Sea State

posted on 24 Apr 2006 15:12 by zedth in Navy-Story
เคยเขียนเรื่องเมาเรือ , เมาคลื่น มาสองตอนแล้ว แต่ไม่เคยบรรยายให้เห็นภาพเลย ว่าคลื่นขนาดไหนกันที่ถึงกับทำให้ ทหารเรือเชื้อไทยต้องหมอบกระแต ต้องปฏิบัติการ ขู่ฉลาม อย่างที่เคยเล่าเอาไว้

สภาวะของท้องทะเลนั้น มีหลายระดับ ตั้งแต่ คลื่นสงบ ราบเรียบ จนถึงขั้นรุนแรงเป็นพายุ เฮอริเคน ซึ่งก็ได้มีการจัดระดับความแรงออกมาเป็นมาตรฐานให้กับทหารเรือ และนักเดินเรือทั้งหลาย ได้ใช้กัน โดยมาตรฐานที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ มาตรฐานโบฟอร์ด หรือ Beaufort Wind Force Scale ซึ่งก็ได้แยกออกเป็น มาตรวัดบนพื้นดิน และ ในทะเล ซึ่งทหารเรืออเมริกัน จะเรียกว่า Sea Stateและทหารเีรือไทยก็มักจะเรียกตามมาตรฐานของอเมริกันด้วย

แต่เนื่องจากว่าบล๊อกนี้ว่าด้วยเรื่องทหารเรือเป็นหลัก ก็คงจะพูดถึงมาตรวัดสำหรับในทะเล อย่างเดียวพอนะครับ ตามมาตรฐานของ Beaufort นั้น จะแบ่งระดับความแรงของออกเป็น 13 ระดับ ตั้งแต่ 0-12 โดย เรียกตัวเลขเหล่านี้ว่า Force หรือว่า ระดับความแรง แต่ถ้าเป็น Sea Stateจะแบ่งเป็นแค่ 10 ระดับครับ ส่วนเค้าจะ convert กันอย่างไร ระหว่าง 2 มาตรฐานนี้ อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันครับ

ผู้ที่คิดค้นมาตรฐานนี้ขึ้นมาเป็น นายทหารเรือชาวอังกฤษ (อีกแล้ว) นามว่า เซอร์ ฟรานซิส โบฟอร์ต (Francis Beaufort) ซึ่งได้คิดค้นมาตรฐานนี้ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1806 โดยในสมัยนั้น การแบ่งระดับความแรงของท้องทะเล จะแบ่งตาม ลักษณะของสภาพคลื่นลม , ความยากในการถือท้าย หรือ ควบคุมเรือ , ตลอดจนลักษณะของลมที่กระทำต่อใบเรือ เป็นหลัก ไม่ได้มีตัวเลขบอกความเร็วลม และความสูงของคลื่นเหมือนปัจจุบันนี้

โดยแต่ละระดับความแรงนั้น มีรายละเอียดดังนี้ครับ

Force 0

Force 0 ความเร็วลมตั้งแต่ 0-1 knots ลมจะนิ่งสงบ ทะเลจะเรียบเหมือนกระจก แต่ใช่ว่าทะเลเรียบเหมือนกระจกแล้วจะนำเรือง่ายนะครับ โดยมากแล้ว ทะเลเรียบขนาดนี้ จะมาพร้อมหมอกหนา ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการนำเรือ ถ้านึกไม่ออกลองดูหนัง Pirate of Caribbean ครับ เหมือนตอนต้นเรื่องเลย

Force 1

Force 1 ความเร็วลมตั้งแต่ 1-3 knots เป็นสายลมอ่อน ๆ เริ่มมีคลื่นเล็กน้อย ความสูงคลื่นไม่เกิน 0.33 ฟุต หรือ 0.1 เมตร ลักษณะของคลื่นจะเหมือนน้ำกระเพื่อมในอ่าง ระดับนี้ พบได้ทั่วไปในอ่าวไทยครับ

Force 2

Force 2 ความเร็วลมตั้งแต่ 4-6 knots เริ่มมีระลอกคลื่นเล็ก ๆ ความยาวคลื่นสั้น ๆ มียอดคลื่นให้เห็น และความสูงของคลื่นไม่เกิน 0.66 ฟุต หรือ 0.2 เมตร

Force 3

Force 3 ความเร็วลมตั้งแต่ 7-10 knots ระลอกคลื่นใหญ่ขึ้น ยอดคลื่นเริ่มที่จะแตกเป็นฟองขาว บางครั้งก็จะแตกกระเซ็นเป็นฝอยน้ำ ความสูงคลื่นไม่เกิน 2 ฟุต หรือ 0.6 เมตร

Force 4

Force 4 ความเร็วลมตั้งแต่ 11-16 knots ลมเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย มีคลื่นลูกเล็ก ๆ ไม่เป็นระลอกคลื่นแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นคลื่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมักจะมีการแตกกระเซ็นเป็นฝอยน้ำ ความสูงคลื่นไม่เกิน 3.3 ฟุต หรือ 1 เมตร ที่ระดับนี้ คนที่อยู่เรือเล็ก ๆ ก็เตรียมตัวเมากันได้แล้วครับ

