Monotone in My Mind

posted on 28 Mar 2006 10:50 by zedth in Review

Confession of Monotone

เมื่อสี่ปีที่แล้ว ผมเคยได้แนะนำวง Monotone ให้กับชาว Diary Hub มาในวันนี้ Monotone ไม่ต้องการการแนะนำตัวจากใครอีกต่อไปแล้ว เพราะช่วงเวลาสี่ปีที่ผ่านมาของสมาชิกโมโนโทน ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า งานของแต่ละคนนั้นมีคุณภาพขนาดไหน (ย้อนไปอ่านเรื่องโมโนโทนชุดแรกได้ ที่นี่ ครับ)

นับจากวันนั้น สมาชิกแต่ละคนเติบโตในวงการดนตรีเมืองไทย จนมีอัลบั้มเป็นของตัวเองไปแล้วมากมาย ทั้ง เบน , ใหญ่ , แองจี้ , RHYTHMATIQUE และเพลงอื่น ๆ ของสมาชิกที่เหลือ ที่แทรกอยู่ในอัลบั้มเฉพาะกิจมากมาย แต่ละเพลงล้วนแล้วแต่ไพเราะ ติดหู และขึ้นชาร์ตแทบทั้งสิ้น

MonotoneMonotone

Monotone มีศูนย์กลางอยู่ที่ โทนี่ (ไม่ใช่ โทนี่ จา นะ) หนุ่มนักบริหาร จาก ABAC ที่หันมาทดลองอะไรใหม่ ๆ อย่าง ดนตรี โดยแนวคิดของเขาก็คือ การนำเสนอแนวดนตรีที่แตกต่าง ทั้งการเรียบเรียง , คำร้อง , ทำนอง , การบันทึกเสียง และการจัดจำหน่าย นัยหนึ่งก็เพื่อทดลองแนวความคิดทางการตลาดของเขาด้วย

ในช่วงปี 44 ผมได้รู้จักกับ โทนี่ ผ่านทางโปรแกรมแช็ทยอดนิยมในขณะนั้น คือ ICQ ตอนนั้น ในกลุ่มที่คุย มี ผม , โทนี่ และ จิล สาวเหนือแต่ไปเรียนอยู่ที่ ออสเตรีย อันที่จริง ผมก็รู้จักกับโทนี่ ผ่านทางจิล นี่แหละครับ เราก็คุยกันเรื่องดนตรีซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะดนตรีแจ๊ส และก็ได้รับฟังเพลงของ โทนี่ มาโดยตลอด จนวันหนึ่ง เขาชวนผมไปที่บ้าน วันนั้นผมได้พบกับ เบน ,กุ่ยและ แองจี้แต่ละคนน่าทึ่งมากครับ ผมได้ฟังเดโมที่เขาทำจากคีย์บอร์ดหนึ่งตัว และคอมพิวเตอร์ โดยทำในห้องนอนครับ สมัยนั้นผมยิ่งบ้าเพลงอินดี้อยู่ด้วย แต่มันไม่เรียกว่า อินดี้หรอกนะ จะเรียกว่า Bedroom Music ซะมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ นักดนตรีอินดี้ในสมัยนั้นจะทำเพลงกันในห้องนอนทั้งนั้น และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับ โทนี่ ตัวเป็น ๆ ครับ

ต่อมาผมก็ได้เจอกับ Monotone ทั้งกลุ่ม ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่าน อินทามระ ภายในห้องนอนของสมาชิกโมโนโทนในยุคเริ่มแรก ทั้งนักร้อง , นักดนตรี และผมซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย กว่าสิบชีวิต อัดกันเข้าไปอยู่ในห้องนอนนั้น เพื่อทำเพลงกัน (ส่วนผมน่ะ นั่งดูและนั่งทึ่งครับ) และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับ Monotone ตัวเป็น ๆ ครับ

Monotone

และนั่นคือ ปฐมบทของการได้รู้จักกับโมโนโทน ก่อนที่พวกเค้าจะออกอัลบั้มแรกที่สะท้านวงการอย่าง This is not a love song

