Good Morning Sunday ครับ

วันนี้ขอผิดคอนเซ็ปต์ มาพูดคุยกันแบบไม่มีสาระสักเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากว่าตอนนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิต อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถที่จะมาอัพบล๊อกได้อย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม ก็เลยจะมาบอกเล่าให้ฟังกันก่อนครับ

สาเหตุแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้น ก็มาจากเรื่องเรียนเป็นหลักครับ เพราะตอนนี้ ป.โท เปิดภาคการศึกษาแล้ว และภาคนี้จะเป็นภาคที่ต้อง เสนอโปรเจ็คต์ที่ต้องทำเพื่อให้จบครับ เลยต้องใช้ความพยายาม และทุ่มเทเป็นพิเศษ สำหรับเกรดเทอมที่ผ่านมาน่ะเหรอ A วิชานึง (เทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ) ครับ ส่วนอีกวิชา อาจารย์ยังไม่ได้ส่งเกรดเลย เอาไว้เกรดอีกวิชาออก จะเอามาอวดนะครับ

เรียน ป.โท ยังไม่พอครับ โดนส่งไปเรียนอีกหลักสูตรของทหารเรือด้วย ไปเรียนเรื่องเครื่องจักร เครื่องยนต์ ก็แนววิศวะ ล่ะครับ คราวนี้คงตีกันมั่ว ระหว่าง วิศวะ กับ IT จนปวดหัวแน่ ๆ ครับ หลักสูตรนี้ก็ค่อนข้างยาวนาน คือเกือบ 2 เดือน ซึ่งในเมื่อไปเรียนแล้ว ก็ควรจะทำให้ดีครับ

ด้วยสาเหตุหลักเรื่องเรียนนี่ล่ะครับ ทำให้ต้องเพลา ๆ เรื่องการอัพบล๊อกลงไป หรือไม่ก็อัพบ่อย แต่ได้สาระน้อยลง อยากรู้ครับ ว่าผู้อ่านทุกท่านต้องการให้บล๊อกนี้ ดำเนินต่อไปในแนวทางไหน ผมเขียนเอาใจตัวเองครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเพื่อคุณผู้อ่าน ดั่งวลีที่ว่า One Hand for Readers , One Hand for Myself (มีด้วยเหรอ o_O) ดังนั้นก็ขอให้แสดงความคิดเห็นกันมานะครับ

ตอนนี้ผมก็เลยวางแผนไว้ว่า จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอ่านหนังสือ ทั้ง หนังสือเรียน และหนังสืออื่น ๆ เพราะอย่างไรเสีย ก็ยังต้องเปิดรับด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่วิชาการ เพื่อเก็บวัตถุดิบเข้าสมองไว้บ้าง อีกอย่าง ซื้อหนังสือมาเยอะ ถึงมันจะไม่บูด แต่มันก็ต้องอ่านให้จำนวนมันลดลงบ้างครับ

ส่วนเรื่องการเขียนบล๊อก แพลนไว้ว่า จะให้เวลาเขียนเรื่องหนึ่งวัน เขียนได้เท่าไหนก็เท่านั้น และอาทิตย์นั้น ก็จะอัพเรื่องเท่ากับที่เขียนได้ในวันนั้น เฉลี่ยตามจำนวนบทความที่มีครับ

ส่วนเรื่องการเล่นเน็ต ก็จะเล่นให้น้อยลง ดังนั้น ถ้าไม่ได้แวะไปอ่านบล๊อกของใคร ก็อย่าได้โปรดน้อยใจไปเลยนะครับ ผมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ส่วนวันนี้ ก็จะแวะไป a book fair สักหน่อยครับ เนื่องจากเค้าลดกระหน่ำ summer sell จริง ๆ ทั้งลด ทั้งแถม วันสุดท้ายแล้ว ไม่ไปไม่ได้ อยากเจอคุณบิ๊คบูนด้วยครับ อยากเห็นตัวจริง

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีครับ คุณ Yaya ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับลูกชายของคุณนะครับ ที่มีแม่ที่รักและเป็นห่วงลูกชายขนาดนี้ ไม่ได้ประชดนะครับ แต่รู้สึกอย่างนี้จริง ๆ

