เพจเจอร์ เพ้อรัก

posted on 15 Sep 2006 20:45 by zedth in Diary, Poems

สวัสดีวันสุข(ศุกร์)ครับ วันนี้มาแนวระลึกความหลังอีกแล้วครับ มีใครอยากร่วมระลึกความหลังครั้งยังเป็นวัยรุ่นกับผมบ้างครับ

หรือว่าน้อง ๆ คนไหนที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ในตอนนี้ มาลองศึกษาดูสักหน่อยมั๊ยครับ ว่าผู้ใหญ่วัยเกิน 25 สมัยนี้ เค้าเคยมีอดีตอันแสนหวานเป็นอย่างไร

ใครที่เกิดในยุคเดียวกัน หรือใกล้ ๆ เคียงกันกับผม คงจะจำกันได้ว่า ในยุคสมัยหนึ่งนั้น (ประมาณยุค 80-90) เราเคยมี เพจเจอร์ (pager) หรือบางท่านก็นิยมเรียกว่า แพ็คลิงค์ (packlink) เป็น Gadget ที่ฮิตถล่มทลาย และมีพกติดตัวกันแทบทุกคน เวลาไปไหนมาไหน ก็มักจะได้ยินเสียงเพจฯ ดังแทรกขึ้นมาให้ได้ยินเป็นประจำ ซึ่งก็มีเสียงแบบโมโนโทนในมือถือสมัยก่อนล่ะครับ

รูปร่างหน้าตาของเพจนั้น แบบธรรมดา ๆ ก็มีรูปทรงเป็นรูปสี่เหลี่ยมมน ๆ อย่างในรูปครับ

Motorola Pager
รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผมใช้ครับ

ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาเป็นสีสันต่าง ๆ (เหมือนมือถือนั่นแหละ) เป็นรูปแมวคิตตี้ก็เคยมี แต่ก็ผลิตออกมาในช่วงปลายยุคสมัยของเพจฯ ก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะโค่นบัลลังก์เพจเจอร์ แล้วขึ้นเป็นเจ้าแห่ง Gadget แทน

Hello Kitty Pager
รุ่นนี้ Hello Kitty Limited Edition

สาเหตุที่เพจเจอร์เป็นที่นิยมนั้นก็เพราะว่า มันเป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกที่ทำให้เราสูญเสียความเป็นส่วนตัว เอ้ย!!! ไม่ใช่ มันเป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกที่ทำให้เราสามารถส่งข้อความถึงคนที่พกพามันได้ ซึ่งจุดประสงค์ในการผลิตมันขึ้นก็เพื่อธุรกิจเป็นหลักล่ะครับ แต่เราจะไม่พูดกันถึงแง่นั้น

แต่เราจะมาพูดถึงเพจเจอร์ เมื่อมันตกมาถึงมือคนรุ่นหนุ่มสาวกันครับ

แน่นอนล่ะครับ เมื่ออุปกรณ์สุดวิเศษเยี่ยงนี้ตกมาถึงมือคนหนุ่มสาว มันก็กลายเป็นอุปกรณ์สื่อรักชิ้นใหม่ และฮิตถล่มทลายขึ้นมาในบัดดล

เมื่อก่อนนั้น เราใช้จดหมายเขียนถึงกัน จะเขียนจดหมายที ต้องเลือกซองสวย ๆ น่ารัก ๆ กระดาษเขียนจดหมายลวดลายคิกขุ อาโนเนะ (ผมใช้คำเก่าไปรึเปล่าครับเนี่ย) ข้อความในจดหมายนอกจากจะปั้นแต่งมาอย่างดีแล้ว ยังจะต้องแทรกกลอน หรือเนื้อเพลงเพราะ ๆ เพื่อสะกดคนอ่านด้วยครับ สุดท้ายก่อนปิดซองก็ต้องโรยแป้งหอม เพื่อให้มันฟุ้งกระจายหอมหวล ยามที่ผู้รับเปิดมันขึ้นมาอ่าน ซึ่งถ้าเป็นในสมัยนี้ อาจจะนึกว่ามีเชื้อแอนแทร็กซ์ใส่มาด้วยก็เป็นได้นะครับ

แต่สำหรับคู่รักที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และมีโทรศัพท์เข้าถึง ไม่ว่าจะสาธารณะ หรือโทรศัพท์บ้านก็ตาม ก็จะเกิดเหตุการณ์สายโทรศัพท์บ้านไหม้ พ่อแม่ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ติดต่อเรื่องงาน ไม่ต้องใช้โทรหาญาติพี่น้อง ถ้ามีพี่น้องก็แทบจะตีกันตาย เพราะแย่งกันใช้โทรศัพท์