Force 5

Force 5 ความเร็วลมตั้งแต่ 17-21 knots มีคลื่นลูกขนาดปานกลาง จะได้ยินเสียงลมและคลื่นอยู่ตลอดเวลา คลื่นจะแตกเป็นฝอยน้ำ และเป็นฟองขาว บางทีก็จะเป็นละอองน้ำพัดมากับลมด้วย ความสูงคลื่นไม่เกิน 6.6 ฟุต หรือ 2 เมตร คลื่นระดับนี้ โดยมากจะเป็นระดับปกติของทะเลในฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ในช่วงเริ่มมรสุม คนอยู่เรือก็จะรู้สึกโคลงเคลง เอียงซ้ายเอียงขวา โยกขึ้น โยกลง ตามจังหวะคลื่น ใครคออ่อน มาถึงตรงนี้ก็แทบจะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วครับ ต้องปฏิบัติการขู่ฉลามกันบ้างล่ะ

Force 6

Force 6 ความเร็วลมตั้งแต่ 22-27 knots ลมจะเริ่มพัดแรงมากขึ้น ธงจะปลิวไสว ใส่หมวกไม่ดีก็จะมีปลิวตกทะเลกันบ้าง คลื่นเริ่มที่มีจะลูกใหญ่ขึ้น ยอดคลื่นจะแตกเป็นฟองขาวเหมือนฟองเบียร์ ความยาวของคลื่นจะยาวขึ้น และมีละอองน้ำปนมากับลม ความสูงคลื่นไม่เกิน 9.9 ฟุต หรือ 3 เมตร และซัดสาดขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือได้ ที่ระดับนี้ ต้องผูกมัดสิ่งของให้แน่นครับ เพราะเรือจะเอียงจนข้าวของเครื่องใช้ตกหล่นเสียหายได้ เรือตรวจการณ์ลำเล็ก ๆ ขนาดยาว 40-50 เมตร ก็ยังทนได้ครับ แต่คนบนเรือก็ต้องอึดกันพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ก็จะอ้วกไปทำงานไปครับ

Force 7

Force 7 ความเร็วลมตั้งแต่ 28-33 knots ความเร็วลมตอนนี้จะใกล้เป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว ที่ระดับนี้จะเห็นคลื่นมีลักษณะหัวแตก คือจะแตกเป็นฟองขาว ไปทั่วท้องทะเล และมีละอองน้ำกระเซ็นไปทั่ว บางครั้งจะมีคลื่นแรงสาดขึ้นมาถึงสะพานเดินเรือ และคลื่นจะกระแทกเหล็กตัวเรือจนเกิดเสียงดัง ความสูงคลื่นไม่เกิน 13 ฟุต หรือ 4 เมตร ถ้าเป็นเรือเล็ก ก็จะมีหัวเรือตักน้ำให้เห็นครับ

Force 8

Force 8 ความเร็วลมตั้งแต่ 34-40 knots ความเร็วลมเทียบเท่าพายุโซนร้อน คลื่นจะม้วนเป็นเกลียวที่ยอดคลื่น ส่วนฟองคลื่นก็จะปลิวเป็นริ้วไปตามกระแสลมด้วย ความสูงคลื่นไม่เกิน 18 ฟุต หรือ 5.5 เมตร ที่ระดับความรุนแรงนี้ ไม่ควรออกมานอกเรือเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะถ้าตกเรือไป รับรองว่าช่วยไม่ทันแน่ ๆ

Force 9

Force 9 ความเร็วลมตั้งแต่ 41-47 knots จะมีคลื่นสูงมาก ความสูงคลื่นไม่เกิน 23 ฟุต หรือ 7 เมตร ยอดคลื่นจะปะทะกันแตกเป็นฟองขาว และมีละอองน้ำจะกระเซ็นปลิวมาตามกระแสลม ซึ่งจะมีผลเสียต่อทัศนวิสัย

Force 10

Force 10 ความเร็วลมตั้งแต่ 48-55 knots ประมาณ พายุโซนร้อนชนิดรุนแรง คลื่นจะสูงมาก และม้วนเป็นเกลียว ท้องทะเลจะขาวโพลนไปด้วยฟองจากคลื่นที่ปะทะแล้วแตกออกอย่างรุนแรง ละอองน้ำก็จะมีผลเสียต่อทัศนวิสัย ความสูงคลื่นไม่เกิน 30 ฟุต หรือ 9 เมตร

Force 11

Force 11 ความเร็วลมตั้งแต่ 56-63 knots ความสูงคลื่นไม่เกิน 38 ฟุต หรือ 11.5 เมตร เรียกได้ว่าเป็นกำแพงคลื่นเลยทีเดียว ที่ระดับความรุนแรงนี้ ทั่วทั้งท้องทะเล จะมีแต่สีขาว จากฟองของยอดคลื่นที่แตกกระเซ็น เรือเล็ก หรือเรือขนาดกลางบางลำ จะถูกความสูงของคลื่นบดบัง และถูกคลื่นซัดพลิกคว่ำได้

Force 12

Force 12ความเร็วลมตั้งแต่ 64-71 knots ความเร็วลมเทียบเท่าพายุไต้ฝุ่น หรือ เฮอริเคน เรียกได้ว่าเป็น Perfect Storm เลยครับ ความสูงคลื่นตั้งแต่ 46 ฟุต ขึ้นไป หรือ 14 เมตร ขึ้นไป ที่ระดับความแรงนี้ สามารถทำให้ตัวเรือ แตก ปริ ฉีก เสากระโดง และเสาต่าง ๆ หักโค่น ได้อย่างง่ายดา