ เพื่อขอทาง เรียกผู้โดยสาร เตือนให้คนขับรถคันอื่น ๆ รู้ว่ากำลังจะแซง หรืออื่น ๆ แต่เราจะพบเห็นการบีบแตรไปได้ตลอดเส้นทางเลยครับ

4. ขอข้ามสะพานหน่อย ถ้าเมื่อไหร่ที่รถจะต้องขึ้นสะพาน รถตู้จะแซงซ้าย ไปจ่อตรงคอสะพานเพื่อแทรกเข้าตรงนั้น เพราะถือว่าเป็นยุทธภูมิที่ดีที่สุดในการหักหาญขึ้นสะพานครับ

5. หยุดไม่ได้ ขาดใจ ถ้าเมื่อไหร่ที่เจอรถติด รถตู้จะต้องหาทางออกเพื่อวิ่งให้ได้ครับ โดยเฉพาะเวลาที่เลนซ้ายติด เลนขวาโล่ง พี่จะออกมาทันที และที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ แม้รถจะติดทั้งเส้น แต่ถ้าถนนสวนกันได้ แล้วอีกเลนโล่งล่ะก้อ พ่อเอ๊ย ขับรถสวนเลนทันที แม้รถฝั่งตรงข้ามจะพยายามกระพริบไฟ หรือบีบแตรอย่างไร ก็ไม่หลบ เพราะหลบไม่ได้แล้ว เป็นอันว่า ฝ่ายตรงข้ามนั่นแหละผิด ต้องหลบแทน

6. ทางลัด เวลาเป็นเงินเป็นทองครับ ทางลัดมีเท่าไหร่ ต้องอาศัยพึ่งพิง ใช้ให้หมด รถตู้เหล่านี้เค้าจะรู้เส้นทางลัดในเส้นทางของเค้าดี ดังนั้น หากลัดแล้วเลยป้ายที่คุณจะลงนี่ถือว่าช่วยไม่ได้จริง ๆ นะครับ แต่ตรงนี้มีข้อดีคือเราจะได้รู้ทางลัดหลาย ๆ ทางไปด้วยครับ

7. แทรกแซงชั้นสูง รถตู้เหล่านี้ เกือบ 100% เลยครับ ที่ชอบแซงมาจนใกล้ไฟแดง แล้วมาแทรกเข้าอีกเลน หรือ ตรงมาจากเลนกลับรถแล้วมาแทรกเข้าก็มีครับ จนคนที่ต่อคิวมาถูกเลน เซ็งกันเป็นแถบ ๆ กรณีนี้ พบได้บ่อย

และนี่คือคุณลักษณะโดยทั่วไปของรถตู้เมืองไทยนะครับ ซึ่งท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะคิดว่าผมกำลังกล่าวร้ายบรรดารถตู้นะครับ แต่เปล่าเลย จริง ๆ แล้วผมชอบนะครับ เพราะในฐานะผู้โดยสารแล้ว ผมจะได้ไปถึงที่หมายไวไว ซึ่งนี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการขึ้นรถตู้ครับ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ผมเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนขับเสียเอง ผมคงไม่ชอบเท่าไหร่ กับการขับรถแบบนี้ และคงไม่สามารถทำแบบเค้าได้แน่ ๆ ครับ

ตรงนี้ล่ะครับ ที่เป็นจุดที่ทำให้เกิดประเด็นความคิดขึ้นมา ก็คือ รู้ทั้งรู้นะครับ ว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นไม่ดี ผิดกฏจราจร และเสียมารยาทอย่างยิ่ง แต่ทำไมเราโอเคกับมันล่ะ ถึงจะไม่ถึงกับสนับสนุน แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ ถ้าเค้าจะทำแบบนั้น นั่นก็เพราะว่าเราเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างไรล่ะครับ

ลองเราเป็นรถที่ถูกแทรกเข้ามาสิครับ เราคงเจ็บใจ บ่น ด่าว่าทำไมไม่เข้าคิวมาให้ถูกต้องนะ ทำแบบนี้มันผิดกฏจราจรนะ บลา ๆ ๆ จริงไหมครับ

และนี่คงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ล่ะมั้งครับ ถ้าเราเป็นผู้เสียผลประโยชน์ เราก็มักจะหาข้อเสีย ข้อเลว แม้เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคน ๆ นั้น มาด่าได้สามวันเจ็ดวัน แต่ถ้าเราได้ผลประโยชน์ ความผิด ความเลวต่าง ๆ เป็นเรื่องขี้ผงไปทันที โดยคิดซะว่า คนเรามันก็ทำผิดกันได้

