My Life on the Knox Part III

posted on 21 Mar 2006 01:15 by zedth in Diary, Navy-Story

ชีวิตบนเรือ Knox ของผมยังไม่จบครับ อยู่มาสามปีกว่า ๆ มันก็ต้องมีเรื่องเยอะเป็นธรรมดา ตอนแรกที่ผมมาอยู่ ผมยังไม่มีตำแหน่งเลยด้วยซ้ำ ที่กองเรือส่งผมมาฝึกงานก่อนสองเดือน เพื่อที่จะให้บรรจุในตำแหน่ง นายช่างกล อย่างที่เล่ามาก่อนหน้านี้ และสิ่งที่ต้องทำอย่างหนักก็คือ การศึกษาหาความรู้ แต่นอกจากการศึกษาหาความรู้แล้ว ผมก็ยังต้องผูกมิตรกับกำลังพลประจำเรือ โดยเฉพาะ พันจ่า และ จ่า ในแผนกช่างกล เพราะพวกเขาเหล่านี้ คือผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง เป็นผู้ที่รู้เรื่องเรือลำนี้ดียิ่งกว่านายทหารอย่างผมเสียอีก เพราะเค้าผูกติดกับเรือลำนี้มาอย่างน้อย ๆ ก็ห้าปี ตามอายุของเรือตั้งแต่ไปรับเรือมา ดังนั้น ผมจึงต้องผูกมิตรไว้ เพื่อให้เค้าถ่ายทอดความรู้ให้กับผม และแนะนำตักเตือนผม ในยามที่ผมอาจจะทำอะไรผิดพลาดไป

ทหารเรือนั้นถือว่า การอยู่อาศัยในเรือลำเดียวกัน ก็เหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน สำหรับครอบครัวนี้ เราเรียกกันว่า ครอบครัวนภาลัย ใครผ่านเรือลำนี้มา เราถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันหมด ไม่แปลกหรอก ที่พวกเราจะรักและสนิทสนมกัน นั่นก็เพราะว่า เราร่วมหัวจมท้ายกันมาด้วยกัน ฝึกหนัก , เข้ายาม , ปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ มาด้วยกัน ต่างคนต่างเห็นใจซึ่งกันและกัน ถ้าหม้อน้ำมันตูมขึ้นมา เราก็ไปพร้อมกันนั่นแหละ ดังนั้น กำลังพลปากเรือ (ปากเรือ คือ คำเรียก ทหารเรือที่เป็นพรรคนาวิน) จึงให้ความไว้วางใจ และเห็นใจกำลังพลแผนกช่างกลเป็นพิเศษ เพราะรู้และเห็นว่า พรรคกลินลำนี้ (พรรคกลิน คือ ทหารเรือฝ่ายช่างกล) นั้นเข้ายามเหน็ดเหนื่อย และมีงานหนักมากขนาดไหน

ด้วยกำลังพลที่มีมากเป็นอันดับต้น ๆ รองจาก ร.ล.จักรีนฤเบศร และ ร.ล.สิมิลัน โดยมีกำลังพลเต็มอัตราเป็นจำนวนถึง 329 คน แต่จำนวนที่บรรจุจริง ๆ ประมาณ 200 คนนั้น ก็เป็นการยากที่จะรู้จักทุก ๆ คนได้หมด ผมจึงต้องเริ่มจากการทำความรู้จักกับกำลังพลของแผนกตัวเองก่อน โดยเฉพาะแค่แผนกตัวเองเต็ม ๆ ก็ 97 คนแล้ว แต่ที่บรรจุในขณะนั้นก็ประมาณ 80 คน ก็เป็นงานหนักสำหรับผม คนที่เข้าสังคมไม่ค่อยเก่งอยู่เหมือนกัน

ดังนั้น ผมก็ต้องอาศัยกุศโลบายอะไรบางอย่างในการตีสนิทลูกน้องในแผนกครับ นั่นก็คือ การตกหมึกในเวลากลางคืนนั่นเองครับ การตกหมึกจะว่าไปมันก็เป็นกิจกรรมเข้าสังคมอย่างหนึ่ง คล้าย ๆ กับการตีกอล์ฟ แต่ดีกว่า คือไม่ต้องลงทุนมากมาย แต่ข้อเสียคือต้องตกเวลากลางคืน และบางครั้งก็ล่วงเลยไปจนเกือบเช้า เท่านั้น ในระหว่างวัน ผมก็จะอ่านหนังสือ สอบถาม หาความรู้จากกำลังพลในแผนก ตกเย็น ผมก็พักผ่อน แต่พอสักสามทุ่ม ผมก็จะเริ่มประจำการแล้ว นั่นก็คือ การไปนั่งตกหมึก ไม่บริเวณท้ายเรือ ก็บนท่าที่จอดเรือนั่นแหละ โดยผมจะรอให้มีประจำเรือมานั่งตกก่อน เพราะว่าเค้าจะต้องลงไฟสปอร์ตไลท์ เพื่อล่อปลาหมึก พวกปลาหมึกก็จะมากันเป็นฝูง ๆ รวมถึงฝูงปลาซิวปลาสร้อยด้วย แต่ปลาพวกนี้ไม่ใช่เป้าหมายครับ เราสนแค่หมึก

