เมื่อวานนี้มีเวลาเล็กน้อยไปเอา คู่มือสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี เล่มสีน้ำเงินเล็ก ๆ ขนาดเท่าฝ่ามือเล่มนี้มาครับ หลังจากที่สมัครสมาชิกเอาไว้เมื่อเดือนก่อน แต่คู่มือหมด วันนี้มีโอกาสเลยแว่บไปรับมาเรียบร้อยครับ



แผนกฌาปนกิจ สังกัด กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ เป็นหน่วยงานที่มีความเก่าแก่ หน่วยหนึ่งของกองทัพเรือ โดยเริ่มจัดตั้งขึ้นในสมัยที่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยังรับราชการทหารเรือ เป็น รักษาการณ์ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรืออยู่ โดยมีมูลเหตุมาจาก เมื่อวันหนึ่งในปี พ.ศ. 2465

วันนั้นเป็นเวลาเย็น เสด็จในกรมฯ กำลังเสด็จกลับจากการไปตรวจดูเรือพระราชพิธีที่โรงเก็บเรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย ขณะที่กำลังเสด็จผ่านมาทางหลังป่าช้าวัดระฆัง ที่ถนนบ้านขมิ้นนั้น พระองค์ก็เห็นทหารเรือ 2-3 นาย เดินเข้าออกอยู่ภายในวัด พระองค์จึงถามทหารเหล่านั้นว่า วัดนี้ทำอะไรกัน
ทหารจึงทูลว่า กำลังจะเผาศพของ ร.ต.แพ เสด็จในกรมฯ จึงเสด็จเข้าไปในวัด เห็นศพตั้งอยู่ที่เชิงตะกอนอย่างคนธรรมดาสามัญ และมีทหารเรือ และญาติ ๆ ประมาณ 10 คน ยืนอยู่ในที่นั้น

เสด็จในกรมฯ ทรงรู้สึกเศร้าสลดพระทัยยิ่งนัก จึงสั่งให้งดการเผาศพไว้ก่อน จากนั้นจึงขอกระดาษเขียนหนังสือสักหนึ่งแผ่น
หลวงรักษาราชทรัพย์ ซึ่ง เป็นเพื่อนรักกับ ร.ต.แพ เป็นผู้รับคำสั่ง จึงเข้าไปขอกระดาษจากเจ้าคุณขาเป๋ท่านหนึ่ง ที่หอไตรในบ่อน้ำ ท่านว่า ไม่มีกระดาษเขียนหนังสือ มีแต่กระดาษห่อใบชา หลวงรักษาราชทรัพย์ จึงขอมา 4 แผ่น มาถวายเสด็จในกรมฯ แล้วท่านก็สั่งให้ตัดกระดาษออกเป็นแผ่น ๆ เท่าสมุดฉีก แล้วจึงเขียนคำสั่งด้วยดินสอลงบนกระดาษนั้น แล้วส่งให้ ร.ต. เล่ คนรับใช้ของเสด็จในกรมฯ ให้นำคำสั่งไปแจกจ่ายให้แก่หน่วยต่าง ๆ รับไปปฏิบัติ ซึ่งแยกเป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. ให้กองพันพาหนะ จัดเต๊นท์มากาง
และเอาเก้าอี้มาตั้งในบริเวณงาน

2. ให้กองตั้งเครื่อง กรมพัสดุ จัดน้ำร้อน น้ำชา และเครื่องดื่มมาเลี้ยง

3. ให้นายทหาร และ พลทหารในเรือรบ และเรือช่วยรบ กับทหารบนบกทุกเหล่าที่ไม่ได้อยู่เวรยาม ให้ไปเผาศพ

4. ให้กองพันจัดทหารและพลแตร เป็นกองเกียรติยศ ให้เป็นเกียรติแก่ ร.ต.แพ

เวลาขณะนั้นใกล้จะสี่โมงเย็น ข้าราชการกำลังจะกลับบ้านกันอยู่แล้ว แต่เมื่อได้รับคำสั่งของเสด็จในกรมฯ จาก ร.ต.เล่ ต่างฝ่ายต่างก็รีบไปจัดการหน้าที่ของตนเองจนเสร็จสิ้น

แต่สมัยนั้น มีการห้ามเผาศพก่อนเวลา 2 ยาม เนื่องจากกลิ่นเหม็น จะทำให้ราษฎรในละแวกใกล้วัดเดือดร้อน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ จึงจะเผาศพก่อน 2 ยามได้ เสด็จในกรมฯ จึงให้ ร.ต.เล่ ไปขออนุญาตเผาศพก่อน 2 ยาม ที่ว่าการอำเภอ ทางอำเภอก็อนุญาต เวลาสามทุ่มเศษ จึงได้เผาศพ ร.ต.แพ
ดังนั้น งานศพของ ร.ต.แพ จึงเป็นงานศพที่สมเกียรติยศของทหารคนหนึ่ง มีทหารเรือไปร่วมงานเต็มวัด มีกองเกียรติยศ แตรเดี่ยวเป่าเคารพศพ และที่สำคัญ เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นประธาน พระราชทานเพลิงศพด้วย

วันรุ่งขึ้น เสด็จในกรมฯ จึงทรงขออนุญาตจัดตั้ง แผนกการกุศล ฌาปนกิจ ขึ้นในราชนาวิกสภา จาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งได้ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2465 จึงถือได้ว่า การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี ได้ถือกำเนิดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา โดยในสมัยนั้น สมาชิกชั้นสามัญ สัญญาบัตร เสียเงินค่าบำรุงคนละ 2 บาท

เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นสมาชิกฌาปนกิจกิตติมศักดิ์ หมายเลข 1 แต่เป็นสมาชิกหมายเลข 15 ตามบัญชีรายชื่อ และพระองค์ท่านเป็นสมาชิกพระองค์แรกที่สิ้นพระชนม์เป็นพระศพแรก คือเมื่อ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ด้วย

ส่วนสมาชิกหมายเลข 1 นั้นคือ น.อ. ม.จ.พรปรีชา กมลาศน์ เป็นสมาชิกเมื่อ 24 กันยายน 2465

ประวัติศาสตร์ในส่วนนี้ เราได้รับรู้มาจาก จดหมายของ หลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) เมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2496 ถึง หัวหน้ากองประวัติศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ



ในการออกเรือ มีการเตรียมออกเรือ ถึง 2 ขั้น ผมเลยคิดว่าการเตรียมตัวตายของผมควรจะกำหนดเป็น 2 ขั้นเช่นเดียวกัน โดยการสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวตายขั้นที่ 1 ครับ ซึ่งเป็นในส่วนของการเตรียมตัว เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ข้างหลังต้องลำบาก ต้องมาจัดพิธีอะไรให้วุ่นวาย เพราะที่นี่เค้าจะจัดงานศพ และแนะนำวิธีการปฏิบัติไว้ให้หมด รวมถึงการขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ การขอพระราชทานเพลิงศพ และหีบศพ และยังได้เงินสงเคราะห์จากสมาชิกทุกคนในอัตรา 2.5 บาทต่อคน เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพด้วย ไม่ต้องลำบากคนที่อยู่ข้างหลังมากนัก นอกจากมาต้อนรับแขกเหรื่อเท่านั้นเอง

ในขั้นนี้ ผมตั้งใจว่า จะปลดหน