ส่วนข้อเท็จจริงก็คือ ผมไม่ได้เป็นกรรมการคุมสอบ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือเลย ดังนั้น การที่คุณแม่มาเขียนในนี้ จึงไม่ต่างจากการระบายความในใจ ซึ่งผมเองไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ครับ เพราะกฏระเบียบสมัยนี้เป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ จริงหรือครับที่กฏว่าไว้ ถ้าไม่ผ่านอย่างใดอย่างหนึ่ง จะโดนตัดสิทธิในการสอบถัดไปทันที ถ้าเป็นจากสอบข้อเขียนไม่ผ่าน จะไม่ได้สอบภาคพละศึกษา อันนี้ผมเชื่อครับ แต่ถ้าตรวจสายตาไม่ผ่านแล้วจะไม่ให้ไปตรวจปอด หรือรูปร่างอ้วนแล้วจะไม่ให้ไปวิ่ง หรือว่ายน้ำ อันนี้ผมไม่ค่อยจะเชื่อนักครับ เพราะการตรวจ และการทดสอบ ต้องทำให้ครบทุกขั้นตอนก่อน จึงจะตัดสินว่า สอบผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการในการรวมผลคะแนนครับ

เรื่องความอ้วน ผมบอกได้เลยครับว่า ถ้ามองแต่ภายนอกเราจะไม่รู้เลยว่าเค้าฟิตแค่ไหน บางคนดูอ้วน ๆ นี่ว่ายน้ำเป็นปลาเลยนะครับ ผมเห็นมาหลายคนแล้วครับ แล้วถ้าจำไม่ผิด กฏจะกำหนดรอบเอว รอบอก น้ำหนัก ส่วนสูง แค่ไม่ให้ต่ำกว่า แต่ไม่ได้กำหนดห้ามเกินนะครับ

ดังนั้นอยากให้คุณแม่ทบทวนกฏระเบียบใหม่ ถ้าไม่ตรงก็ร้องเรียนจากทางโรงเรียน หรือคณะกรรมการฯ เลยจะดีกว่า และถูกต้องกว่า ที่จะมาเขียนที่บล๊อก ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผมและไม่เกี่ยวใด ๆ กับทางราชการเลยครับ ซึ่งที่เว็บไซต์กองทัพเรือ ก็มีลิงค์สำหรับการร้องเรียนอยู่แล้วครับ สามารถเข้าไปใช้งานได้ครับ

ประการที่สองคือ ผมเองก็ไม่ใช่ลูกข้าราชการ พ่อผมเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา แม่เป็นแม่บ้านอยู่กับบ้าน คะแนนบวกอย่างเดียวที่ผมมีคือ เีรียน ร.ด. 1 ปี แค่นั้นเองครับ แต่ผมก็พยายามจนเข้ามาได้ ซึ่งก็คงต้องนับว่ามีโชค หรือมีดวงที่จะเป็นด้วยกระมังครับ ถึงได้เข้ามาถึงตรงนี้ครับ แถมตอนไปสอบ พ่อแม่ก็ไม่ได้คอยไปเป็นกำลังใจตลอดเวลา ตอนไปสอบข้อเขียนไปกับแม่แค่ตอนสอบของทหารบก แต่ของทหารเรือก็ไปเอง ไม่มีพ่อแม่มารอเหมือนใครเขาหรอกครับ ตอนสอบพละ พ่อไปส่งเท่านั้น แล้วก็กลับ ระหว่างรอสอบก็นั่งดูพ่อแม่คนอื่นเค้าดูแลลูก แล้วก็คุยกับเพื่อนที่รู้จักกันที่นั่น ที่ดั้นด้นมาสอบเองเหมือนกัน ขากลับก็กลับเอง ไม่มีใครมารอรับทั้งสิ้นครับ

แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ผมบอกได้เลย ว่าที่แห่งนี้ ไม่ใช่ที่สำหรับทุกคน มีมากมายครับ ที่ไม่ไหวต้องลาออกไป ลูกของคุณอาจจะโชคดีก็ได้นะครับ ที่ไม่ได้มาทางสายนี้ เพราะว่าบางทีมันอาจจะไม่เหมาะกับเค้าก็เป็นได้

ไม่อยากให้คิดว่า สอบที่นี่ไม่ได้แล้วลูกจะเสียใจ ความผิดหวัง เป็นเรื่องปกติของโลกใบนี้ ไม่มีใครหรอกครับ ที่เกิดมาแล้วไม่เคยเจอกับความผิดหวัง บางเรื่องอาจจะไร้ความยุติธรรมมากกว่านี้ก็ได้ บางเรื่องเราอาจจะไม่มีสิทธิไปตอบโต้ หรือไปเรียกร้องเอากับใครเลยก็เป็นได้ครับ ซึ่งผมว่าคุณแม่น่าจะเคยผ่านมา เผลอ ๆ จะมากกว่าผมเสียอีกนะครับ