ชีวิตวัยรุ่นสมัยนั้น หนีไม่พ้นเรื่องคุยโทรศัพท์กันหรอกครับแล้วยิ่งมีเพจเจอร์เข้ามาอีกนี่ ชีวิตวัยรุ่นก็ยิ่งสนุกครับ เพราะมันทำให้เกิดวัฒนธรรมการส่งข้อความหากันขึ้นมา ซึ่งแต่ก่อนนี้จะส่งข้อความสั้น ๆ หากันก็ต้องใช้โทรเลข ซึ่งจะต้องเขียนให้สั้นที่สุด ได้ใจความที่สุด ซึ่งแตกต่างจากการใช้เพจเจอร์อย่างสิ้นเชิงและคงไม่มีใครส่งข้อความรักหากันผ่านทางโทรเลขกันหรอก

เพจเจอร์มีการใช้คำฟุ่มเฟือย ส่งข้อความยาว ๆ ได้มากกว่า sms ภาษาไทยในสมัยนี้ และไม่ต้องพิมพ์เอง แต่ใช้วิธีโทรเข้าไปที่ศูนย์บริการ แล้วบอกข้อความที่ต้องการส่งให้กับพนักงานที่รับโทรศัพท์เค้าก็จะส่งข้อความไปยังเครื่องปลายทางให้อีกที ซึ่งก็รวดเร็วทันใจล่ะครับ พูดจบปุ๊บไม่เกินนาที ข้อความก็ไปเข้าเครื่องเพจเจอร์แล้วล่ะครับ

ส่วนข้อความที่ใช้ส่งหาแฟน หรือ คนที่กำลังจีบ ๆ อยู่นั้น ก็หนีไม่พ้นข้อความหวานซึ้งทั้งหลายนั่นแหละครับ ซึ่งในสมัยแรก ๆ ก็หนีไม่พ้น คิดถึงนะ , เป็นห่วงนะ , ทานข้าวรึยัง , รักษาสุขภาพด้วยนะ , หลับฝันดีนะ , และรักนะ แต่ไม่มี "รักนะเด็กโง่" เหมือนสมัยนี้นะครับ

หลังจากนั้นไม่นาน ด้วยความที่พวกเราคือวัยรุ่น เราจึงได้ค้นพบว่า คำพูดเหล่านั้น มันช่างแสนจะธรรมดาเสียเหลือเกิน จีบหญิงทั้งทีมันต้องมีลูกเล่น ส่วนสาว ๆ จะส่งข้อความให้หนุ่มทั้งที ถ้าส่งแบบธรรมดา มันก็ไม่ซึ้งอ่ะดิ มันก็ต้องแสดงความเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนกันหน่อย เพราะว่าเราคือคนไทยใช่มั๊ย (ไม่กล้าใช้คำว่า ชิมิ อ่ะ)

หลังจากที่มีคนแรก ริเริ่มส่งข้อความเป็นกลอนแล้ว ทีนี้มันก็เริ่มระบาด ๆๆ จนระบาดไปทั่วเมืองเลยทีเดียว วัฒนธรรมที่เกิดจากวัยรุ่นนี่มันแพร่กระจายไวมาก ๆ นะครับ ยิ่งกว่าไข้หวัดนกอีก สุดท้าย วัยรุ่นทั้งหลายก็เลยนิยมชมชอบการส่งกลอนหากันผ่านทางเพจเจอร์ เพราะซึ้งตรึงใจ ได้อารมณ์กว่า plain text เป็นไหน ๆ

ส่วนกลอนทั้งหลาย ก็เกิดใหม่กันทุกวัน พอ ๆ กับ sms สมัยนี้ แต่ขอบอกว่า สมัยก่อนเด็ดกว่าเป็นไหน ๆ ยกตัวอย่างเช่น

นับตั้งแต่วันรักเมื่อครั้งแรก
ไม่เคยแยกหัวใจให้เป็นสอง
จะมีเพียงหนึ่งเดียวขอรับรอง
จะไม่ยอมมีสองนอกจากเธอ

(แต่สุดท้ายคนส่งมีประมาณ 4 ไม่ผิดใช่มั๊ยครับ เพราะว่าไม่ได้มี 2 นี่)

ข่มตานอนเท่าไหร่ไม่ยอมหลับ
เพราะหัวใจซึมซับความห่างเหิน
อยากให้รู้ว่าคิดถึงเหลือเกิน
คิดถึงคนห่างเหินแทบขาดใจ

(เห็นส่งข้อความเสร็จทีไร มันก็หลับทุกที)

ทุกวันนี้มีแต่ใจที่คงมั่น
หมายฝ่าฟันเพื่อเธอที่ห่วงหา
แม้ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อเจือน้ำตา
จะคว้าดาวนั้นมาใส่มือเธอ

นอกจากกลอนหวาน ๆ ซึ้ง ๆ แล้ว ก็ยังมีกลอนน่ารัก ๆ ฮา ๆ ขำ ๆ หมายจะให้สาวเจ้ารู้ว่าตูเป็นคนน่ารัก ตลก อารมณ์ดีนะเฟ่ย เช่น

คิดถึงเธอยิ่งกว่าแร็พเตอร์
ห่วงเธอยิ่งกว่านมตราหมี
รักเธอยิ่งกว่าการบินไทย
ห่วงใยยิ่งกว่ายางมิชลิน

