เมื่อคราวที่แล้ว แนะนำภาคการสอบทฤษฎีไปแล้ว วันนี้มาแนะนำการทดสอบสมรรถนะร่างกายกันต่อเลยนะครับ

การทดสอบสมรรถนะร่างกายของโรงเรียนนายเรือนั้น มีอยู่ด้วยกัน 8 รายการ คือ

  1. วิ่ง 100 เมตร
  2. วิ่ง 1,200 เมตร
  3. ว่ายน้ำ 50 เมตร
  4. ยืนกระโดดไกล
  5. ดึงข้อราวเดี่ยว
  6. ยึดพื้นหรือดันพื้น
  7. วิ่งกลับตัว หรือ วิ่งเก็บของ
  8. ลุกนั่ง 30 วินาที

สำหรับจำนวนครั้ง หรือ เวลา ของแต่ละรายการนั้น ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะว่าตัวเองก็ผ่านการสอบมานานแล้ว ดังนั้น น้อง ๆ ที่จะสอบก็ลองหาข้อมูลเอาเอง จากใบสมัคร หรือถามจากโรงเรียนเตรียมทหาร หรือ โรงเรียนเหล่าของแต่ละเหล่าดูนะครับ เพราะกฏเกณฑ์ในแต่ละปีอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง สำหรับ รายการข้างบนนี้ ผมอ้างอิงมาจากหนังสือ โรงเรียนลูกผู้ชาย ของสำนักพิมพ์ เบรน อินฟินิตี้ ครับ

เช่นเดียวกับการเตรียมความรู้ การเตรียมร่างกายก็ต้องเตรียมกันเป็นปี ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งสำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว คงจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แต่สำหรับ คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนั้น คงค่อนข้างมีปัญหาทีเดียว

ซึ่งสำหรับคนประเภทหลังนั้น ผมว่าผมให้คำแนะนำได้ดีเลยทีเดียว เพราะผมเป็นคนประเภทนั้น เพียงแต่ไม่ดื่มเหล้า และสูบบุหรี่เท่านั้นเอง ดังนั้น ขั้นแรกของการเอาชนะการสอบสมรรถภาพร่างกาย นั่นก็คือ การไม่ดื่มเหล้า , ไม่สูบบุหรี่ หรือเสพยาเสพติดใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะนั่นจะทำให้กำลัง และความอึดของคุณหดหายไปเยอะเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ใครที่มุ่งมั่นจะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารให้ได้นั้น ควรจะเลิกอบายมุขเหล่านี้ซะนะครับ

ขั้นต่อไป คือ การเอาชนะใจตัวเอง ให้ออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน ยกเว้นวันที่เจ็บป่วยนะครับ หรือใครจะเพิ่มวันก่อนวันสอบของโรงเรียนตัวเองด้วยก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่อย่างไรเสีย ภายในหนึ่งอาทิตย์ควรจะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย ๆ 5 วัน

ส่วนวิธีการนั้น ก็ตามแต่สะดวก จะไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะ หรือ ฟิตเนสก็ได้ แต่สำหรับคนที่ออกกำลังกายอยู่ที่สวนสาธารณะหรือในบ้านก็ตาม ผมมีคำแนะนำดังนี้ครับ

การวิ่ง สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ให้เริ่มจากน้อยไปหามาก คือ เริ่มแรกให้จ๊อกกิ้งวันละประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเพิ่มกี่นาที ก็แล้วแต่ว่าใจสู้แค่ไหนครับ ซึ่งพอคุณฟิตได้ที่แล้วเนี่ย รับรองวิ่งได้เป็นชั่วโมง ๆ เลยทีเดียว หลังจากที่วิ่งเรียกเหงื่อ เอาความอึดแล้ว ก็มาวิ่งแบบเร็ว ๆ ด้วยครับ โดยในรอบสุดท้ายก่อนจะเลิกวิ่ง ก็ให้วิ่งให้เร็วสุดแรงเกิดไปเลยครับ ระยะทางจะเท่าไหร่ก็แล้วแต่แรงที่มี

ว่ายน้ำ การว่ายน้ำก็เช่นเดียวกับการวิ่งครับ คือเริ่มจากน้อย ๆ ไปหามาก ๆ และฝึกท่วงท่าให้ถูกต้องเข้าไว้ครับ จะได้ว่ายได้เร็ว เพราะระยะแค่ 50 เมตรนั้น ต้องวัดกันที่ความเร็วอย่างเดียวล่ะครับ แต่เวลาซ้อมขอให้ว่ายวันละ 1,000 เมตรขึ้นไปให้ได้นะครับ เพื่อขยายปอดและเพิ่มความอึด เพราะว่ากุญแจแห่งชัยชนะในการทดสอบสมรรถนะร่างกายนั้น ก็คือความอึดครับ อีกอย่าง ก็เพื่อเอาไว้ใช้ตอนเป็นนักเรียนนายเรือด้วยนะครับ เพราะคุณจะต้องว่ายน้ำทะเลถึงสองไมล์เลยทีเดียว