ดังนั้น ต้องให้กำลังใจลูกครับว่า โอกาสยังมีเสมอ ไม่ได้ทางนี้ก็ยังมีทางเลือกอื่น ๆ ในชีวิตอยู่อีก ความพยายามที่พยายามไป ไม่ได้เสียเปล่า เพราะได้กับตัวลูกเองทั้งนั้น ไม่ได้ใช้ที่นี่ ก็เอาไปใช้ที่อื่นได้ เพราะมันติดตัวไป การพลาดผิดหวังในวันนี้ จะเป็นแรงผลักดันในอนาคต ถ้าคุณคิดว่า นี่คือความอยุติธรรม แล้วคุณแม่ร้องเรียนไปไม่ได้ผล หรือร้องเรียนไม่ได้ ลองผลักดันให้ลูกเข้าสู่ขบวนการในการตรวจสอบ ซึ่ีงยังมีอีกหลายทางครับ ลูกของคุณโตขึ้นอาจจะเป็นข้าราชการระดับสูงที่มีคุณธรรม และเป็นกำลังให้กับประเทศชาติในอนาคตก็็เป็นได้ครับ ชีวิตไม่ได้จบอยู่ที่โรงเรียนเตรียมทหาร หรือโรงเรียนนายเรือหรอกครับ ดังนั้นผมขอให้กำลังใจทั้งคุณแม่และลูกชายนะครับ ถ้าสอบครั้งหน้า พยายามให้มากกว่านี้ครับ ถ้าอยากเข้าจริง ๆ ผมเชื่อครับ ถ้าลูกคุณแม่ แสดงความสามารถโดดเด่นออกมา คณะกรรมการจะต้องให้แน่นอนครับ เพราะผมเชื่อว่า คนในทร. ก็ต้องการคนเก่ง คนดีมาทำงานครับ ไม่มีใครอยากได้ ลูกคนใหญ่คนโต ที่ทำงานไม่เป็นมาร่วมงานด้วยหรอกครับ

ส่วนประเด็นที่ว่า แล้วต่อไปนายร้อยนายเรือจะมีคุณภาพได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่เป็นจริงหรอกครับ เมื่อเข้ามาแล้ว ทุกคนจะเข้าสู่เบ้าหลอมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกท่านหลานเธอมาจากไหน หรือเป็นลูกชาวนา ตาสีตาสาจากไหน ล้วนถูกปฏิบัติเหมือนกันหมดครับ ใครที่มันทนไม่ได้ สุดท้ายก็จะลาออกไปเองครับ ส่วนใครที่ทนผ่านมาได้ ก็จะถูกขัดเกลาจนสามารถนำไปใช้งานได้ครับ มันเป็นระบบของมันแบบนี้เองครับ ไม่อย่างนั้น ยุทโธปกรณ์ราคาหลักแสนล้าน มิพังไปหมดหรือครับ

ประเด็นสุดท้าย ขอความกรุณาอย่าเหมารวมเลยครับ ว่าทหารเรือต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ หากคุณคิดว่าการสอบนี้ไม่โปร่งใส ก็อย่าได้คิดว่า ทหารเรือคนอื่น ๆ จะเป็นอย่างนี้เสียหมดครับ เพราะความจริงมันมิได้เป็นเช่นนั้นครับ

สุดท้ายขอแสดงความเสียใจที่ลูกชายสอบไม่ติดนะครับ แต่ผมคิดว่าการสอบทุกครั้งมีความยุติธรรมแล้วครับ

ไมรู้คุณแม่จะมาอ่านหรือเปล่านะครับ แต่นี่คือความรู้สึกจากใจของผมครับ ต้องขออภัยหากอ่านแล้วจะรู้สึกไม่พอใจใด ๆ นะครับ

#32 By เจ้าชายน้อย on 2009-05-06 00:10

ขอร้องเรียนเรื่องการสอบรอบ 2 ของเหล่านายเรือไม่โปร่งใสเลยค่ะ ไม่ว่าในการตรวจร่างกาย ในรายที่มีปัญหาเรื่องสายตาแต่ก็ยังไม่ตัดสิทธิ์ในรายนั้นยังให้มีการสอบในวันต่อไปได้อีกบางรายมีรูปร่างสัดส่วนไม่ได้แถมยังอ้วนอีกคุณก็ยังให้ผ่านหรือถือว่าเป็นลูกหลานของคนมีสีเหมือนกันค่ะ มีคะแนนช่วยแล้วยังไม่พออีก เหนื่อยก็เหนื่อยเหมือนกัน ทำก็ทำเหมือนกัน แต่กับฃ่วยแต่คนของพวกตัวเองและข้าราชการ ลูกชาวบ้านธรรมดาไม่มีสิทธิ์เลยหรือค่ะ ในระเบียบการบอกว่า คุณสมบัติจะต้องมีสัดส่วนรูปร่างอย่างนี้ ตรวจร่างกายห้ามอย่างโน้นอย่างนี้แต่พวกคณะกรรมการกับไม่ตัดสิทธิ์ แล้วเด็กที่เข้าเป็นลูกชา