My Life on the Knox Part I

posted on 18 Mar 2006 17:42 by zedth  in Diary, Navy-Story

ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย

หลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ ผมก็ต้องไปเรียนหลักสูตรภาคบังคับของกองทัพเรือ อีกสามหลักสูตร พอเรียนจบก็ได้รับการบรรจุในตำแหน่ง นายช่างกล ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย สังกัด หมวดเรือที่ 2 กองเรือฟริเกตที่ 1 เป็นตำแหน่งแรกของชีวิตนายทหารแห่งราชนาวีไทย (ร.ล. อ่านว่า เรือหลวงนะครับ ไม่ใช่ เรือรบหลวง อย่างที่ทุก ๆ คนเข้าใจ)

ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นเรือฟริเกตชั้น Knox ที่ต่อมาจากประเทศอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 และประจำการอยู่ในกองทัพเรือของสหรัฐอเมริกา อย่างยาวนานถึง 25 ปี และไทยได้ทำการซื้อต่อมาประจำการในไทยเมื่อ ปี พ.ศ. 2541 โดยมีหมายเลขบริเวณหัวเรือ คือ 462

สำหรับเรือลำนี้ ผมรู้สึกผูกพัน และประทับใจ มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนนายเรือแล้ว เนื่องจากเคยได้มาดูงานอยู่สองสามครั้งแล้วเกิดความชอบ ประกอบกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความอันตรายของเรือลำนี้ เนื่องจากเป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ ที่มีกำลังดันสูงถึง 1,275 PSI (Pounds per in2) และมีอุณหภูมิสูงถึง 950 F ดังนั้นหากไอน้ำเกิดรั่วขึ้นมา อันตรายที่เกิดขึ้นก็คือ แรงอัดของไอน้ำที่มีกำลังดันสูงสามารถเฉือนอวัยวะของคุณให้ขาดได้ในพริบตา ถ้าไอรั่วมาก ๆ ด้วยความร้อนขนาดนี้ ถ้าโดนไปจัง ๆ ก็จะมีสภาพเหมือนกับไก่อบในหม้ออบไอน้ำล่ะครับ ดังนั้น จึงมีน้อยคนนักที่อยากจะลงไปอยู่ในเรือลำนี้

มีคนคนหนึ่งบอกกับผมว่า ผมชอบเอาตัวเองไปอยู่ในสภาวะที่ถูกกดดัน และอันตราย สงสัยจะจริงครับ ผมอยากไปอยู่ในเรือลำนี้ ก็เพราะความท้าทาย และความเสี่ยงนี่เอง นอกเหนือไปจากนี้ ด้วยความที่เรือลำนี้เป็น เรือประเภท เรือฟริเกต ที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบแบบสามมิติ คือ รบใต้น้ำ กับเรือดำน้ำ รบผิวน้ำกับเรือผิวน้ำ และต่อต้านอากาศยาน อีกทั้งยังมีอาวุธปล่อยนำวิถีแบบ ฮาร์พูนอีก ทำให้เรือลำนี้เป็นเขี้ยวเล็บที่มีประสิทธิภาพสูงส่งของทหารเรือไทย ทำให้รู้สึกท้าทายมากยิ่งขึ้นไปอีก ที่จะได้ไปปฏิบัติงานกับเรือลำนี้

และก็เป็นอย่างที่คาดหวังครับ ผมก็ได้ไปปฏิบัติงานบนเรือลำนี้จริง ๆ เรือที่ใครหลาย ๆ คนวิ่งหนี แต่ผมเดินเข้าหาด้วยความเต็มใจ มีเรื่องแปลก ๆ อยู่อย่างคือ เลขทะเบียนรถผมในตอนนั้น คือ 9462 ซะด้วย เหมือนดวงเรามันสมพงษ์กันน่ะครับ ทำให้ผมได้มารู้จักกับเธอ และก็หลงรักเธอมากจริง ๆ ครับ (เรือเค้าให้สรรพนามเป็นผู้หญิงนะครับ)

เมื่อลงเรือครั้งแรก ก็ต้องมึนตึ้บ กับระบบท่อทางที่ซับซ้อน ,หม้อน้ำ , เครื่องจักรใหญ่ , เครื่องจักรช่วยต่าง ๆ ที่เป็นของที่ไม่เคยเรียนอย่างจริง ๆ จัง ๆ มาก่อน ซึ่งที่โรงเรียนนายเรือ จะเน้นหนักเรื่อง เครื่องยนต์ดีเซล แต่กับเครื่องกังหันไอน้ำกำลังดันสูงนั้น ได้รับความรู้มาแค่ผิว ๆ เท่านั้น ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมต้องทำก็คือ หาความรู้เป็นอันดับแรก

