My Life on the Knox Part II

posted on 19 Mar 2006 16:45 by zedth in Diary, Navy-Story

USS. Ouellet

ในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือชั้น Knox นั้น สิ่งที่ปฏิบัติควบคู่กันไปกับการศึกษาหาความรู้ และการทำงานตามปกติแล้วนั้น ก็คือการใช้ชีวิตอยู่บนเรือ เรียกได้ว่าเรือคือบ้านของผมที่สัตหีบเลยก็ได้ เพราะผมกิน และนอนอยู่บนเรือลำนี้ มาปีกว่าก่อนที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองที่สัตหีบ

ชีวิตความเป็นอยู่บนเรือที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของกองทัพเรือนั้น ไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครหลายคนคิด แต่ตรงกันข้ามเลยทีเดียว ห้องนอนที่ผมไปอยู่นั้น เป็นห้องเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 8x8 เมตร ที่ต้องนอนรวมกันถึง 12 คน เรียกว่า ห้อง น.12 โดยจะแบ่งห้องออกเป็น ซอกเล็ก ๆ สองซอก ซ้ายขวาของแต่ละซอกจะเป็นเตียงสามชั้น หน้าทางเข้า ก็จะมีตู้ โต๊ะ เก้าอี้ และชั้นวางของ ภายในห้องนี้ยังแบ่งส่วนหนึ่งเป็นห้องอาบน้ำหนึ่งห้อง , ห้องน้ำหนึ่งห้อง และ อ่างล้างหน้า อีก 2 อ่าง บอกอย่างนี้อาจจะนึกว่าใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วต้องบอกว่า โคตรคับแคบมาก ๆ เตียงสามชั้นที่ว่า นอนตะแคงก็เกือบจะติดเตียงข้างบนแล้ว นอนดิ้นไม่ได้ รับรองว่าตกเตียงแน่นอน เตียงอันนี้ออกแบบพิเศษให้เปิดพื้นเตียงออกมาเป็นที่เก็บของได้ เพื่อเป็นการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ที่สุด


อุปกรณ์อาบน้ำเยอะตามจำนวนคน

 

ผมอัศจรรย์ใจกับห้องนอนนี้มาก ๆ ว่า นายทหารของเรือลำนี้ ทำไมมันลำบากอย่างนี้ สมัยก่อนตอนเป็นนักเรียน ฝึกภาคทะเล นอนห้องพลทหาร ยังใหญ่โตกว่านี้เลย ตอนหลังมาถึงบางอ้อ มารู้สาเหตุทีหลัง ว่า เรือลำนี้เป็นเรือที่ต่อขึ้นเพื่อเข้าสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีห้องนอนที่สะดวกสบายอะไร เพราะเวลาส่วนใหญ่ที่อยู่ในเรือ จะหมดไปกับการเข้ายามรบ และการประจำสถานีรบ เรียกได้ว่า ประจำสถานีรบกันเกือบ 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ดังนั้น ห้องนอนจึงไม่ค่อยได้ใช้หรอกครับ และที่สำคัญ ห้องนี้เป็นห้องนอนของนายทหารหญิงครับ จึงเล็กกว่าห้องของนายทหารชายมาก

ห้องที่สำคัญอีกห้องหนึ่งก็คือ ห้องโถงนายทหาร หรือว่า Wardroom ห้องนี้จะเป็นห้องพักผ่อนและห้องรับประทานอาหารของนายทหารสัญญาบัตร เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่โตกว่า ห้อง น. 12 เสียอีกครับ ในห้องนี้จะมีโต๊ะทานข้าวสองตัว มีโซฟารับแขกนุ่มสบาย , โทรทัศน์ขนาด 29 นิ้ว , เครื่องเล่นดีวีดี , คอมพิวเตอร์สำหรับทำงาน และ สันทนาการ และบาร์เครื่องดื่มครับ ผมชอบมาใช้ห้องนี้นั่งทำงานเนื่องจากว่า ผมไม่มีห้องทำงานเป็นของตัวเอง จึงต้องอาศัยห้องนี้ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน จนช่วงหลัง ๆ ผมก็นอนมันบนโซฟาในห้องนี้ซะเลยครับ สบายดี เรื่องนอนบนโซฟาห้องโถงนายทหารถือเป็นเรื่องปกติของทหารเรือนะครับ เนื่องจากเรือบางลำที่นอนไม่พอ นายทหารก็ต้องมาอาศัยห้องโถง ซึ่งสะดวกสบายที่สุดนี่แหละ เป็นห้องนอน อันนี้เป็นกันหลายลำ