ซิทอัพ หรือ ลุกนั่ง อันนี้ฝึกให้เยอะ ๆ เข้าไว้ครับ โดยเริ่มแรกควรจะทำเป็นเซ็ท เซ็ทละ 15-20 ครั้ง ทำสัก 3 เซ็ทต่อวันก็พอ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย จนสามารถทำได้ติด ๆ กัน สักห้าสิบครั้งขึ้นไป หรือเป็นร้อยครั้ง แล้วในหนึ่งสัปดาห์ ก็ลองจับเวลาดูสักครั้งว่า 30 วินาที เราทำได้สักกี่ครั้ง แล้วก็พยายามทำให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไปอีกครับ

ยึดพื้น หรือ ดันพื้น เช่นเดียวกับ ซิทอัพครับ แต่ปริมาณในการทำติดต่อโดยไม่หยุดเลยนั้น อาจจะได้ไม่ถึงร้อยนะครับ ได้สัก 50 ก็ถือว่าเก่งแล้ว

ดึงข้อราวเดี่ยว อันนี้ ให้ดึงในทุกครั้งที่มีโอกาส เช่นเห็นราวเดี่ยวที่ไหน ก็เข้าไปโหน ๆ ดึง ๆ นั่นแหละครับ จะได้ผลดีที่สุด แต่ถ้าไม่มีโอกาสขนาดนั้น ก็ทำแค่รอบเดียว ต่อวัน เวลาดึงก็ทำให้ได้มากที่สุดเข้าไว้ครับ โดยสำหรับคนที่น้ำหนักเบา ๆ ประมาณ 40-50 กก. ก็ควรจะดึงให้ได้เกือบ 20 ครั้ง หรือมากกว่า แต่คนที่น้ำหนักตัวมาก ๆ ควรจะดึงให้ได้เกิน 10 ไว้จะดีมากครับ

วิ่งกลับตัว กับ กระโดดไกล คงไม่ต้องฝึกอะไรมาก อาทิตย์นึง ลองเล่น ๆ ดูสักสอง-สามครั้งก็ได้ครับ

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ภายในหนึ่งวันเราต้องทำให้ได้ทั้งหมดนะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่า มันกินเวลาไปมากโขเลยทีเดียว อาจจะประมาณ 3-4 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว ยิ่งคนที่ไม่มีสระว่ายน้ำอยู่ใกล้ ๆ ด้วยแล้วยิ่งลำบาก เพราะฉะนั้น ก็คงต้องวางแผนเรื่องการเดินทางเข้าไปด้วย เพราะอย่าลืมว่าเราต้องอ่านหนังสืออีกนะครับ

การออกกำลังกายให้ได้ตลอดทั้งปีนั้น เป็นเรื่องที่หินพอสมควร เพราะเราจะเจอกับสภาวะเหนื่อยหน่าย บางครั้งเราก็อยากจะเล่นเกม ไปเที่ยวกับเพื่อน อ่านการ์ตูน ดูทีวี ซึ่งก็คงต้องบอกว่า ต้องตัดใจ งดทำในสิ่งที่ชอบบ้าง ซึ่งผมไม่แนะนำให้งดทั้งหมดนะครับ เพียงแต่ว่าต้องลดลง ตามความเหมาะสม

ส่วนตัวผมเองแล้ว เวลาไปวิ่งตอนเย็น ๆ ไม่ค่อยเบื่อหรอกครับ เพราะว่าตอนนั้นจะมีสาว คนที่ผมแอบชอบ เธอไปเดินเล่น นั่งเล่นที่สวนสาธารณะเป็นประจำน่ะสิครับ ทำให้การวิ่งของผมมีความสุขมาก ๆ เพราะว่าแค่ได้แอบมองเธออยู่ห่าง ๆ ผมก็มีความสุขแล้ว (ฮิ้วววววว) เพราะฉะนั้นพยายามหาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายเข้าไว้นะครับ