สำหรับตัวผมนั้นก็มีคันเบ็ดอันนึงครับ ซื้อมาถูก ๆ ไม่ได้กะตกเป็นอาชีพ เอาแค่พอขำ ๆ เท่านั้น แล้วก็มีถ้วยใบหนึ่งมาใส่ปลาหมึกที่ตกได้ พอได้ที่แล้ว ผมก็นั่ง หย่อนเบ็ดลงไปในน้ำ นั่งกระตุกไปเรื่อย ๆ (วิธีการตก รายละเอียด เทคนิค มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ) ระหว่างนั้นก็จะเริ่มนั่งคุยครับ คุยเรื่อยเปื่อยบ้าง สาระบ้าง โดยผมจะเปิดประเด็นคำถามครับ เช่น ตอนไปรับเรือเป็นอย่างไรบ้างครับ ? , เมื่อกลางวันผมอ่านเรื่องนี้ ๆ ๆ ไป ไม่ค่อยเข้าใจเลย ช่วยอธิบายทีสิครับ ? , เคยเจอปัญหาอะไรเกี่ยวกับ เครื่องจักรใหญ่ หม้อน้ำ อะไรมาบ้างครับ? จากนั้นผมก็จะนั่งฟัง และเก็บข้อมูลเข้าหัว นับว่าเป็นการเรียนรู้ที่รวดเร็ว และก็ได้สร้างความสนิทสนมไปด้วยในตัว และผมก็ยังยิงคำถาม เกี่ยวกับเรื่อง สารทุกข์ สุกดิบ ของพวกเขา , ถามถึงทางบ้าน แสดงความสนใจในเรื่องส่วนตัวของพวกเขา , ฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกครองของนายทหาร และก็สลับกับการเล่าเรื่องส่วนตัว และประสบการณ์ของผมให้ฟังบ้างครับ ซึ่งชีวิตในช่วงแรก ๆ ของผมก็จะเป็นแบบนี้เกือบทุกวัน คุยกับคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง คอแห้ง ๆ ก็ซื้อน้ำมาเลี้ยง ทำให้ผมสนิทสนมกับประจำเรือได้อย่างรวดเร็วทีเดียว

นอกจากการตกหมึกแล้ว วิธีการผูกมิตรที่ดีอีกวิธีหนึ่งก็คือ เวลาเข้ายามเรือเดิน หากผมเห็นว่า Plant มันนิ่งแล้ว (Steady) ผมก็มักจะลุกจากเก้าอี้นายยาม ไปเดินตรวจยามตามห้องเครื่องต่าง ๆ ชวนพวกเค้าคุยบ้าง สอบถามว่า อุปกรณ์ตัวนี้ทำอะไร ลิ้นตัวนี้อยู่ตรงไหน บางทีก็ไปนั่งอยู่ที่ห้องควบคุมหม้อน้ำ นั่งคุยไปเรื่อยจนหมดเวลาเข้ายาม (ในระหว่างที่ไปคุยกับยามตามที่ต่าง ๆ ผมยังสามารถติดต่อและรับข่าวสารข้อมูล จากห้องเครื่องต่าง ๆ ได้ผ่านทางเครือข่ายวงจรสื่อสาร)

และเวลาที่จะได้แสดงความเป็นสปิริตของหัวหน้าที่ดีที่สุดก็คือ ยามลำบากครับ อย่างเช่น เวลามีอุปกรณ์เครื่องจักรชำรุด เราก็จะต้องอยู่ดูเป็นเพื่อนเค้าครับ จริงอยู่ว่าผมไม่ต้องลงมือทำเอง เพียงแต่เป็นผู้ชี้แนะ และวิเคราะห์ปัญหาเท่านั้น แต่ผมก็ต้องอยู่ดูเป็นเพื่อนครับ บางทีถ้าเป็นนายยามพรรคกลินเรือเดินด้วย ก็จะต้องหมั่นเดินไปดูบ่อย ๆ ออกยามแล้วก็มาดูครับ เพราะคนทำ เค้าก็ไม่ได้พักเหมือนกัน แต่ว่าพอเค้าเสร็จงานแล้ว เราก็ต้องให้สิทธิเค้าในการได้อาบน้ำ ได้พักผ่อนในยามที่คนอื่นเค้าปฏิบัติงาน อย่างนี้เป็นต้นครับ

