สละเรือใหญ่

posted on 15 Mar 2007 15:44 by zedth in Navy-Story

ใครที่ไปดู ตำนานสมแด็จพระนเรศวร ภาค 2 มาแล้ว คงจะจำเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องได้ก็คือ เหตุการณ์ ที่ทัพของ ออกพระชัยบุรี และออกพระศรีถมอรัตน์ ต้านทัพ สุระกำมา ของหงสาวดี ที่ยกทัพมา หมายจะป้องกันไม่ให้พระนเรศวร นำเชลยชาวไทยและชาวรามัญ หนีกลับกรุงศรีอยุธยาไปได้ ซึ่งแม่ทัพทั้งสองต้องต้านทัพหงสาฯ เพื่อประวิงเวลาให้ฝ่ายไทยทั้งหมดหนีข้ามสะพานข้ามแม่น้ำสะโตงไปได้หมดเสียก่อน

ครั้นเมื่อทัพไทยข้ามสะพานได้หมดแล้ว พระนเรศวรจึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ ออกพระชัยบุรี และออกพระศรีถมอรัตน์ สละค่าย และให้ทำลายค่าย และสรรพเสบียงทั้งปวงให้สิ้น อย่าให้ตกเป็นของทัพหงสาฯ การที่พระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเช่นนั้น ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ หงสาฯ นำค่ายคูที่สร้างไว้ , เสบียงที่สะสมไว้ และ ศาสตราวุธต่าง ๆ นำไปใช้เป็นประโยชน์ในการสู้รบกับทัพของตนเองนั่นเองครับ


ออกพระชัยบุรี และออกพระศรีถมอรัตน์

ธรรมเนียมปฏิบัติในลักษณะนี้ ถือเป็นหลักนิยมในการรณรงค์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสงครามประเภทไหนก็แล้วแต่ เราจะไม่ทิ้งสิ่งของที่เป็นประโยชน์ไว้ให้แก่ข้าศึกเป็นอันขาด เพราะสิ่งของเหล่านั้นจะกลายเป็นประโยชน์เกื้อหนุนให้ข้าศึกนำมาใช้ประหัตประหารเราอีก

สำหรับทหารเรือก็เช่นกัน หากพลาดท่าเสียทีแก่ข้าศึก จนเรือมีเหตุต้องจมลงนั้น เราจะต้องทำลายยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่ประจำอยู่ในเรือ ให้เสียหายไม่สามารถใช้งานได้อีก ไม่ว่าจะเป็น ปืนกล , ปืนใหญ่ , เครื่องจักร , เครื่องไฟฟ้า , เอกสารสำคัญที่เป็นความลับ , คู่มือของเครื่องยนต์ ฯลฯ ก่อนที่ประจำเรือ ทั้งหมดจะสละเรือ หรือที่ภาษาทหารเรือเรียกว่า สละเรือใหญ่ หรือ สถานีสละเรือใหญ่

เมื่อเรือเสียหายและมีน้ำเข้าเรือเป็นจำนวนมาก จนเรือเสียการทรงตัวจนไม่สามารถกู้ให้เรือกลับมาทรงตัวได้อีก และเรือมีทีท่าว่าจะจมลงไปเรื่อยๆ ผู้บังคับการเรือจะสั่งการให้สละเรือใหญ่ ซึ่งจ่ายามจะประกาศ “เตรียมสละเรือใหญ่” จากนั้น ทุก ๆ คนจะทำหน้าที่ของตน ซึ่งได้ฝึกมาแล้ว ได้แก่

1. ทำลายอาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ โดยหน้าที่นี้จะแบ่งตามหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละบุคคล เช่น พรรคกลิน หรือ ช่างกลก็จะทำลายเครื่องจักร , เครื่องยนต์ , เหล่าปืนก็จะทำลายอาวุธต่าง ๆ , เหล่าไฟฟ้าอาวุธ ก็จะทำลายระบบควบคุมอาวุธ , เหล่าสามัญ จะทำลาย สมุดประวัติเรือ และของทหารเรือแต่ละคน , หนังสือคู่มือของเครื่องจักรต่าง ๆ , แผนที่ , แผนการลับ ฯลฯ ส่วนวิธีการทำลายก็มีหลากหลายได้แก่ ทำลายตัวเครื่องเอง ด้วยการใช้ขวาน , ฆ้อนทุบให้แตกหัก หรือ การทำให้อุปกรณ์ใช้งานไม่ได้ เช่นการถอดสายไฟ , การ์ด , สวิทช์ แล้วโยนทิ้งน้ำ ส่วนพวกเอกสารสำคัญ ก็จะจุดไฟเผา , ตัด , ฉีก เป็นต้น