ภายในห้องโถงนายทหารนี้ จะมีมุมอยู่มุมหนึ่งที่ใช้วางโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเป็นมุมเดียวที่มีคลื่นโทรศัพท์ เพราะว่าเหล็กตัวเรือของเรือลำนี้นั้นหนามาก ๆ และตัวเรือเป็นลักษณะของตัวเรือสองชั้นด้วย คลื่นมือถือเลยทะลุทะลวงได้ยากลำบาก มีเพียงแค่มุมนั้นเท่านั้น ที่รับโทรศัพท์ได้ ดังนั้นนายทหารทุกคนก็จะเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ตรงนั้นกัน พอเวลามีโทรศัพท์เข้า ก็เดินไปหยิบและเดินออกไปโทรข้างนอก เพราะคุยข้างใน ตรงมุมนั้น สัญญาณก็ไม่ชัดอีก ผมบอกแล้วงัย อยู่เรือลำนี้มันลำบาก แม้แต่เรื่องโทรศัพท์

พูดถึงเรื่องที่หลับที่นอน ภายในเรือลำนี้ ผมเปลี่ยนที่นอนมาหลายที่แล้ว (ที่นอนนะครับ ไม่ใช่คู่นอน กรุณาอย่าเผลอเรออ่านผิด หรือ เจตนาอ่านผิดเด็ดขาด) นอนหลับคาเก้าอี้นายยาม ในห้องควบคุมเครื่องจักรใหญ่ก็เคยมาแล้ว จำได้ไหมครับ ที่เล่าเมื่อวานนี้ ว่าเข้ายาม 24 ชั่วโมงด้วยความลำเค็ญ มันก็ต้องงีบหลับกันบนเก้าอี้ตัวนั้นน่ะแหละ เพราะว่ามันไปไหนไม่ได้

สมัยที่มาฝึกงานแรก ๆ ก็โดนให้ไปนอน ห้องนอนจ่า เพราะว่าที่ไม่พอ ห้องนี้ไปนอนบ่อยครับ เพราะเมื่อใดที่มีนายทหารมาลงฝึกกับเรือเยอะ ๆ ผมซึ่งเป็นนายทหารที่มีอาวุโสต่ำที่สุดก็ต้องเขยิบไปไล่ที่พวกจ่า ๆ ล่ะครับ จนตอนหลัง ๆ ไม่เอาแล้วเว้ย ใครจะนอนห้องจ่าก็นอนไป ผมไปนอน ห้องเสมียนช่างกล ดีกว่า สบายกว่า เอาที่นอนไปปู เตรียมหมอน ผ้าห่มไปด้วย ไปนอนอยู่คนเดียว สบายใจเฉิบ นาน ๆ ทีก็จะมีลูกน้องที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเปิดประตูเข้ามา โดยไม่รู้ว่าผมนอนอยู่ ก็จะขออนุญาตแล้วออกจากห้องไป (ขอโทษนั่นแหละ ใครไม่รู้เรื่องให้กลับไปอ่านเรื่อง ขออนุญาต นะครับ) พอตอนหลัง ๆ มาไปเจอห้องที่ไม่ค่อยมีคนใช้งานครับ เป็นห้องเล็ก ๆ เล็กกว่าห้องน้ำที่บ้านผมอีก แต่เป็นส่วนตัวดี ก็เลยไปนอนห้องนั้นซะเลย

อีกที่นึงก็คือ บน ดาดฟ้าเรือ ครับ ตอนนั้นไปลาดตระเวณแถวแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง เสร็จแล้วก็มาจอดเรือที่เกาะหนู จังหวัดสงขลา เพื่อรับเสบียงและเตรียมตัวกลับ แต่ปรากฏว่ามีคำสั่งให้เรือทอดสมออยู่หน้าเกาะหนูเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องเลิกหม้อน้ำ แล้วทีนี้พอเลิกหม้อน้ำปุ๊บ ต้องจำกัดพลังงานไฟฟ้า ไปใช้กับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่หล่อเย็นหม้อน้ำ และเครื่องจักรใหญ่ เครื่องไฟฟ้ากังหันไอน้ำครับ ซึ่งก็ส่งผลให้เดินเครื่องปรับอากาศไม่ได้ ทีนี้ก็นรกแตกเลย เพราะหม้อน้ำและท่อทางต่าง ๆ เริ่มระบายความร้อนออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ผลก็คืออยู่ในเรือไม่ได้ครับ ร้อนตับแล่บ ผมเลยต้องเอาที่นอน หมอน ผ้าห่ม มานอนบนดาดฟ้าเรือ พร้อ