ส่วนคนที่ไม่มีโอกาสดี ๆ เหมือนผม เพื่อป้องกันการเบื่อหน่าย ก็ควรจะหากีฬาอย่างอื่นเล่นบ้าง เช่น ฟุตบอล , บาสเก็ตบอล , แบดมินตัน , เทนนิส ฯลฯ เป็นต้นครับ เพื่อคั่นรายการ จากการออกกำลังกายปกติ และถ้าเป็นไปได้ ก็ลงแข่งรายการกีฬาอื่น ๆ บ้างครับ

อย่างผมเอง ไม่เคยแข่งกีฬาอะไรกับเค้ามาก่อน ในปีนั้นลงแข่งวิ่งกีฬาสี ก็ยังได้เหรียญมากับเค้าด้วยเหมือนกัน และรายการวิ่งมาราธอน , มินิมาราธอนก็น่าสนใจนะครับ เป็นการทดสอบความอึดว่าเราจะวิ่งได้ตลอดจนจบรายการได้หรือไม่ ซึ่งตลอดทั้งปีจะมีรายการวิ่งมาราธอนให้เลือกลงได้แทบจะทุกเดือนเลยทีเดียวครับ ลองดู แล้วการมุออกกำลังกาย จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปครับ

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว เรื่องอาหารการกินก็สำคัญนะครับ ต้องเน้นโปรตีน และผักใบเขียวเป็นพิเศษ เพื่อการสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มพลังงาน และรักษาสมดุลของร่างกาย ส่วนอาหารเสริม ถ้าใครไม่เดือดร้อน ทานได้ก็ดีครับ แต่สำหรับคนที่งบน้อย ผมขอแนะนำ ซุปผักโขมครับ ให้แม่ต้มให้เป็นพิเศษเลยก็ได้ เอาผักโขมมาต้ม ๆ เคี่ยว ๆ กับกระดูกหมู หรือ ไก่ ปรุงรสนิดหน่อย ให้มีรสชาด แล้วก็ตักกินในเวลาที่หิวได้ตลอดครับ ไม่ทำให้อ้วน ให้วิตามิน และยังบำรุงสมองด้วยครับ หรือใครมีสูตรเด็ดอื่นๆ ที่มีประโยชน์ก็ใช้ของตัวเองนั่นแหละครับ

ทีนี้เวลาสอบจริง ๆ เนี่ย เค้าก็จะจัดแบ่งการทดสอบแต่ละอย่าง ออกเป็นสถานี โดยจะจัดแบ่ง ระหว่างอันที่เหนื่อย กับอันที่ไม่เหนื่อย ให้สลับกัน ผู้เข้าสอบก็จะแบ่งเป็นกลุ่ม ตามจำนวนสถานีที่มี แล้วก็เริ่มทดสอบตามสถานีที่กลุ่มตนเองกำหนดไว้ แล้วก็เวียนไปเรื่อย ๆ จนครบทุกสถานี ซึ่งการทดสอบทั้งแปดรายการติดต่อกันนั้น มันเหนื่อยมาก ๆ เพราะฉะนั้นใครไม่ฟิต ไม่อึดจริง ๆ รับรองว่าลำบากครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงได้เน้นเรื่องความอึดเข้าไว้ยังงัยล่ะครับ

และไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ในเมื่อพูดถึงสมรรถภาพร่างกาย ก็คงต้องพูดถึงการตรวจร่างกายสักหน่อย ซึ่งคนที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนทหารได้ ก็จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเกณฑ์ทหารนั่นแหละครับ แต่จะมีข้อแตกต่างอยู่บ้าง ก็คงจะเป็นเรื่องของน้ำหนักและส่วนสูง ซึ่งก็คือ อายุ 14 ปี ต้องสูงกว่า 155 ซม. น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 40 กก. , อายุ 15 ปี ต้องสูงกว่า 157 ซม. น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 42 กก. , อายุ 16 ปี ต้องสูงกว่า 159 ซม. น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 44 กก. และ อายุ 17 ปี ต้องสูงกว่า 161 ซม. น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 46 กก.

ส่วนเรื่องของสายตานั้น ก็ต้องไม่สั้น , ยาว ตาจะต้องปกติ ไม่บอดสี , ไม่เหล่ หรือ เข ด้วยครับ

สำหรับคำแนะนำในเรื่องของการเตรียมร่างกาย เพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกาย คงจะมีอยู่เท่านี้ล่ะครับ คราวหน้าเรามาดูการทดสอบที่เหลือกันครับ ว่าจะมีคำแนะนำอะไรอีกบ้าง

ป.ล. ตอนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

hi all !!

