สวัสดีครับ ตอนนี้ผมก็กลับมาจากการออกราชการแล้ว ราชการที่ว่านี่ก็คือ การออกเรือไปกับ ร.ล.จักรีนฤเบศร ในตำแหน่งนายช่างกลครับ นับเป็นครั้งแรกของผมเลยทีเดียว ที่ได้ออกกับเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำแรก และลำเดียวของประเทศไทย

ร.ล.จักรีนฤเบศร

ซึ่งก็ยอมรับเลยครับว่า ตื่นเต้นอยู่พอสมควรครับ เนื่องจากเป็นเรือที่ใหญ่มาก ๆ และมีระบบต่าง ๆ อยู่เยอะแยะมากมาย อีกทั้ง จำนวนกำลังพลประจำเรือ ก็มีอยู่ ถึง 451 นาย ซึ่งถ้ารวมกับคนจากหน่วยบินด้วย แล้วก็ 600 กว่านายเลยทีเดียว เรียกได้ว่า เดินกันขวักไขว่เต็มลำไปหมด

นอกจากกำลังพลชั้นประทวน และทหารประจำการจะเยอะแล้ว ตำแหน่งนายทหารเองก็เยอะเช่นกัน และก็มีนายทหารอาวุโส ยศ นาวาโท นาวาเอก เยอะเสียด้วย นายทหารทั้งหมดไม่รวมนักบินมี 42 คน ทำให้ผมซึ่งเป็นนายทหารเด็ก ๆ รู้สึกเกร็งอยู่มิใช่น้อย

อาการเกร็ง ๆ สำหรับคนที่ไปอยู่เรือลำนี้ใหม่ ๆ ก็คงเหมือนกับผม ก็คือ อาการวางตัวไม่ถูก เพราะกำลังพลที่เยอะ ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย ทั้งกับประจำเรือ และกับนายทหาร แต่เนื่องจากเป็นการสมทบเป็นเวลาแค่ 10 วัน ทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องทำความคุ้นเคยอะไรมากนัก แค่ศึกษาขนบประเพณีของเรือ และงานที่เราต้องปฏิบัติเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

สำหรับธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัตินั้น ถึงแม้จะเป็นทหารเรือซึ่งยึดถือขนบประเพณีทหารเรือเหมือนกันก็ตาม แต่สำหรับเรือใหญ่ ๆ อย่าง ร.ล.จักรีนฤเบศร หรือเรือฟริเกต เรือควอเวต ที่รับมาจากต่างประเทศนั้น ก็มักจะมีขนบธรรมเนียมที่เป็นเฉพาะของเรือ มาตั้งแต่สมัยที่รับเรือมา และปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนาน และถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งผิดแผกแตกต่างจากเรืออื่น ๆ ซึ่งเราจะรับรู้ได้ เมื่อได้เข้าไปอยู่อาศัยเป็นเวลาสักพักหนึ่ง แล้วเราจะรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร

ตัวอย่างขนบประเพณีของ ร.ล.จักรีนฤเบศร ก็ได้แก่ เรื่องการเข้าห้องโถงนายหทาร ต้องแต่งกายเต็มยศ ด้วยเครื่องแบบปกติกากีคอพับแขนสั้นขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งชุดนี้ก็คือชุดสีกากีของทหารเรือ ที่ผู้คนพบเห็นได้ทั่วไปนั่นแหละครับ ถือเป็นการให้เกียรติ สถานที่ และเสมือนให้การเคารพต่อ ผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่า ที่อยู่ในห้องนั้น

เนื่องจากเรือลำนี้เป็นเรือที่มีขนาดใหญ่โต จึงจำเป็นที่จะต้องมียามที่อยู่บนบก หรือบนท่า เพื่อสอดส่องตรวจตรา และดูแล ความปลอดภัยของเรือทั้งลำอีกชั้นหนึ่งด้วย ดังนั้นเวลาที่เราไปเที่ยวที่เรือจักรีฯ เราจะเห็นยามใส่ชุดพรางสีเขียว ยืนอยู่บนท่า นั่นแหละครับ คือยามรักษาความปลอดภัยบนบกของเรือ

เวลาที่มีปฏิบัติการเกี่ยวกับการบิน ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องห้ามออกมาสู่ตัวเรือภายนอก โดยพลการเป็นอันขาด เพราะอาจจะเกิดอันตรายกับตัวผู้ออกมาเอง และผู้อื่น ที่กำลังปฏิบัติงานได้ครับ

