หากผมจะกล่าวว่า ภายในเรือรบลำหนึ่งนั้น เป็นแหล่งรวบรวมความรู้มากมาย หลากหลายสาขาวิชา ชนิดที่คุณอาจจะไม่เคยนึกถึงมาก่อน คุณจะเชื่อไหมครับ

สิ่งที่ผมโม้ไว้ข้างต้นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยไปเลย ผมอยากให้คุณนึกถึงภาพของเรือลำหนึ่ง ที่แล่นออกไปในท้องทะเลอันเวิ้งว้าง คุณคิดว่าจะต้องใช้ศาสตร์ทางด้านใดบ้าง ที่จะทำให้เรือแล่นไปและกลับได้อย่างปลอดภัย และต้องใช้วิชาใดบ้างไปรบกับคนอื่นเค้า

ร.ล.รัตนโกสินทร์

แน่นอนเลยว่า ศาสตร์อย่างแรกเลยที่จะต้องมีก็คือ วิชาในกลุ่มของวิชาวิศวกรรม เพราะว่าเรือก็คือประดิษฐกรรมอันชาญฉลาดของมนุษย์ที่พยายาม จะเอาชนะธรรมชาติ จากทฤษฎีแรงลอยตัวของอะคีมีดิส ทำให้ มนุษย์รู้ว่าจะทำให้แผ่นไม้ลอยอยู่ในน้ำได้อย่างไร หลังจากนั้น การพัฒนาทางด้านวิศวกรรมต่อเรือก็พัฒนามาเรื่อย ๆ ควบคู่ไปกับวิทยาการด้านอื่น ๆ ของโลก ทำให้ศาสตร์ของการต่อเรือต้องใช้ความรู้จากวิชาหลายแขนงเข้ามาประกอบ ไม่ว่าจะเป็น กลศาสตร์ของไหล , วิศวกรรมโครงสร้าง , วัสดุศาสตร์ , อากาศพลศาสตร์

ต่อมาเมื่อมีการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำขึ้นมาในโลก ก็มีการประยุกต์นำเครื่องจักรไอน้ำมาใช้ในเรือ แทนที่ใบเรือ ที่ใช้พลังงานลมเป็นพลังงานขับเคลื่อน จึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ในเรื่องของวิชา เทอร์โมไดนามิกส์ , วิศวกรรมเครื่องกล เข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับในปัจจุบันนี้ เรือมีเครื่องยนต์ดีเซล , เครื่องยนต์กังหันก๊าซ ซึ่งใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ช่างกลของเรือจึงต้องมีความรู้ในวิชา เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นวิชาหลัก และยิ่งในสมัยนี้ เครื่องยนต์เครื่องจักรมีความทันสมัยมาก ๆ จำเป็นต้องมีระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น จึงจำเป็นต้องมีความรู้ในวิชาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเข้ามาอีกวิชาหนึ่ง

เรือบางลำจำเป็นต้องมีนายทหารที่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในวิชาเคมี เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำที่ใช้ป้อนให้กับหม้อน้ำ , ตรวจวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเชื้อเพลิง

ศาสตร์ทางวิศวกรรมที่ใช้กับเรือยังไม่หมดเพียงแค่เรื่องของเครื่องยนต์เท่านั้น วิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นอีกวิชาหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะแทบทุกตารางนิ้วของเรือ ถูกรัดร้อยไปด้วยสายไฟทั้งเส้นเล็กเส้นใหญ่ โยงใยไปทั่วลำเรือ เหมือนดั่งสายเลือดของคน

นอกจากศาสตร์ที่ใช้ในการต่อเรือ และดูแลเครื่องจักร เครื่องกลแล้ว พวกอุปกรณ์ในระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือสื่อสาร , ระบบอาวุธ , ระบบตรวจจับ , ระบบป้องกันตนเอง , ระบบควบคุมมลภาวะ ต่างก็ต้องใช้วิชาเฉพาะทางเพื่อสร้าง , ซ่อม และใช้งานทั้งนั้น