#20 By sears parts (124.157.191.197) on 2009-12-04 01:31

Que se ra

#19 By scratch and dent (124.157.236.46) on 2009-11-13 02:00

ขอบคุณค่ะ

#18 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-06 09:10

Que

#17 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-04 11:29

#16 By (61.19.186.120) on 2007-07-07 08:00

โอ๊ย จิ๊บๆ

#15 By (203.113.50.13) on 2007-07-05 17:58

#14 By (203.113.50.13) on 2007-07-05 17:57

ว่ายน้ำไม่เป็น สายตาไม่ดีมากๆชอบเห็นกงจักเป็นดอกบัว คาดว่าคุณสมบัติ 2 ข้อนี้ของผมก็คงไม่มีใครรับสมัครแล้ว อิอิ

#13 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-09 15:29

ทดสอบกันเยอะจัง
ให้กลับไปทำอีกที จะไหวมั้ยนั่น

#12 By namwarn on 2007-02-03 19:27

เหมือนผมเลยครับ วิ่งเพื่อจะได้มองสาว อิอิอิ

อุ๊ย หลุด

#11 By หนุ่มชุดดำ on 2007-02-03 11:20

พอได้เข้าไปแล้ว...จะฝึกโหดอะป่าวคะ

พี่ชายปุ๊กก็เกือบไม่ผ่านตอนว่ายน้ำอะ เห็นเขาเล่าให้ฟัง

#10 By on 2007-02-03 10:58

พวกผู้ชายก้อยุ่งยากเหมือนกันนะ ดีแล้วแหละที่เกิดมาเป็นผู้หยิง 5555 แต่ทหารหญิงก้อเหงมีนี่นา(รึป่าวหว่า) แต่เคยคิดจะไปเรียน รด. ตอนเรียนมอปลาย แต่เผอิญเป็นรร.สตรีล้วน เค้าไม่มีให้เรียน แล้วพอจบมาก้อชอบพวกตำรวจนะแต่ไม่กล้าที่จะสมัครเรียนได้แต่คิดจะไปเรียนด้านกฏหมาย แต่ที่บ้านเค้ามะอนุญาติ (ใจจิงอยากเป้นทนายความ) แต่เค้าบอก ผู้หญิงเปงไปก้อไม่รุ่ง เผลอๆ โดนเค้าแก้กลับอีก ก้อเลยหยุดความคิดไป ... แต่ยังไงก้อเอาใจช่วยทุกๆคนที่อยากเป็นกำลังของชาติแหละการ..สู้ๆๆๆ กานต่อไป

#9 By ยูกิจัง on 2007-02-03 09:16

สารภาพว่าอ่านแล้วแอบจำไป เผื่อไปฟิตร่างกายจะได้เดินขึ้นภูง่ายๆ เหอๆๆ

#8 By sorbet* on 2007-02-03 05:31

ต้องร่างการแข็งแรงเพอเฟ็คจริงๆ นะเนี่ยถึงจะได้เป็น ท.ทหารอดทน

#7 By จั่นเจา on 2007-02-02 21:37

ออกกำลังเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความตั้งใจอย่างมากเลยครับสำหรับผม
นี่ผมตีแบดได้ทุกอาทิตย์ก็ถือว่าดีมากเลยครับ

#6 By AkE on 2007-02-02 20:52

แวะมาอ่านค่ะ
ยังคงผูกพันกับ รร.นายเรืออยู่ แม้จะใช้เวลาฝึกอยู่ที่นั่นเพียง ๕ สป. แต่ก็ยังระลึกถึง รร. เสมอ

#5 By p (61.7.164.179 /61.7.164.179, 61.7.164.179) on 2007-02-02 20:46

มีกฎระเบียบในการคัดเยอะอย่างนี้นี่เองนะ ถึงจะได้มาซึ่งชายชาตรี
เย้ๆ

#4 By detong on 2007-02-02 20:21

โอ้-โห O_O

ทำทุกข้อในหนึ่งวัน อย่างงี้เคยมีคนไม่ไหวจนฟุบมั้ยคะเนี่ย กล้ามยึดเส้นยึดกันพอดี

แต่ว่า ดีจริงๆน้า~ ไปซ้อมวิ่งด้วย ได้เหล่สาวด้วเนี่ย อิอิ

#3 By maebin on 2007-02-02 20:20

เค้าบอกว่าเคยมีคนเข้าไปเรียน
แล้วร่างกายไม่ไหว
ตายเลย สงสัยเปนพวกเส้น
ตอนเข้าไปเรียนแต่ละคนคงจะแข็งแรงกันน่าดู แต่ตอนจบมาแล้วหุ่นยังเหมือนเดิมหรือเปล่าน๊า

#1 By Catch me if u can (203.146.63.187) on 2007-02-02 19:21

Facebook