Monotone : This is not a love song

มาถึงอัลบั้มใหม่ล่าสุด Confession of Monotone อัลบั้มนี้ ผมมองว่าเป็นงาน Production ของ โทนี่ ที่ได้ สมาชิกของโมโนโทน มาร่วมงานด้วย และเป็นการร่วมงานกับทีมงาน และวงดนตรีอื่น ๆ ที่ใหญ่โตขึ้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงานของ Monotone เลย อาจจะเป็นเพราะว่า งานนี้มีศิลปินมาร่วมแจมมากมายเกินไป จนขาดความเป็นโมโนโทน แต่เพลงทุกเพลงนั้นมีเบื้องหลังเดียวกันคือ ตัว โทนี่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อคิดถึงอุดมการณ์เริ่มแรกของ โมโนโทนแล้ว การที่มีศิลปินและทีมงานคับคั่งขนาดนี้ก็เป็นจุดประสงค์เริ่มแรกของโมโนโทนอยู่แล้ว เพราะว่า วง ๆ นี้ ได้ถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้วว่า สมาชิกมีเข้า มีออกอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าคิดแบบเป็นกลางแล้ว นี่คือโมโนโทนอย่างที่สุด แต่ผมมันยึดติดไปเองต่างหาก

ถ้านี่คือการเติบโตของวง ผมคิดว่าสี่ปีที่ผ่านมา ความคิดของ โทนี่ คงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากมายเลยทีเดียว ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบอัลบั้มนี้นะ แต่ผมชอบอัลบั้มแรกมากกว่า เมื่อเทียบความรู้สึกจากการได้ฟังครั้งแรกเหมือนกัน อัลบั้มแรกนั้น ทำให้ผมตื่นเต้น และหลงรักโมโนโทน แต่อัลบั้มนี้ไม่ได้ทำให้ผมตื่นเต้นเท่างานแรก

สิ่งแรกที่ยังคงความเป็นโมโนโทนที่ผมสัมผัสได้ ก็คือ ความหลากหลายของแนวดนตรี แต่ความหลากหลายของอัลบั้มนี้ หนักไปทาง เสียงสังเคราะห์ , hiphop , Rap และ groove มากกว่าที่จะหนักไปทาง pop และ แจ๊สอย่างอัลบั้มแรก แอบเสียใจอยู่ลึก ๆ ว่า ทำไมไม่มี Swing เลย โอ ไม่!!! คิดถึงเพลงอย่าง นั่งสิจ๊ะ ที่รัก (Sit My Duck)

[-- อ้อ แอบเมาท์หน่อยเถอะ รู้มั๊ยครับว่า Sit My Duck แปลว่าอะไร ... มีใครแปลว่า "นั่งสิจ๊ะ เป็ดน้อย" มั่งครับ (เหมือน My Boo , My babe , My Hump อันหลังนี้ความหมายเดียวกันรึเปล่าไม่รู้นะ แต่ชอบ) ที่จริง คำ ๆ นี้ ไม่ใช่ สำนวนอะไรหรอกครับ มันเป็นคำผวนน่ะ ที่มามันมาจากคำว่าSuck My Dick น่ะ ลองผวนดูครับ ถ้าพูดเร็ว ๆ ก็จะได้ออกมาเป็น Sit My Duck นั่นแหละ และเข้ากับชื่อเพลงในภาษาไทยด้วย ปล.1 เด็ก ๆ ที่อ่านเอนทรี่นี้ รบกวนช่วยเซ็นเซอร์กันเอาเองนะหนูนะ ถ้าไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร ก็ไม่ต้องสนใจ อ่านเลยไปซะนะครับ ปล.2 นี่เรื่องจริงนะครับ แอบถามโทนี่มา ทำไมต้อง Sit My Duck ด้วยว้า !!! --]