ร.ล.จักรีนฤเบศร์ เป็นเรือพิเศษลำหนึ่ง ที่ต้องใช้ความรู้ในหลายแขนงมากกว่าเรือลำอื่น ๆ เช่นต้องมีนายทหารอุตุนิยมวิทยา เพื่อทำนายปรากฏการณ์ของกาลอากาศ เพื่อนำมาใช้กับการขึ้นลงของอากาศยาน ต้องมีนายทหารรักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยของเรือทั้งลำ และแน่นอนต้องมีนักบิน และช่างเครื่องบิน ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมอากาศยาน และอากาศพลศาสตร์

หมดทางด้านกายภาพแล้ว หากไม่มีศาสตร์ในการเดินเรือแล้ว เรือก็คงจะแล่นไปไหนไม่ได้ ศาสตร์ในการเดินเรือนั้นประกอบไปด้วย ศาสตร์หลายแขนง เช่น สมุทรศาสตร์ , อุทกศาสตร์ , อุตุนิยมวิทยา , ดาราศาสตร์ , ภูมิศาสตร์ ซึ่งเมื่อนำมาประมวลรวมกันแล้ว ก็จะได้เป็นวิชาการเดินเรือนั่นเอง

นอกจากนั้น ทหารเรือยังจะต้องเรียนวิชาเฉพาะทางอันเกี่ยวเนื่องกับการทำสงครามหลากรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของเรือ ไม่ว่าจะเป็น สงครามเรือรบผิวน้ำ , การยกพลขึ้นบก , การทำสงครามทุ่นระเบิด , การระดมยิงฝั่ง , การปราบเรือดำน้ำ , การป้องกันภัยทางอากาศ , การทำสงคราม นิวเคลียร์ ชีวะ เคมี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิชาความรู้ที่ต้องมีทั้งสิ้น เพราะเรียนไปเพื่อป้องกันตนเอง และประเทศชาติ

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ทหารเรือยังต้องเรียนวิชาการป้องกันความเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกยิงแล้วเกิดระเบิดไฟไหม้ หรือถูกยิงจนเรือทะลุ และน้ำเข้า หากไม่มีความรู้ในศาสตร์แขนงนี้แล้ว ก็จะไม่สามารถรักษาเรือให้ลอยลำและสู้รบต่อไปได้

ในเรือลำหนึ่งนั้นก็เหมือนหน่วยงาน ๆ หนึ่ง ซึ่งมีคนปฏิบัติงานอยู่มากมาย คนที่จะมาเป็นผู้บังคับการเรือ หรือต้นเรือ , ต้นกล จึงต้องมีความรู้ในด้านการบริหารกำลังพล หรือ ทรัพยากรมนุษย์ (HR) ถึงแม้ว่าศาสตร์ทางด้านนี้จะไม่ได้มีการเรียนการสอนภายในชื่อ Human Resource ดั่งเช่นที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เปิดสอนในสมัยนี้ แต่เนื้อหาของวิชานี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในวิชาครูทหาร และวิชาภาวะผู้นำ ของกองทัพเรือมาตั้งนานแล้ว

ภายในเรือยังแบ่งออกเป็นแผนกต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแผนกต้องมีความรู้เฉพาะทางของตน เช่น แผนกพลาธิการและแพทย์ ก็จะต้องมีความรู้ในเรื่องของการประกอบอาหาร พ่อครัวของเรือนั้นมีความสามารถในการทำอาหารได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย , อาหารจีน , อาหารฝรั่ง , อาหารเวียดนาม ขอให้บอกมาเถอะทำได้ทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีความรู้ในด้านการจัดงานเลี้ยงนานาชนิดทั้งโต๊ะจีน บุฟเฟ่ต์ ค๊อกเทล เจ้าหน้าที่พลาธิการของเรือก็สามารถทำได้ เพราะโรงเรียนพลาธิการของทหารเรือ สอนมาเป็นอย่างดี

ภายในแผนกพลาธิการและแพทย์ ยังมีนายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นนายทหารประจำแผนกอีกผู้หนึ่ง ซึ่งก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีความรู้ทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์ เรือใหญ่ ๆ อย่าง เรือชุด ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีห้องผ่าตัดอยู่ในเรือ ดังนั้น ในภาวะสงครามก็จะต้องมี ศัลยแพทย์มาด้วย

แผนกพลาธิการฯ นี้ยังมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ คือหน้าที่ในการส่งกำลังบำรุง ซึ่งต้องมีความรู้ในด้าน Logistic เพื่อนำมาใช้จัดการกับคลังพัสดุ , การเบิกจ่ายพัสดุ และยังต้องมีความรู้ทางด้านการเงินอีกส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการเรื่องการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยง และเงินสวัสดิการต่าง ๆ คล้ายกับเป็นแผนกบัญชี หรือแผนกการเงินในบริษัทนั่นเอง

ในด้านวิชากฏหมาย และรัฐประศาสนศาสตร์ ก็เป็นอีกศาสตร์ ที่นายทหารเรือภายในเรือจะต้องรู้ โดยเฉพาะผู้บังคับการเรือ เพราะเรือเปรียบเสมือนประเทศ การเดินเรือไปในน่านน้ำใดก็ตาม ตามกฏหมายระหว่างประเทศแล้ว จะถือว่าเรือรบลำนั้นมีฐานะเทียบเท่ากับประเทศ ใครจะล่วงละเมิดไม่ได้ดังนั้นการเดินเรือเข้าไปในน่านน้ำสากล หรือน่านน้ำของประเทศใดก็ตามจึงต้องระมัดระวังที่จะไม่ละเมิดข้อตกลง และกฏหมายระหว่างประเทศด้วย เพราะจะถือว่าเป็นเรื่องเป็นราวระหว่างประเทศเลยทีเดียว

การที่เรือจะออกไปในทะเลได้อย่างตลอดรอดฝั่ง และสามารถทำการรบได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้คนที่มีความรู้ในศาสตร์ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนั้น เพราะว่าเมื่อเรือแล่นออกจากท่าไปแล้ว จะเป็นหรือตาย ก็ขึ้นอยู่กับคนในเรือทั้งนั้น จะหวังหาใครมาช่วยกลางทะเลลึกนั้น เป็นเรื่องที่พวกเราไม่เคยคิด ดังนั้น ตนจึงต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน เพียงเท่านั้นครับ

Comment

Comment:

Tweet

เรือรบ 1 ลำ ต้องดูกฎหมายกี่ฉบับคะ ? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายระหว่างประเทศด้วยแล้ว ?

เล่้าให้ราษฎรเต็มขั้นอย่างแม่ตัวน้อยฟัง ก้อดีเหมือนกันน้า หุๆๆ

big smile

#20 By Aphrodite (113.53.17.230) on 2009-09-06 19:16

question

#19 By (125.24.92.75) on 2009-09-05 11:35

แต่เรือบางลำก็บรรจุไม่เต็มทุกอัตรา
ต้นเรือก็ต้องเป็นทั้งต้นปืน,ต้นหนและก็พลาธิการด้วยแบบเหมาทุกตำแหน่ง แต่เงินเดือนเท่าเดิม...อิอิ

#18 By หนมอบ on 2006-08-15 12:46

รายละเอียดเกร็คความรู้ดีจัง
ใช้ความรู้ทางวิศวกรรมเยอะเหมือนกันนะคะ

(อยากขายระบบ RO จังง่ะ)

#17 By namwarn on 2006-08-15 11:50

ใช้เยอะกว่าที่คิดไว้เยอะเลยค่ะ
ตอนนู้นดูครัวตัวเอ้ เห็นหน้าตาอาหารในเรือแล้วน่ากิ๊น-น่ากิน
อยากรู้จังว่าอร่อยเปล่า
5555555 ขำ คคห ที่ 7 อ่ะ
คนเรือได้ยิน เจ็บจิ๊ดๆ