ในเวลาที่ลูกน้องของเราเดือดร้อน ก็ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือไม่ได้เลย งานศพ งานบวช งานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่ ผมจะไปแทบทุกงาน ถ้าไม่ติดธุระจำเป็นจริง ๆ ไปร่วมงานไกล ๆ ตามต่างจังหวัดก็ไปบ่อย ๆ , เป็นประธานในงานแต่งงานก็เคยมาแล้ว , โดนยืมเงินไม่คืน ก็เคย , ไปรับลูกน้องจาก สภ.อ. ก็เคย , ลูกน้องขับรถชนตอนดึก ๆ ก็ต้องขับรถออกไปดู ไปช่วยเหลือ สิ่งเหล่านี้ มันอยู่บนบ่าของเราครับ เมื่อเราเป็นนายเขาแล้ว เราก็ต้องแบกสิ่งแหล่านี้ไว้บนบ่าของเรา

นอกจากจะให้คุณแล้ว เราก็ต้องให้โทษด้วยครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีคนเหลิง และคิดว่าเราใจดี จะทำผิดก็ไม่ว่าอะไร ตั้งแต่อยู่มาผมก็ทำโทษคนไปเยอะพอดู บางครั้งก็ต้องเด็ดขาดกับเรื่องที่ไม่ถูกต้องบ้างครับ ถ้าสืบหาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าผิดจริง ก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบ ไม่งั้น สังคมก็จะฟอนเฟะครับ

สิ่งเหล่านี้ล่ะครับ ที่เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มันทำให้เราผูกพันเป็นเหมือนครอบครัว ซึ่งก็เอื้อประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในเรือเป็นอย่างมาก และก็ได้ช่วยผมเป็นอย่างมากเช่นกัน อยากจะขอบคุณพวกเค้าอีกสักครั้ง เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไปร่วมงานกันอีก

ป.ล.1 ว่าจะเขียนเกี่ยวกับ ชีวิตในเรือ Knox ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นเรื่อง ภาวะผู้นำ ไปซะนี่ ทีแรกว่าจะลบท่อนหลังทิ้งละ แต่เอาเถอะ นั่นคือประสบการณ์ที่ผมได้รับมาจากเรือลำนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยตัดสินใจนำมาลงดีกว่า

ป.ล.2 พรุ่งนี้รอลุ้นนะครับ ว่า จะมีภาค 4 หรือเปล่า หรือว่าผมจะดองไปอีกสัปดาห์นึง อันนี้ผมก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันครับ 555

บทความตอนที่เกี่ยวข้อง

Comment

Comment:

Tweet

โชคดี...ไม่ลบตอนท้ายออกเสียดายแย่

#19 By MayaKniGht on 2007-03-09 19:53

อยากบอกคำเดียวครับว่า ชีวิตน่าอิฉจาจริงๆแฮะ อยากเป็นทหารเรือจริงๆแฮะเรา

#18 By Lastwaltz on 2006-03-22 20:31

เห็นบล็อคนี้ที่ไร เหมือน อยากจะไปทะเลทุกทีเลย

#17 By The Past on 2006-03-22 08:20

ชอบอ่านเจ้าชายน้อย..
สวยจังเลย เฮดเดอร์ ข้างบน
เจ้าชายน้อย..ข้าขอถาม บนดวงดาวเจ้า มีสันติภาพหลงเหลืออยู่บ้างมั๊ย?

#16 By ย้งยี้ on 2006-03-21 20:05

โค้ดตัวอักษรมีเงา
<p /><div align="center"><font style="FONT-WEIGHT: bolder; FONT-SIZE: 30px; FILTER: blur(add=1, direction=40,strength=10); WIDTH: 200px; HEIGHT: 163px" color="#00b2ee"><font face="Ms sans serif" color="#0000cc" size="4"><strong><p align="center"><br /></p><p align="center" /><p align="center"><font face="MS Sans Serif" color="#333333" size="4">ตัวอักษรมีเงา</font></p></strong></font></font></div>

#15 By จั่นเจา on 2006-03-21 19:26

สวัสดีนะคะ

#14 By ว.26 on 2006-03-21 18:12

เหมือนออกไปใช้ชีวิตอยู่กเมืองๆนึงเลยนะครับ

#13 By kemkem on 2006-03-21 17:29

มันกลายเป็นเรื่องว่าแต่ว่า อยากตกหมึกด้วยค่ะ
อยากรู้ว่าเอาหมึกที่ได้มาทำอะไรกิน
เข้าเรื่องกินซะง้านนนน น่ะค่ะ
รูปล่ะคะ