2. รวบรวม เสบียง , น้ำดื่ม , ยา , เครื่องมือดำรงชีพ และอุปกรณ์ในการเดินเรือเช่น แผนที่ , เข็มทิศ , กล้องส่องทางไกล เป็นต้น และลำเลียงสิ่งของทั้งหมดแยกลงเรือ หรือแพชูชีพ

จากนั้น ทั้งหมดก็จะมารวมกันที่เรือ และแพชูชีพต่าง ๆ ซึ่งได้ทำการกำหนดไว้แล้ว ว่าใครจะต้องลงในเรือ หรือแพลำใด และหัวหน้าแพ หรือเรือ ก็จะทำการเช็คจำนวนคน (ภาษาทหารว่า เช็คยอด) ว่าครบหรือไม่

ในระหว่างนี้ ก็จะมีเสียงแตร หรือ นกหวีดจากจ่ายาม เป่าเพลง นอน เพื่อไว้อาลัยให้แก่ เรือ และผู้ที่เสียชีวิต และติดอยู่ในเรือ สิ้นสุดเสียงแตร หรือนกหวีด ก็จะมีเสียงของผู้บังคับการเรือ กล่าวสดุดีแก่เรือลำนั้น เนื้อความก็จะเป็นไปในลักษณะการประกาศเกียรติคุณของเรือลำนั้น ว่าได้ปฏิบัติราชการสำคัญอะไรมาบ้าง โดยจะเป็นการกล่าวแบบรวบรัด หลังจากนั้นก็จะเป็นการกล่าวไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต และขอบคุณประจำเรือทุกคนที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกันมา และยืนหยัดสู้จนถึงวาระสุดท้ายของเรือ ก่อนที่จะประกาศ ระยะทาง และทิศทางของแผ่นดิน หรือ เกาะที่ใกล้ที่สุด โดยจะกำหนดเป็นเข็ม หรือ แบริ่ง (ทิศทางตามหลักวิชาการของทหารเรือ) และสุดท้ายคือ ความคาดหวังว่า ทุกคนที่รอดอยู่ในขณะนี้ จะรอดต่อไป และพบเจอกันอีกครั้งบนฝั่ง ก่อนที่จะประกาศคำว่า “สละเรือใหญ่ ๆ” (ในการนี้อาจจะเป็นการเปิดเทปบันทึกเสียงของผู้บังคับการที่ได้อัดไว้ก่อนแล้ว)


เรือรบญี่ปุ่นถูกระเบิดจากเครื่องบิน B-25 ของกองบิน 498 ของสหรัฐฯ จมลงนอกชายฝั่งของจีน ในปี ค.ศ.1945

หลังจากนั้น ทุกคนก็จะกระโดดลงเรือ , แพ หรือ กระโดดลงน้ำเลย หากเรือ แพไม่พอ (อาจจะปฏิบัติขั้นตอนนี้ก่อนที่สิ้นเสียงของผู้บังคับการเรือก็ได้) และพายหรือว่ายให้ห่างออกจากเรือให้ไกลและเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ำดูด จากการที่เรือจมลงไปในน้ำ หลังจากที่เรือจมลงแล้ว ก็จะกลับมารวมตัวกันใหม่ เพื่อเดินทางสู่แผ่นดินพร้อม ๆ กันต่อไป

การสละเรือใหญ่ ไม่ได้หมายถึงความขลาดกลัวของทหารเรือ แต่เป็นเพราะเรือไม่สามารถลอยลำได้อีกต่อไปแล้ว จะดันทุรังตายไปกับเรือ ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้น ทหารเรือจึงต้องเอาชีวิตรอด เพื่อที่จะรบต่อไปในภายภาคหน้า เพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมายังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปใช้ในสนามรบได้เสมอ

Comment

Comment:

Tweet

สละเรือ..เป็นวิธีสุดท้ายที่อยากให้เกิด น่าใจหายเนาะ...เหมือนทิ้งบ้านตัวเองเลยอ่ะ

#38 By ไอ้แป้น : i-phan on 2007-09-22 11:17

ก็อาจจะมีนะครับ แต่คงเป็นเอกสารเก่าเก็บที่ต้องไปค้นในหอสมุดแห่งชาติอย่างที่บอก อีกกรณีหนึ่งก็คือ ต้องค้นทางเว็บไซต์ของห้องสมุดของต่างประเทศ โดยเฉพาะของญีปุ่น ,อเมริกา , เยอรมัน , อังกฤษ อาจจะมีบันทึก รวมถึงรูปถ่ายด้วยครับ เรื่องนี้น่าสนใจมาก ๆ ครับ แล้วจะช่วยค้นด้วยครับ ถ้ามีความก้าวหน้าอะไร จะมาเล่าสู่กันฟังที่บล๊อกนี้ก็ยินดีครับ

#37 By เจ้าชายน้อย on 2007-09-22 10:36

ไม่ใช่เรือหลวงสมุยครับ

แต่เป็นเรือญี่ปุ่นครับ เพราะพูดตรงกันหมด บางคนเห็นทหารญึ่ปุ่นขึ้นมาบนฝั่งด้วย บางคนเคยไปงมของ เกือบทุกคนต้องวิ่งหลบจากชายฝั่งเพราะกลัวโดนลูกหลง

จริงๆ ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ แต่ผมก็ได้แต่เก็บคำบอกเล่าไว้

คือ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยมีเครื่องบินน้ำมาลงที่สมุยอยู่ระยะหนึ่ง (พ่อผมยังเคยเห็น) ถึงขนาดว่ามีสะพานยื่นไปในทะเลเพื่อเป็นที่จอด และเป็นทางลำเลียงน้ำมัน แต่ไม่มีใครให้รายละเอียดได้ว่า เป็นเรือของใคร มาทำไม

คนที่พอรู้สันนิษฐานว่า อาจเป็นเครื่องบินของอังกฤษที่มาบินลาดตระเวน

อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะไปช่องทางไหน เดาเอาว่าเอกสารราชการอาจจะมีก็ได้

#36 By สมุย (124.157.181.152) on 2007-09-22 10:32

อืมม์ หายากนะครับ คงต้องพึ่งพอสมุดแห่งชาติ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารเก่า ๆ แหละครับ

ที่คุณฟังมาอาจจะเป็นวีรกรรมของ เรือหลวงสมุยหรือเปล่าครับ เพราะว่าชื่อเหมือนเกาะสมุย คนเลยเข้าใจผิด คิดว่าแถว ๆ สมุยน่ะครับ

#35 By เจ้าชายน้อย on 2007-09-21 23:12

นอกเรื่องหน่อยครับ

คือ ผมเป็นคนสมุยครับ มีเรื่องที่ชาวบ้านเขาพูดกันว่า ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 คนสมุยเขาเห็นเครื่องบินมาจมเรือญี่ปุ่น นะครับ ซึ่งภายหลังซากเรือก็มีคนประมูลตัดขายเป็นเศษเหล็กไป

อยากรบกวนถามว่า

ถ้าจะหาข้อมูลเหตุการณ์ในตอนนั้น จะหาจากที่ไหน เช่น ชื่อเรือ จำนวนเรือที่จม

ตั้งใจจะเอาไปประกอบกับเหตุการณ์ที่ได้ฟังจากคำบอกเล่าของคนที่ยังจำเหตุการณ์ได้นะครับ

ขอบคุณครับ

#34 By สมุย (125.25.240.90) on 2007-09-21 22:41

ขอบคุณนะคะ ที่มีเรื่องดีๆให้พวกเราอ่าน

#33 By กระหนุงกระหนิง (203.156.44.131) on 2007-03-19 09:58

อ่านไป รู้สึกขนลุกยังไงบอกไม่ถูก
ไม่ได้กัวนะ แต่รู้สึกว่า
ถ้าเป็นเราอยู่ในวินาทีนั้นจะเป็นยังไง บอกไม่ถูก
แต่ดีนะ อ่านแล้วรู้วึกว่า
ทหารเค้าเสียสละจัง
เพื่อแผ่นดินของเรา
เพื่อเราจะได้มีแผ่นดินที่
สวยงามและสงบสุขอยู่
สู้ต่อไป ขอเป็นกะลังใจ
ให้"รั้วของชาติ" ต่อไปนะคะ

#32 By ยูกิจัง on 2007-03-18 09:52

multiply ทำได้หลายอย่างค่ะ แปะรูป