ในการเข้ายามก็แตกต่างจากเรือทั่ว ๆ ไปเป็นอย่างมาก เพราะจะแบ่งยามเป็น 2 ผลัด ซึ่งเรืออื่น ๆ จะมี 3 ผลัด และจะเข้ายามครั้งละ 6 ชม. พัก 6 ชม. ถ้าเป็นลำอื่นก็ 4 ชม. พัก 8 ชม. นั่นทำให้การเข้ายามในเรือลำนี้นั้นจะเหนื่อยมากกว่าปกติ เนื่องจากเวลาพักผ่อนจะน้อย จะได้นอนยาว ๆ เต็มที่แค่ 4-5 ชม. เท่านั้น เพราะต้องเผื่อเวลาสำหรับการทำภารกิจอย่างอื่นด้วย เช่น รับประทานอาหาร , อาบน้ำ และอื่น ๆ แล้วแต่บุคคล บางทีออกยามมาแล้วก็นอนไม่หลับ กว่าจะหลับก็จะเหลือเวลาให้นอนแค่ 4 ชม.เท่านั้น และยังต้องตื่นมาก่อนเพื่อล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัว ไปเข้ายามอีกด้วย ซึ่งการจัดชุดแบบนี้นั้น มีข้อดีที่ว่า มียามเต็มระบบ สามารถดูแลเครื่องจักรได้ทั่วถึง และปฏิบัติงานได้เต็มที่ แต่ก็มีข้อเสียที่ได้พักผ่อนน้อย แต่อาศัยที่ว่า เรือไม่ต้องออกปฏิบัติภารกิจเป็นเวลานาน ๆ ถ้าต้องปฏิบัติภารกิจหลาย ๆ วัน คงจะอ่อนเพลียกันแน่ ๆ

นอกจากนี้ ก็ยังมีขนบประเพณีอีกหลายอย่าง ที่ผมยังไม่รู้ ซึ่งคงต้องใช้เวลานานกว่านี้ จึงจะซึมซับขนบประเพณีเหล่านั้นได้หมดครับ

Related Link

Comment

Comment:

Tweet

แฟนของน้าผมเป็นนักบินเฮริคอปเตอร์อ่ะนะ

ผมเคยได้เข้าไปห้องปฏิบัติการ(ห้องควบคุมเรือ)

เป็นห้องสำหรับหัวหน้าเรือและนายทหารสูงสุดเท่านั้น

ห้ามผู้อื่นเข้าอย่างเด็ดขาด ผมได้มีสิทธิเข้าไปดูข้างในห้อง

โห...! เป็นห้องี่เท่มากเลยครับ ผมเห็นเก้าอี้ผู้บัญชาการเรือแล้ว เท่สุดๆ

จากนั้นก็ลงลิฟต์ของเรือ เป็นลิฟต์ที่เล็กมากครับ อยู่ได้แค่4-5คนเองครับ

แล้วก็ไปดูห้องอาหารซึ่งเป็นห้องของนายทหารชั้นสูงครับ

เป็นห้องอาหารที่สวยมากครับ โรงแรมห้าดาวยังเทียบไม่ติด

จากนั้นก็ไปที่ดาดฟ้าเรือ(ไปวิ่งเล่นอ่ะนะ)

แล้วลงจากเรือไปใต้ท้องเรือต่อ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ครับ แล้วเขาก็พาผมไปดูจรวดติดที่เรือ

มันจะติดอยู่ข้างหลังเรือ ซึ่งมันก็พร้อมยิงได้ตลอดเวลาครับ

จากนั้นก็ไปดูป้อมปืนที่ติดอยู่รอบตัวของเรือ เอาไว้สำหรับยิงเป้าหมายข้างหน้าครับ

แล้วแฟนขอน้าผมก็พาไปดูเฮลิคอปเตอร์ที่เขาได้ประจำการเพียงคนเดียว

มันคือเครื่องบินซีฮอค ครับ เป็นเครื่องบินที่ขนส่งทหาร สิ่งของ

และยังเป็นเครื่องบินตดอาวุธเพื่อทำสงครามด้วยครับ

จากนั้นก็ลงจากเรือเพื่อไปเที่ยวที่อื่นต่อ

เรื่องเล่าก็มีเท่านี้แหละค