ยกเรือขึ้นบก

posted on 08 May 2007 11:03 by zedth in Navy-Story
เรือเข้ามาอยู่ในอู่แห้งอีกแล้วครับ หลังจากที่ออกไปลอยลำอยู่ในน้ำได้ไม่ถึง 3 เดือนดี ด้วยต้องเข้ามาซ่อมบำรุงให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนที่เรือจะออกปฏิบัติราชการในทะเลต่อไปอีกหลายปีครับ

เรือในอู่แห้ง
เรือในอู่แห้ง

หลาย ๆ คน ที่มีชีวิตห่างไกลจากแวดวงอุตสาหกรรมทางเรือ อาจจะสงสัยว่า อู่แห้ง คือ อะไร อู่แห้ง ก็คือ อู่เรือที่ใช้สำหรับซ่อมทำเรือ แต่ในเวลาที่นำเรือเข้าซ่อมนั้น เราไม่ได้ยกเรือขึ้นมาตั้งหรอกนะครับ แต่จะต้องนำเรือเข้าไปในตัวอู่ แล้วสูบน้ำออกจากอู่ให้หมด ให้เหลือแต่เรือตั้งโด่เด่อยู่ในอู่แห้ง เพื่อที่จะซ่อมทำส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะตัวเรือใต้แนวน้ำ ได้สะดวกโยธิน

การซ่อมทำเรือในอู่แห้ง โดยมากแล้วจะกระทำก็ต่อเมื่อ เรือลำนั้นต้องถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ที่อยู่ใต้แนวระดับน้ำลงไป ตั้งแต่ เครื่องยนต์ เครื่องจักร ใบจักร เพลาใบจักร ลิ้นใต้แนวน้ำ และแผ่นเหล็กตัวเรือ (ใครสงสัยว่าอุปกรณ์แต่ละตัวคืออะไร ทิ้งคำถามไว้ได้นะครับ) และโดยมากแล้วจะเป็นการซ่อมใหญ่ หรือ จะเรียกว่าเรือลำนั้นเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ หรือ ยกเครื่องใหม่ ก็ไม่ผิดนัก (แต่บางครั้ง แค่รูรั่วเล็กขนาดไม่กี่นิ้ว ก็ทำให้ต้องเข้าอู่แห้งได้เหมือนกัน)

การนำเรือเข้าอู่แห้งนั้น จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย เพราะมันก็มีลำดับขั้นตอนของมันตามลำดับ ซึ่งผู้ปฏิบัติของกรมอู่ทหารเรือนั้น เชี่ยวชาญกันอยู่แล้ว

ขั้นตอนแรกก็เริ่มจากการศึกษาแบบแปลนของเรือ เพื่อหาตำแหน่งการวางไม้หมอน หรือว่า หมอนรองกระดูกงูเรือ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า หมอน ก่อนครับ (กระดูกงูเรือ เปรียบได้กับกระดูกสันหลังของคน) ตัวหมอนนั้น ทำจากแท่งปูนขนาดใหญ่ มีหลายขนาด ตามแต่ขนาดของเรือ ด้านบนที่ต้องสัมผัสกับตัวเรือ จะเป็นไม้ซึ่งยึดต่อกับตัวแท่งปูน ซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

การวางหมอน
เจ้าหน้าที่กำลังวา่งหมอนรองกระดูกงูเรือ

เจ้าแบบแปลนที่ว่านี้ มักจะเขียนขึ้นมาตั้งแต่สร้างเรือแล้ว โดยจะแสดงตำแหน่ง กงเรือ (เปรียบได้กับ กระดูกซี่โครงของมนุษย์ครับ) ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่หัวเรือจนถึงท้ายเรือ เมื่อศึกษาแล้ว ก็จะทำการวางหมอน ตามแนวกระดูกงูเรือ ตามกงต่าง ๆ และตามจุดสำคัญ ๆ เช่น โยงโย่ (ชิ้นส่วนที่มีไว้รองรับเพลาใบจักร)

ปล่อยน้ำเข้าอู่
ปล่อยน้ำเข้าอู่

หลังจากวางหมอนเรียบร้อยแล้ว จะต้องปล่อยให้น้ำจากภายนอกไหลเข้ามาในตัวอู่แห้ง ให้ระดับน้ำภายในและภายนอกอู่แห้ง มีระดับเท่ากัน จากนั้นจึงเปิดประตูอู่ เพื่อนำเรือเข้า

ในส่วนของเรือนั้นจะต้องเตรียมการถ่ายน้ำมันต่าง ๆ ออกบ้าง ตามสเป๊คของเรือ จะต้องไม่มีเก็บอยู่เยอะจนเกินไป และถังน้ำมันตรงส่วนไหนที่จะต้องทำการตัด หรือเชื่อมในอนาคต ก็ต้องถ่ายน้ำมันออกไปเสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ลำบากเมื่อเรือเข้าอู่แห้งไปแล้ว พวกของเสียต่าง ๆ ในถังบำบัดน้ำเสียก็เช่นกัน ต้องถ่ายทิ้งให้หมดก่อนด้วยครับ สุดท้ายก็คือการปลดสายไฟ และสายน้ำ พร้อมที่จะลากจูงเรือเข้าอู่แห้ง

เมื่อเตรียมเรือ เตรียมอู่เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการนำเรือเข้าอู่แห้ง ซึ่งจะใช้เรือ Tug ในการ ลาก ผลัก ดัน เพื่อให้เรือเข้าไปอยู่ในอู่แห้ง เมื่อเรืออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการในอู่แห้งแล้ว ก็จะทำการปิดประตูอู่ และเริ่มสูบน้ำออก