การเรียนรู้ระบบใหม่ ๆ (ใหม่สำหรับผม แต่เป็นเทคโนโลยีเก่า ๆ ที่กำเนิดมากว่า 50 ปีแล้ว) เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ทั้งจากการศึกษาจากตำราซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และจากการทดลองปฏิบัติงานจริง ในตำแหน่ง นายยามพรรคกลินเรือเดิน หรือ Engineering Officer of the Watch หรือเรียกสั้น ๆ ว่า EOOW (อ่านว่า อีอาว ครับ) การจะเป็น อีอาว ของเรือไอน้ำได้นั้นจะต้องรู้จัก วัฏจักรของไอน้ำ เป็นพื้นฐาน และรู้จักการทำงานของอุปกรณ์ในระบบอีกหลาย ๆ ชนิด ที่สัมพันธ์กัน เพราะอุปกรณ์ทุกตัวในวงจรมีความสำคัญ และเกื้อกูลซึ่งกัน หากอุปกรณ์ใด อุปกรณ์หนึ่งชำรุด ก็จะส่งผลกระทบต่อวัฏจักรของไอน้ำ และทำให้ระบบทำงานอย่างผิดปกติ บางครั้งถึงขั้นที่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงเลยทีเดียว ดังนั้น ด้วยงานที่เสี่ยงต่อความเป็นความตายแบบนี้ เลยไม่อาจเลี่ยงที่จะศึกษาหาความรู้ และธรรมชาติของอุปกรณ์แต่ละตัวได้ครับ ผมใช้เวลาอยู่เกือบสามเดือน และผ่านการออกทะเลมาหลายครั้ง กว่าที่พี่ ๆ จะไว้ใจให้คุม Plant ด้วยตัวคนเดียว คือเป็น อีอาว เต็มตัวว่างั้นเถอะ

การเป็นอีอาว ของเรือชั้นน๊อกซ์นั้น จัดว่าลำบาก และ ลำเค็ญเอาการอยู่ครับ เนื่องจากว่า ต้องคอยอยู่ที่หน้าแผงควบคุมเครื่องจักรใหญ่ อยู่ตลอดเวลาที่เข้ายาม เพราะระบบไอน้ำนั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว อุปกรณ์ใดชำรุด ทำงานผิดปกติ ค่าสถานะการทำงานมันจะมาแสดงผลที่ห้องควบคุม และเราจะต้องรู้ทันทีว่า ผลกระทบต่อไปที่จะตามมาคืออะไร และจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าทำไม่ทัน มีโอกาสพากันตายหมู่ได้ง่าย ๆ ครับ

แผงควบคุม
แผงควบคุม

ในการที่จะทำให้ระบบไอน้ำพร้อมใช้งานได้นั้น จะต้องเริ่มจากขั้นตอนการ ติดไฟหม้อน้ำ และเมื่อติดได้แล้ว ก็จะปรับให้หม้อน้ำอยู่ในสถานะที่เรียกว่า สถานะรุมไฟ คือ ปล่อยให้อุปกรณ์ต่าง ๆใน ระบบไอน้ำ ทำงานตามกระบวนการของมันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการใช้เครื่องจักรใหญ่ ซึ่งในระหว่าง รุมไฟ อยู่นี้ ก็จะต้องมีการเข้ายามกัน ซึ่ง ยามรุมไฟนี้ กินระยะเวลาถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ ไอ้พวกลูกน้องน่ะไม่เท่าไหร่ครับ เพราะผลัดเปลี่ยนกันได้ 6 ชั่วโมงก็จะเปลี่ยนกันไปพักสักที แต่ตัว อีอาว นี่สิครับ มันไม่มีคนเปลี่ยน มันมีผลัดละคน ดังนั้นเลยต้องรับเละครับ นั่งเฝ้าแผงควบคุมไป 24 ชั่วโมงเต็ม ๆ แถมจะหลับคาเก้าอี้ก็ไม่ได้อีก มีวูบ ๆ งีบ ๆ ได้ก็สัก 15 นาที ก็ต้องเหลือบตามาดู มาตรวัดต่าง ๆ ว่ายังทำงานปกติอยู่หรือเปล่า ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าใจมันกังวลครับ มันกลัวความผิดพลาด เพราะถ้าไฟหม้อน้ำดับเมื่อไหร่ ต้องอยู่ติดไฟรอบสองอีก เป็นอะไรที่ทรมานมาก ๆ ครับ ดังนั้นยามแต่ละชุดต้องเฝ้าหม้อน้ำให้ดีเลยล่ะครับ ไฟดับเมื่อไหร่มีเหนื่อย และพอออกยามอีกที ก็หลับเป็นตายไปทั้งวันเลยทีเดียว