แต่ถึงแม้ว่าอัลบั้มนี้จะไม่มี Swing ที่ผมโปรดปราน (อยากเขียนเป็นภาษาไทย แต่กลัวจะอ่านกันเป็น สะ-หวิง) แต่ก็มีเพลงหลาย ๆ เพลง ที่ไพเราะ โดยเฉพาะเพลงเร็วทั้งหลายในอัลบั้มนี้ มีความโดดเด่นที่เฉพาะตัว ด้วยเทคนิคการร้องแปลก ๆ ใหม่ ๆ อย่างเพลง Lets Get On The Floor การผสมผสานบทกวีไฮกุ ของญี่ปุ่น เข้ามาในเพลงอย่าง รอ (Memorial Song For Tsunami)" , เสียงเปียโนอันไพเราะในเพลง Isnt It The Endเอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะมารีวิวเป็นเพลง ๆ ไปในแบบฉบับของผมก็แล้วกันนะครับ

มาถึงเรื่องของ Packaging กันบ้าง ใครที่บ้า Package ล่ะก้อ รับรองได้เลยว่า จะชอบอัลบั้มนี้ เพราะรูปแบบน่าดึงดูดให้ซื้อตั้งแต่แรกเห็นเลย พอแกะกล่องออกมา ก็พบกับ โปสการ์ด ที่เป็นรูปศิลปินในกลุ่มโมโนโทน และด้านหลังเป็นเนื้อเพลง ต้องขอบอกว่า ไอเดียดีครับ แต่แหม ขอติ นิดเถอะ มาพลาดเรื่องลำดับของ Track เพลงซะนี่ ใครที่ซื้อมาแล้ว ลองดูที่โปสการ์ดแต่ละใบดูนะครับ เลขที่ Track ซ้ำกันบ้าง เช่น Track 06 ซ้ำกันตั้งสามใบ และเลขก็ไม่ตรงกับปกหลังด้วย อย่างในปกหลัง เป็น Track 01 ในการ์ด เป็น Track 1 ประมาณนี้ครับ แต่นี่ก็คือข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ที่คนออกแบบควรจะนำไปแก้ไขในงานต่อไปครับ

Monotone

โดยรวม ๆ แล้ว อัลบั้มนี้ผมการันตีว่าเป็นงานคุณภาพ ที่คอเพลงไทย ไม่น่าจะพลาด ควรจะไปหามาสะสมไว้บนชั้น CD ของคุณเป็นอย่างยิ่ง ช่วยกันสนับสนุนหน่อยนะครับ ศิลปินที่มาร่วมงานในครั้งนี้หลายร้อยคน ขายได้มาหารกัน จะเหลือคนละเท่าไหร่วะคับเนี่ย งานนี้เป็นอีกงานที่ผมกล้าฟันธงว่า ศิลปินทุกท่าน ทำด้วยใจ ไม่หวังเงินครับ

รูปประกอบจากบล๊อกของ น้ำหวาน ครับ พอดีไม่ได้เอาสแกนเนอร์ติดมาด้วย ขอบคุณน้ำหวานมาก ๆ นะครับ ที่ยอมให้หักคอ (วันนี้รู้สึกคอเคล็ดรึยังครับ)

Related Links

Comment

Comment:

Tweet

มาสวัสดีตอนดึกๆค่ะ

เพลงเป็นยังไง นู๋มะลิไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าดูสภาพโดยรวมของบล็อคแล้วอยากเป็นทหารเรือจังเลย แต่มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วค่ะ อิอิ อายุเกิน

#23 By นู๋มะลิ (58.8.177.180) on 2008-07-04 00:44

แวะมาเยี่ยมคะ

ชอบโมโนโทนเหมือนกันคะ..

^^

#22 By 1fineday on 2008-07-03 12:15

เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ

#21 By คนน่ารัก (125.26.243.143) on 2007-06-28 12:41

i remember you now, mr. shine
how di?

thanks for being with us from year 2002 ...yeah...so much thanks..
we grow up ...and my dream is already accomplished....thai music industry is getting better in term of quality of sound, creativities, vocal lines, melody, composition , everything.....thanks for purchasing our cd...

;-)

hope one day people will appreciate other music besides thai pop rock style...

bye bye

#20 By tony monotone aka jazzinlove (124.120.148.64) on 2006-07-01 09:32

ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่
My hump??

#7 By Poppii on 2006-03-28 15:11

Facebook