(ขยายความสักนิด คือ เมื่อก่อน วงแร๊พเตอร์ ซึ่งก็คือ จอนนี่ กับ หลุ่ยส์น่ะแหละ มีเพลงที่ฮิตโคตร ๆ คือ "คิดถึงเธอ" , นมตราหมี มีสโลแกนว่า "ห่วงใยคนที่คุณรัก" , การบินไทยมี สโลแกนว่า "รักคุณเท่าฟ้า" และ "ห่วงใยคุณทุกเส้นทาง" คือสโลแกนของยางมิชลิน)

วอนเพื่อน ๆ อุลตร้าแมนช่วยปล่อยแสง
วอนมดเอ๊กซ์ มดแดงคอยปลอบขวัญ
วอนแบ๊ทแมน โคแนน และ เกียร์บัน
คุ้มครองเธอให้นอนฝันดีทั้งคืน

(บทนี้ยกฮีโร่มาทั้งญี่ปุ่น ทั้งฝรั่ง ฝันดีแน่ ๆ)

ถึงจะโดน Gozilla ไล่เขมือบ
ถึงจะโดน Titanic พาจมหาย
ถึงจะตายด้วย Amagedon ไม่เสียดาย
ถ้าตอนท้ายเธอบอกฉัน I Love You

(เอ่อ อันนี้รักแบบหายนะ ๆ ยังงัยไม่รู้แฮะ -_-!)

ถึง Clair Danes ที่ใคร ๆ ก็ต่างเพ้อ
Liv Tyler ที่หนุ่ม ๆ ต่างเฝ้าฝัน
Jennifer Aniston ที่ว่าดัง
สำหรับฉัน ยังไม่คลั่งใครเท่าเธอ

(มากันทั้งฮอลลีวู้ดเลยมั๊ย -_-?)

ฝากไข่ดาวบอก "Good Morning"
ฝากขนมปังปิ้งถาม "สบายดีไหม?"
ฝากหมูแฮมบอกว่า "ห่วงใย"
ฝากชีสไบท์บอก "คิดถึงจังเลย"

(เอ่อ -_-! มันคงโดนกินไปก่อนจะได้บอกล่ะมั้ง)

อยากจะมีดอกไม้เอามาให้
มอบจากใจหนุ่มนายเรือน่าเชื่อถือ
หวังจะให้เธอรับไปจากมือ
แต่ว่าตังค์ไม่พอซื้อขอโทษที

(ง่ะ ไม่มีตังค์ ยังอยากจะจีบสาวนะ ไม่รู้จัก "เท่ห์แต่กินไม่ได้" ใช่มั๊ยเนี่ย)

มาม่าแทนความห่วงใย
ไวไวแทนความคิดถึง
ยูมีแทนความคำนึง
ส่งความคิดถึงภายใน3 นาที

(สงสัยคนแต่ง จะกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป)

ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวานนะครับ กลอนมันก็เลยออกมาหวานซึ้งซะขนาดนั้น ตอนนั้นสงสารพนักงานรับข้อความเหมือนกันครับ วันๆ นึงคงจะเลี่ยนน่าดูเลย แต่คิดดูดี ๆ แล้ว ถือว่าเค้าได้บุญนะครับ เพราะได้ทำหน้าที่เป็น ผู้นำสารแห่งรัก (แหวะ เน่าซะไม่มี)

เมื่อมีรัก มีพบ ก็ต้องมีจากใช่ไหมครับ ซึ่งบางทีมันตัดใจไม่ได้ แต่เพจเจอร์มันไม่ได้ตัดนี่ครับ เปลี่ยนแฟน แต่ไม่เปลี่ยนเพจเจอร์ ก็จะมีกลอนเศร้า กลอนง้อ ส่งเข้าเครื่องเป็นระยะ ๆ ความถี่ตามแรงรักแรงอาฆาต เอ้ย ไม่ใช่ ตามแต่ความสามารถในการทำใจของแต่ละคน

สารภาพกับเธอตามตรง
ว่าฉันยังงงอยู่ไม่หาย
ไม่ใช่ว่าฉันโง่เป็นควาย
แต่สงสัยว่าทำไมจึงทิ้งกัน

(ตอนนั้นรู้สึกว่าจะเคี้ยวเอื้องทุกวันเลย)

คิดถึงเค้าก่อนนอนในคืนนี้
แล้วช่วยคิดถึงฉันต่อทีได้ไหม
ไม่จำเป็นต้องคิดถึงก่อนใคร ๆ
ขอแค่มีชื่อฉันบ้างก็พอ

(T_T)

สงสารตัวเองอยู่ไม่น้อย
ที่เฝ้าคอยคิดถึงเธอไม่หาย
ทั้งที่เธอทิ้งฉันให้เดียวดาย
ก็ยังห่วงเธอมากมายเช่นดังเดิม

(Y_Y)<