เรือ Tug ดันเรือเข้าอู่
เรือ Tug ดันเรือเข้าอู่

เรือกำลังเข้าอู่
เรือกำลังเข้าอู่

สูบน้ำออกจากอู่
สูบน้ำออกจากอู่

ในระหว่างที่สูบน้ำออก ก็จะต้องคอยปรับเรือให้ตรงอยู่ในแนวหมอนตลอดเวลา ด้วยลวดปรับแต่งละเอียด ที่ขึงไว้สี่มุม ตรงหัวเรือ ซ้าย-ขวา และท้ายเรือ ซ้าย-ขวา และต้องทำ การปรับแต่งทริม และลิสต์ของเรือให้ตรง พูดง่าย ๆ ก็คือ ปรับแต่งไม่ให้เรือเอียงซ้าย-ขวา หรือ เอียงหน้า เอียงหลัง โดยการนำก้อนปูนซีเมนต์ที่มีน้ำหนักตามที่ต้องการ ลงไปถ่วงด้านกราบที่เบากว่า นั่นเองครับ นอกจากนี้ในน้ำก็ยังมีนักประดาน้ำอีกอย่างน้อย 2 คน คอยตรวจสอบตำแหน่งของกงให้ตรงกับตำแหน่งหมอนที่วางเอาไว้ด้วยครับ

แต่งเรือให้ตรง
เรือต้องตั้งตรง

ลวดที่ใช้ดึงเรือให้ตรง
ลวดที่ใช้ดึงเรือให้ตรง

ประดาน้ำ ตรวจสอบว่าเรือนั่งหมอนตรงหรือไม่
ประดาน้ำ ตรวจสอบว่าเรือนั่งหมอนตรงหรือไม่

เมื่อน้ำลดลงไปเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มวางไม้ค้ำยัน ค้ำยันข้างตัวเรือไปตลอดแนวหัวเรือ ถึงท้ายเรือ เพื่อเรือจะได้ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง เมื่อไม่มีน้ำช่วยเพิ่มกำลังลอยแล้ว ซึ่งขั้นตอนนี้ สำหรับอู่ที่ใหญ่มาก ๆ จะไม่ใช้เลย จะอาศัยเพียงแค่ไม้หมอนอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว

ไม้ค้ำยันข้างเรือ
ไม้ค้ำยันข้างตัวเรือ

ไม้ค้ำยันข้างตัวเรือ
เจ้าหน้าที่ นำไม้ค้ำยัน ค้ำยันข้างตัวเรือ

พอเรือเริ่มนั่งหมอนแล้ว ก็จะเริ่มมีการนำบันไดพาดระหว่างขอบอู่กับตัวเรือ เพื่อใช้เป็นทางขึ้นลง (จริง ๆ ควรจะเรียกว่าสะพานมากกว่า แต่เราก็เรียกติดปากกันว่า บันไดครับ) และต่อระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น อย่าง ไฟฟ้า และน้ำชีลจากรถปรับอากาศ ซึ่งในเรือนั้นจะใช้ระบบแอร์ เหมือนกับห้างสรรพสินค้า หรือ โรงงานอุตสาหกรรม คือใช้ระบบน้ำชีล ที่มีความเย็น วิ่งไปตามส่วนต่าง ๆ ทั่วลำเรือ แล้วใช้พัดลมภายในเรือ เป่าลมผ่านท่อน้ำเหล่านี้ เพื่อกระจายความเย็นครับ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือระบบน้ำ สำหรับใช้ในการดับเพลิง หากเกิดเพลิงไหม้ในระหว่างตัดเหล็ก หรือเชื่อมเหล็ก

บันไดขึ้น-ลงเรือ
บันไดขึ้น-ลงเรือ

และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ หรือสิ่งที่ประจำเรือ และคนอู่รอคอย ก็คือ การจับปลาที่ติดค้างอยู่ในอู่ครับ เพราะว่าการเปิดอู่แต่ละทีนั้น จะมีปลาหลงเข้ามาตลอด และเวลาสูบน้ำออก มันก็จะออกไปไม่ได้ครับ เพราะติดตะแกรง สุดท้ายก็เลยต้องกลายเป็น แป๊ะซะ ลงท้องทหารเรือไปอย่างช่วยไม่ได้

เรือนั่งหมอนอยู่ในอู่แห้งเรียบร้อย
เรือนั่งหมอนอยู่ในอู่แห้งเรียบร้อย

การได้เห็นเรืออยู่ในอู่แห้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกี่ครั้งต่อกี่หน ผมก็ยังรู้สึกทึ่งและประทับใจอยู่เสมอ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่สามารถจัดการกับอะไรที่มันใหญ่โตกว่าตัวเองหลายเท่าได้ ซึ่งสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าผมนี้ สามารถยืนยันได้เป็นอย่างดี

ป.ล. มีการนำเรือขึ้นมาตั้งตระหง่านอยู่บนบกอีกวิธีหนึ่ง โดยการใช้ลิฟต์ยกเรือขึ้นมาจากน้ำ วิธีนี้จะใช้กับเรือที่มีขนาดเล็ก ถ้ามีโอกาส ผมจะมาเขียนเรื่องนี้ให้อ่านนะครับ

เรือบนซิงโครลิฟต์
เรือบนซิงโครลิฟต์

Tags: