เมื่อวานนี้ ( 8 มิ.ย. 49) เวลาประมาณ1810 ขณะที่ผมออกมาจากเรือ เพื่อที่จะไปวิ่ง ก็ได้พบเห็นปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า คือ มีแสงสีรุ้งส่องประกายสวยงามออกมาจากทางด้านหลัง เหนือยอดของภูเขาเมฆขนาดมหึมา ซึ่งเมื่อวานนี้ ท้องฟ้าในกรุงเทพฯนั้น เต็มไปด้วยเมฆ (คิวมูโลนิมบัส) ทั้งแปดส่วน และทางฝั่งทิศตะวันตกก็มีกลุ่มเมฆขนาดมหึมา บังดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินอยู่ด้วยสภาวะที่เหมาะสมของชั้นบรรยากาศทำให้เกิดแสงสีรุ้งประหลาดให้เห็น ผมจึงรีบกลับเข้าไปที่ห้องและ หยิบกล้องออกมา และสามารถเก็บภาพไว้ได้ทัน ซึ่งก็ได้นำมาให้ท่านทั้งหลายได้ทัศนากันด้วยครับ

กล้อง : Fuji FinePix F10
สถานที่ : อู่ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ต.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
ช่วงเวลา : 1810-1840

เมฆสีรุ้ง

 

เมฆสีรุ้ง

 

เมฆสีรุ้ง
3 ภาพบนนี้ ถ่ายบนดาดฟ้าเรือ ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่ปรับค่าต่างกัน

 

เมฆสีรุ้ง
ภาพนี้ลงมาถ่ายข้างล่าง ต้องการให้เห็นขนาดอันใหญ่โตของเมฆก้อนนี้

 

เมฆสีรุ้ง
อีกมุมหนึ่ง แสงสีรุ้งมีการกระจายตัวออกมาทางด้านข้าง

 

ปรากการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อาจจะเป็น รุ้ง หรือ พระอาทิตย์ทรงกลด ก็ไม่แน่ใจนัก เนื่องจาก การเกิดรุ้งนั้น จะเกิดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ พูดง่าย ๆ ผู้ดูจะต้องอยู่ตรงกลางระหว่าง ดวงอาทิตย์กับรุ้ง แต่ที่ผมเห็นนั้นมันเกิดในทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์เลย คือ ดวงอาทิตย์ แสงสีรุ้ง เมฆ และผม ตามลำดับ เป็นไปได้ไหม เพราะมีเมฆและละอองน้ำมากั้นกลางอีกที จึงเกิดการกระจายตัวของแสงแบบนี้

ส่วนกรณีการเกิด พระอาทิตย์ทรงกลด เกิดจาก แสงอาทิตย์สองผ่าน ชั้นบรรยากาศ ที่มีละอองน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง และแสงส่องผ่านเกล็ดน้ำแข็งนั้น ทำให้เกิดการหักเหของแสง เกิดเป็นพระอาทิตย์ทรงกลด (ดูรูปตัวอย่างได้ ที่นี่ ครับ) ซึ่งจากลักษณะการเกิดของพระอาทิตย์ทรงกลดนั้น ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมเห็นมากกว่า การเกิดรุ้ง เพราะตำแหน่งของ ดวงอาทิตย์ กับจุดที่ผมเห็นรุ้ง คือตำแหน่งที่ถูกต้องในการเกิดพระอาทิตย์ทรงกลด เพียงแต่ว่าผมมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ เพราะมีเมฆมาบัง เป็นไปได้ ว่าละอองน้ำเหนือยอดเมฆ ทำให้เกิดแสงแบบนั้นก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของผมเพียงเท่านั้น เนื่องจากว่า ผมไม่สามารถหาข้อมูลที่ถูกต้องได้ เพราะไม่รู้ว่า ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าอะไร จึงไม่สามารถเสิร์ชหาได้ในเวลาอันจำกัดเช่นนี้ เอาเป็นว่าผมขอติดเอาไว้ก่อนนะครับ แล้วจะพยายามหาข้อมูลที่ถูกต้องมาให้อ่านกันครับ

แต่ที่น่าอัศจรรย์ใจมากกว่านั้นก็คือ ในวันนั้น เป็นวันก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชรพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวของผมนั้น นี่คงเป็นเพราะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแน่แท้ครับ

และในช่วงฤดูฝนนี้ผมก็ได้ถ่ายภาพรุ้งอีกสองครั้ง ซึ่งถ่ายไว้ก่อนภาพข้างบนครับ รูปแรก เป็นภาพถ่ายหลังฝนตกในวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งผมไปดูซ้อมใหญ่การพายเรือราชพิธีมา ภาพนี้ถ่ายตอนขากลับครับ

รุ้งกินน้ำ
บริเวณก่อนขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า วันที่ 6 มิ.ย.49

 

ส่วนภาพนี้ ถ่ายตอนหลังฝนตกอีกเช่นกัน ซึ่งพิเศษตรงที่ เกิดรุ้งสองเส้นครับ ปรากฏการณ์นี้ ฝรั่งเขาเรียกว่า Double Rainbow ซึ่งเกิดจากการที่แสงอาทิตย์เข้าไปหักเหในรุ้งและสะท้อนออกมาเป็นรุ้งอีกเส้นหนึ่ง กล่าวได้ว่า รุ้งเส้นที่สองนั้น (เส้นที่อยู่วงนอก) คือ เงาสะท้อนของรุ้งเส้นแรกนั่นเองครับ ซึ่ง รุ้งเส้นที่สองนี้ แถบสีจะกลับกันกับเส้นแรกด้วย ส่วนพื้นที่ตรงกลางระหว่างรุ้งสองเส้น ซึ่งจะสังเกตุเห็นว่า มันมืดกว่าพื้นที่ปกติ เค้าเรียกกันว่า Alexander's Band หรือ Alexander's Dark Band ซึ่งตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ Alexander of Aphrodisias ผู้อธิบายการเกิดปรากฏการณ์นี้เป็นคนแรก

Double Rainbow
บริเวณใต้ทางด่วน เห็นปรากฏการณ์ Double Rainbow

และจากการที่ได้ถ่ายภาพรุ้ง และปรากฏการณ์แปลก ๆ คราวนี้ ทำให้ผมสนใจในการถ่ายภาพท้องฟ้า และปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้าขึ้นมาอย่างทันทีทันใด เพราะจากการศึกษาในอินเตอร์เน็ตพบว่า ปรากฏการณ์บนท้องฟ้านั้นมีมากมายหลายหลาก และสวยงาม แปลกตา ทั้งนั้น แล้วผมจะพยายามถ่ายรูปแปลก ๆ บนท้องฟ้ามาให้ชมอีกนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

</