#12 By namwarn on 2006-03-21 13:55

เป็นนายคน...ไม่ได้เป็นกันที่บ่า
แต่ว่าต้องเป็นที่หัวใจ....เนอะ


ป.ล. หนูผ่าฟันเสร็จแล้ว กำลังชา คาดว่าคืนนี้จะปวด

#11 By เมพหมี shakri on 2006-03-21 12:20

ว๊าว...ดีจังเลยนะคะได้ตกหมึกด้วย ชอบกินปลาหมึกค่ะ แต่ถ้าให้ตกคงไม่ไหวค่ะ เคยเห็นเค้าต้องส่องไฟลงไปก่อน แล้วปลาหมึกเค้าจะมาเล่นไฟ เราก็จับเอาเลยใช่หรือเปล่าคะ happy tuesday ค่ะ

#10 By มีนาคม on 2006-03-21 11:15

ครอบครัวนภาลัยมาจากชื่อเรือครับ เมื่อก่อนมีวงคนตรีนภาลัย band ด้วย ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีรึป่าว ได้ข่าวว่าเจ้าชายน้อยก็เล่นดนตรีนี่นา .......

#9 By พี่ศร (203.130.142.66 /10.106.6.65) on 2006-03-21 10:38

อยู่กันเป็นเหมือนครอบครัว พีก็คิดเหมือนกันนะคะ เวลาทำงานร่วมกันก็ต้องช่วยเหลือกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เคารพซึ่งกันและกัน..

ชื่อ ครอบครัว "นภาลัย" หมายถึงท้องฟ้าหรือเปล่าคะ..นภา = ท้องฟ้า

อืม..ตกหมึก..นึกแล้วอยากไปลองตกบ้าง แต่ไม่ค่อยทานปลาหมึกเท่าไหร่

รอค่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ก็เข้ามาอ่านอยู่แล้วอ่ะค่ะ คุณ ชาย..

#8 By ท้องฟ้า on 2006-03-21 10:09

อ่านถึงตอนตกหมึก
อยากกินปลาหมึกย่างจิ้มซ็อสแซ่บๆ จัง

#7 By จั่นเจา (58.9.29.216) on 2006-03-21 10:01

ผ่านมา 3 ภาคไปแระ ..
ยังไม่รู้เลยว่าชั้น Knox หมายถึงอะไร
สงสัยต้องมารอภาค 4 ..

เคยตกหมึกเหมือนกัน แต่ตอนกลางวัน
พอเอามันขึ้นมาบนบก .. สีมันจะวูบวาบๆ
จะว่าสวยก็สวย สงสารก็สงสาร
เลยตกครั้งเดียวเลิก
รู้สึกว่าตอนมันวูบวาบ มันคงกำลังเบปวด ไม่ก็สำลักอากาศอ่ะ ..

#6 By ++ HoORaY ++ on 2006-03-21 05:26

เท่ห์จริงๆ เลยเจ้าชายน้อยของผม ...

เรื่องนี้ต้องรีบอ่านคืนนี้ เพราะปล่อยไว้พรุ่งนี้สงสัยจะขี้เกียจอ่าน ...

entry นี้ไม่มีรูปเลยนะครับ

ตกหมึกนอกจากสร้างสัมพันธ์แล้ว ยังทำให้อิ่มอร่อยด้วยหรือเปล่าครับ
รอติดตามภาคต่อๆไปอยู่ค่ะ ทำให้มีความรู้มากขึ้นอีกเยอะเลย

#4 By หนมอบ on 2006-03-21 01:38

นึกว่าจะเขียนเรื่องอะไร ที่แท้เรื่องหมึกนี่เอง เค้าว่าที่ๆดีที่สุดที่จะตกหมึกก็ต้องท่าเรือจุกเสม็ดแหล่ะเนอะ
พูดถึงประจำเรือ เจอพวกพันจ่าที่อายุมากมาสวัสดีแล้วปวดหัวเลยอ่ะ แถมกลายเป็น คุณนายผู้การ ของลุงๆไปแล้วอีก หวัดดีครับ คุณนายผู้การ แบบเนี้ยอ่า

ว่าๆไป งานแต่งเค้าก็เหมือนงานคืนสู่เหย้าชาวพุทธสองเหมือนกันเนอะพี่ชาย ไปกันตั้งกะผู้การ ยัน ประจำเรือเลยอ่ะ อือ แต่พี่ชายสงกะสัยจะไม่รู้จักแล้วอ่า

นี่ยังจะมีภาคสี่อีกเหรอ ยาวกว่า ลอร์ด ออฟเดอะริง อีกนะเนี่ย ไปกันใหญ่แล้ว

#3 By Poppii on 2006-03-21 01:35

ต้องอยู่กันเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆเลยนะครับ

...........

สนุกดีครับ เขียนอีกภาคนะครับ จะรอลุ้น

#2 By PeeYong \-_-> on 2006-03-21 01:20

ดีออกได้อ่านแบบ ทูอินวัน สองอย่างในเรื่องเดียวเลยอะ

#1 By Catch me if u can (203.144.187.18) on 2006-03-21 01:19

Facebook