#15 By Kamin's Musix on 2006-08-14 12:50

ไม่ใช่เเค่ในเรือรบครับ เรือสินค้าก้เช่นกัน อิอิ

#14 By Lastwaltz on 2006-08-13 22:18

อยู่นาน ๆ เบื่อแย่เลยนะคะ

#13 By ~นิ้วก้อย~ on 2006-08-11 13:41

จะว่าไป
เรือหนึ่งลำ
ก็มีทหารเรือประจำการไม่น้อยเลยเนอะครับ

#12 By AkE on 2006-08-11 10:42

ได้อ่านเรื่องราวแบบนี้ ก็นึกอิจฉาเหล่า
ลูกทัพเรือนะคะ ที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่บนเรือรบ คงมีอะไรให้เรียนรู้หลายอย่าง
เลยทีเดียว

#11 By daranee on 2006-08-10 19:58

ยังไง คุณชาย(น้อย) ก้อเก่งอยู่แล้วล่ะ ยังไงก้ออย่าเครียดจนเกินไปล่ะ Take care yourself. ว่าง ๆ ก้อทักทายกันบ้างนะ

#10 By เพื่อนเก่า (203.146.113.14) on 2006-08-10 16:34

ก็เหมือนกับชีวิตประจำวันของ EMMA ประกอบไปด้วยพี่เจ้าชายน้อยไง ถึงจะสมบูรณ์

#9 By EMMA (58.8.13.115) on 2006-08-10 16:18

ดีคับ
เก่งๆ
ราชนาวีไทย

#8 By goody on 2006-08-10 15:55

เบื่อจังเลย เวลาคุณทหารออกเรือน่ะ คนรออยู่เค้าเหงานะ

#7 By poppii (58.136.50.197) on 2006-08-10 14:35

โอ มีห้องผ่าตัดในเรือเลยเหรอครับเนี่ย สุดยอด ๆ

แล้วถ้าเรือโคลงตอนลงมีด กรีดเลยไป ทำไงละคราวนี้

#6 By PeeYong \-_-> on 2006-08-10 12:38

ศาสตร์เรือรบ และผู้บังคับการเรือรบ จึงต้องบูรณาการนานาศาสตร์ให้สมดุลและเกิดประโยชน์ที่สุดสินะครับ

เพราะคืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล

นับถือลูกนาวีผู้พิทักษ์น่านน้ำไทยทุกท่านครับ
น่าสนใจมากครับ ผมเคยขึ้นไปบนเรือนิบปอนมารูครั้งนึง ยังทึ่งเลยครับ แล้วเรือรบใหญ่ๆนี่มันเสกลใหญ่กว่าอีก

#4 By Lolay on 2006-08-10 01:18

เรือลำนึงจะลอยออกทะเลได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ ต้องใช้ความร่วมมือหลายฝ่ายจริงๆ
แต่กำลังนึกถึงครัวทหารเรือ มีแต่คนบอกว่าของทหารเรือทำดีมั่กๆ
ชักอยากชิมเสียแล้ว
ว่าแต่ทหารเรือจะทำกับข้าวเก่งบ้างไหมเนี่ย หุหุ

#3 By เมพหมี shakri on 2006-08-09 22:48

ผมพึ่งทราบนะครับเนี่ย ว่านอกจากเหล่าทหารเรือ(ที่ประจำสถานีรบ)แล้ว
ยังมีบุคลาการทางศาสตร์อื่น ๆ อีกมากมายถึงเพียงนี้
ขอบพระคุณสำหรับความรู้ครับผม

#2 By mondaytakeshi on 2006-08-09 22:00

หลายๆเรื่องราวของชีวิตก็ต้องประกอบกันเหมือนหลากหลายศาสตร์ที่อยู่ในเรือรบเหมือนกัน จนกว่าการเดินทางจะสิ้นสุดลง เห็นด้วยว่าสุดท้าย "ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน" จริงๆ

#1 By Catch me if u can (203.118.120.117) on 2006-08-09 21:48

Facebook