ตรงนี้ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ถ้าตำรวจจับรถตู้ที่ขับรถอย่างที่ว่า แล้วคุณนั่งอยู่บนรถตู้คันนั้น และยิ่งต้องรีบไปที่ทำงานด้วย คุณจะคิดอย่างไรครับ แล้วถ้าคุณขับรถคันที่รถตู้ปาดเข้ามา คุณจะคิดอย่างไร อันนี้ทิ้งไว้ให้ตอบกันเอาเองนะครับ

ผมไม่รู้ว่าคุณจะคิดเหมือนผม หรือเปล่านะ แต่ผมคงคิดว่า แ-่งเอ๊ย มาจับอะไรเวลานี้นะ เวลาอื่นเ-ือกไม่จับ ทั้ง ๆ ที่เค้าทำตามหน้าที่ (หรือเปล่า? - อันนี้ผมก็เคลือบแคลงสงสัยอยู่ตลอดเวลาเหมือนกันด้วยอคติ แต่ตำรวจดี ๆ ยังมีนะครับ และตำรวจก็คือคน โปรดคิดกับเค้าเหมือนเป็นมนุษย์คนหนึ่งด้วย)

ตราบใดที่คนเรายังตัดเรื่องผลประโยชน์ออกไปไม่ได้ ซึ่งตรงนี้รวมถึงเรื่องความเชื่อด้วยนะครับ อะไรที่มาขัดกับความเชื่อ ความรู้สึกนึกคิดเรา เรียกได้ว่าเราเสียประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้น เค้าถึงว่า ความยุติธรรมไม่มีในโลก เพราะไม่มีมนุษย์คนไหน ที่มีความเที่ยงตรง ได้เท่าตาชั่งครับ ตาชั่งของเราจะเอนเอียงไปในสิ่งที่เราเชื่อ และเราได้ทั้งสิ้น

ป.ล. ขึ้นด้วยรถตู้ มาจบที่ตาชั่งได้งัยเนี่ย งง

Comment

Comment:

Tweet

แต่คนที่ดีๆก็มีนะคะ
อาจจะเป็นนิสัยของมนุษย์ที่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจ
แต่ยังไงเราต้องอาศัยเขาอยู่ดี แต่ข้อดีของมี ไม่งั้นรถตู้คงอยู่ไม่ได้

#38 By POR in PARLOR' on 2007-07-29 11:04

เคยมีประสบการณ์ดีๆบนรถตู้อ่ะค่ะ คือตอนนั้นโดนล้วงกระเป๋าแล้วไม่มีตังค์จ่ายค่ารถ ก็มีผู้ใจบุญบนรถตู้ช่วยออกตังค์ให้

บางทีเจอคนขับชวนคุย ก็คุยเพลินดีค่ะ แต่คุยมากๆก็ไม่ไหว แอบรำคาญ อิอิ

ที่บอกมาทั้งหมดเป็นความจริงทุกประการค่ะ

#37 By babybua (220.238.248.108) on 2007-07-28 21:25

อันนี้ผมเห้นด้วยทุกประการครับ ด้วยความจำเป็นที่ต้องใช้รถตู้สายที่วิ่งลาดพร้าว ไปแถบๆบางเขนแทบทุกวัน


จริงๆมีข้อสงสัยมากกว่านั้น ระหว่างที่ผมนั่งรถตู้ นอกจากพฤติกรรมของคนขับแล้วอ่ะครับ ที่นั่งผู้โดยสารมักจะเพิ่มแถวมาเสมอๆ ทำให้ที่นั่งแคบลง คนตัวใหญ่แบบผมมีปัญหาบ่อยๆตอนลงครับ 555 แถมในเวลาที่อยากจะงีบ รถที่จับได้ มักจะไม่มีที่รองหัวของที่นั่งครับ อันนี้ผมไม่ค่อยชอบใจครับ นั่งแล้วมึนๆ


แต่ก็เป็นข้อดีจริงๆนะครับ เรื่องความรวดเร็วเนี่ย ผมเคยปวดท้องเข้าห้องน้ำบนรถตู้ พี่เค้าก็ช่างรวดเร็วทันการณ์มากครับ 5555+

#36 By นายอุ๋มอิ๋ม (58.64.105.224) on 2007-07-28 20:24

โดยปกติแล้วไม่ชอบนั่งรถตู้ครับ รู้สึกมันนั่งไม่สบาย แบบว่านู๋เป๋อตัวเล็กอ่ะครับ อิ อิ อิ

#35 By นู๋เป๋ออินหาดใหญ่ (203.170.234.5 /172.29.15.242) on 2007-07-23 11:02

สวัสดีค่ะ