ในเรื่อง อาบน้ำทะเล ผมได้บรรยายให้เห็นแล้ว ว่าเวลาไม่มีน้ำจืดอาบน้ำ ก็ต้องใช้น้ำทะเลมาอาบ แต่หากมีน้ำจืดให้อาบได้ล่ะ? มันก็วิเศษเลยน่ะสิครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อมีน้ำให้ใช้แล้ว ก็ต้องประหยัดกันอย่างเต็มที่ เพราะน้ำจืดไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายจากกลางทะเลอย่างแน่นอน

 

สมัยที่ผมเป็นนายช่างกล จะต้องมีหน้าที่ในการควบคุมการใช้น้ำจืดที่มีอยู่ในเรือ ให้เป็นไปอย่างประหยัด และพอเพียงต่อการใช้งาน จนเสร็จสิ้นภารกิจ หรือจนกว่าจะได้รับการสนับสนุนน้ำจืด จากเรือน้ำ หรือเรืออื่น ๆ อีกครั้ง

 

ดังนั้นผมจึงต้องมีมาตรการประหยัดน้ำในรูปแบบต่าง ๆ มาบังคับใช้กับประจำเรือ ทั้งการเปิด-ปิดน้ำให้ใช้เป็นช่วงเวลา , การกำหนดเมนูอาหารในแต่ละวัน ไม่ให้ใช้น้ำมากเกินไป , การกำหนดช่วงเวลาในการอาบน้ำของประจำเรือ และอื่น ๆ

 

และนอกจากมาตรการต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นมาแล้ว ผมก็ยังมีข้อแนะนำในการอาบน้ำ ให้ทุกคนได้ไปปฏิบัติตาม ซึ่งหากทุก ๆ คนช่วยกันแล้ว เรือก็จะมีน้ำใช้ และได้อาบน้ำกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องไปอาบน้ำทะเลเลย โดยข้อแนะนำที่ผมให้แก่ประจำเรือมีดังนี้ครับ

 

1. เปิดน้ำจากฝักบัวเบา ๆ ให้ไหลแต่น้อย ๆ เพราะการเปิดน้ำแรง ๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำโดยเปล่าประโยชน์ การค่อย ๆ เปิดน้ำให้ไหลผ่านตัวอย่างช้า ๆ จากหัวไปสู่ปลายเท้า จะทำให้ได้ใช้น้ำครบถ้วนทุกหยด แต่ตัวเปียกเหมือนกับเปิดน้ำแรง ๆ เหมือนกัน

 

2. เมื่อตัวเปียกแล้ว ให้สระผม ถูสบู่ ให้ทั่วตัวเสียในคราวเดียวกัน แล้วจึงเปิดน้ำล้างฟองสบู่ แชมพูให้หมดจด ด้วยวิธีการเดียวกับข้อหนึ่ง

 

3. อย่าใช้สบู่ , ครีมอาบน้ำ , ยาสระผม และโฟมล้างหน้า ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอร์ไรซ์เซอร์ เป็นอันขาด เพราะจะทำให้รู้สึกว่าล้างฟองออกไม่หมด ทำให้ต้องใช้น้ำมากกว่าปกติ และคอนดิชันเนอร์ ก็ไม่ควรใช้เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า อยู่ในเรือไม่จำเป็นต้องบำรุงเส้นผมอะไรขนาดนั้น เก็บไว้ใช้ตอนเรือจอดจะดีกว่า

 

4. เวลาล้างหน้า แปรงฟัน หากไม่ได้อาบน้ำ ให้ใช้ขันรองน้ำจนเต็ม และให้แปรงฟันก่อน โดยบ้วนปากหนึ่งรอบ แปรงฟันแล้วจึงบ้วนปากอีกรอบ ล้างแปรงสีฟัน โดยใช้น้ำให้น้อยที่สุด น้ำที่เหลือจึงจะใช้ล้างหน้า ดังนั้น น้ำหนึ่งขันจึงสามารถใช้ ล้างหน้าและแปงฟันได้อย่างสบาย ๆ รวมถึง อาบน้ำด้วยก็ยังได้ (ผมเคยทำมาแล้ว)

 

ไหน ๆ ก็ว่ากันด้วยเรื่องอาบน้ำกันแล้ว จะขอเล่าเรื่องการล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำ ด้วยน้ำขันเดียวอีกเรื่องก็แล้วกัน

 

การอาบน้ำด้วยน้ำหนึ่งขันนั้น ต้องใช้ขันที่ใหญ่พอสมควร ขันเล็ก ๆ อาจจะทำได้ไม่สะอาดนัก แต่ไม่ใช่ขันเงินใบใหญ่ ๆ นะครับ แบบนั้น อาบได้หลายครั้งเลย

 

เมื่อมีน้ำเต็มขันแล้ว อย่างแรกที่ต้องปฏิบัติเลยก็คือ ต้องระวังอย่าให้น้ำกระเด็นหก ระหว่างที่ถือมาครับ ข้อนี้สำคัญ หลังจากนั้นก็ต้องวางขันลงบนที่มั่น อย่าให้มันหกอีกเหมือนกัน (ถ้าเรือโคลงมาก ๆ อาบน้ำขันเดียวไม่ได้ครับ มันจะหกเหลือครึ่งขัน)

 

พอขันของเราตั้งมั่นแล้ว ก็เริ่มบรรเลงเลย โดยเริ่มจากการแปรงฟัน ตามข้อสี่ข้างบนครับ หลังจากนั้นก็อาบน้ำ ไม่ต้องทำให้ตัวเปียกก่อน โดยให้ใช้ครีมอาบน้ำถูตัว เอามือวักน้ำในขันมาลูบ ๆ ตัวไปด้วย พอให้ตัวเปียกหมาด ๆ ลื่น ๆ ถูให้ทั่วตัว ใบหน้า แล้วก็สระผมไปด้วย

พอได้ที่แล้ว ก็เอาฟองออก โดยต้องเอามือรีดฟองจากผม ลำตัว แขนขา แล้วก็มาสะบัดออก (ไม่ได้สะบัดตัวแบบหมานะ สะบัดมือที่มีฟองติดอยู่น่ะครับ) จะใช้น้ำมาราดตัวไม่ได้เลย พอสะบัดฟองออกทั่วตัว แล้วก็วักน้ำมาลูบ ๆ ให้ส่วนที่ยังลื่น ๆ อยู่ออกจากตัว ค่อย ๆ ทำแบบนี้จนตัว ใบหน้า หายลื่น ก็จะเหลือน้ำพอประมาณให้ราดจากหัวจรดเท้าอย่างช้า ๆ เสร็จแล้วก็ให้เช็ดตัว ทาแป้งเยอะ ๆ เท่านี้ก็สะอาดพอประมาณ ตัวหอมไปทั้งวันแล้วล่ะครับ

 

การเป็นทหารเรือนั้น ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างง่าย ๆ แต่ก็เรียบง่าย จริง ๆ แล้วชีวิตอย่างที่กล่าวไว้ข้างบน ก็ไม่ได้เจอะเจอกันบ่อย ๆ หรอก โดยเฉพาะในสมัยนี้ เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังนี้ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องของทหารเรือในอดีตทั้งนั้น ปัจจุบันอะไร ๆ ก็สบายขึ้นเยอะ ตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี เพียงแต่ว่า ต้องฝึกให้เจอกับความลำบากแบบนี้ไว้ ก็เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญหน้ากับความยากลำบากในอนาคตข้างหน้า เพราะว่าทหารเรือรู้อยู่เสมอว่า ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดั่งเพลงของเสด็จเตี่ยที่ว่า "อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป"

Comment