ภาพตัดขวางหม้อน้ำ
ภาพตัดขวางของหม้อน้ำ

ผมเคยเจอประสบการณ์ไฟหม้อน้ำดับในผลัดของตัวเองมาบ่อยเหมือนกัน การที่จะติดไฟรอบสองขึ้นมาใหม่เนี่ย มันเหนื่อยเอามาก ๆ สาเหตุก็เพราะว่า เรือจะไม่มีแอร์ใช้ในช่วงนั้น แล้วพลังงานความร้อน 950 F มันก็จะเริ่มแผ่ออกมาจากหม้อน้ำ และท่อทางตลอดทั่วลำเรือ ยิ่งใกล้แหล่งกำเนิดเท่าไหร่ก็ยิ่งร้อนมากขึ้นเท่านั้น และในสภาพอากาศร้อน ๆ ความร้อนมันทำให้อากาศลอยหนีครับ และในห้องต่าง ๆ นี่ ประตูทางเข้าทางออก มันน้อย หน้าต่างก็ไม่มี อากาศเย็นมันไหลเข้ามาแทนที่ไม่ทันครับ บอกได้คำเดียวว่า ถ้าไฟหม้อน้ำดับเมื่อไหร่นี่ นรก มาเยือนของแท้ ทั้งร้อน และ มีอากาศไม่พอหายใจครับ บวกกับอดนอน และ ความเครียดอีก กดดันมากครับ และยิ่งถ้าติดไฟหม้อน้ำขึ้นมาใหม่ไม่สำเร็จนี่ จะยิ่งเครียดครับ เพราะเรามีโอกาสติดไฟใหม่ได้ อย่างมากก็ไม่เกินสามครั้ง เกินกว่านั้น จะไม่มีน้ำเหลือพอมาต้มครับ สรั่งกลคนเก่า เคยติดไฟหม้อน้ำถึง 12 ชั่วโมง แกถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลเลยล่ะครับ ดีว่าผมยังหนุ่มแน่นอยู่ ร่างกายเลยยังทนไหว สงสารก็แต่ประจำเรือที่อายุมาก ๆ สัก 40 ปี ขึ้นไปแล้วนี่ล่ะครับ มันเหนื่อยและล้าน่าดู (สรั่งกล คือ ตำแหน่งหนึ่งในแผนกช่างกล ซึ่งแผนกช่างกลนั้น จะมี ต้นกล เป็นหัวหน้าแผนก รองลงมา คือ รองต้นกล , นายช่างกล และสรั่งกล ตามลำดับ)

และทุกครั้งที่มีการปฏิบัติการที่สำคัญเมื่อไหร่ ก็จะเกิดอาการกังวลจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องลุกขึ้นมายืนเฝ้าอยู่หน้ามาตรวัด จ้องมาตรวัดแต่ละตัวแบบตาไม่กระพริบ ในมือก็กำโทรศัพท์สำหรับติดต่อไปตามห้องเครื่องต่าง ๆ เสียแน่น จนเหงื่อท่วม และภาวนาว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเลย อย่างเช่น การยิงสลุตหลวงถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วังไกลกังวล อ. หัวหิน , การฝึกร่วมกับ เฮลิคอปเตอร์ ที่จะต้องมี เฮลิคอปเตอร์ มาลงจอดที่เรือ , การรับ-ส่งสิ่งของในทะเล ซึ่งเรือจะต้องแล่นขนานกันในระยะที่ใกล้มาก ๆ และ การฝึกยิงปืนใหญ่เรือ ภารกิจเหล่านี้ล้วนสำคัญทั้งสิ้น ดังนั้นการรักษาระบบขับเคลื่อนให้สามารถทำงานได้ตลอดรอดฝั่ง ถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งเลยทีเดียว

Helicopter
การปฏิบัติการร่วมกับ ฮ.

ยิงปืนใหญ่
การยิงปืนใหญ่เรือ

ที่ชีวิตการอยู่เรือลำนี้ต้องลำบากแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า ตอนที่ลงเรือช่วงแรก ๆ ระหว่างที่กำลังเดินสำรวจท่อทางในระบบไอน้ำอยู่นั้น ผมเดินเข้าไปที่ห้องควบคุมเครื่องจักรใหญ่ และอธิฐานกับพระรูปของเสด็จเตี่ย ว่า ขอให้ผมได้ทำงานบนเรือลำนี้ ด้วยอุปสรรคพอสมควร อย่าให้ผมได้ปฏิบัติงานด้วยความราบรื่น แต่ก็ขอให้พระองค์ท่านช่วยดลบันดาลให้ผมก้าวพ้นอุปสรรคนั้นไปได้ สาเหตุที่ผมอธิฐานเช่นนั้น ก็เพราะว่า การที่เราได้เจออุปสรรค มันจะเป็นการฝึกฝนให้เราได้แก้ปัญหา เพิ่มประสบการณ์ให้เราในทางลัด และหลังจากนั้น ผมก็ได้ประสบกับปัญหานานับประการเลยล่ะครับ

ผมเคยมีปัญหาเรื่องเครื่องกลั่นน้ำ ไม่สามารถกลั่นน้ำได้ ต้องลงไปดูเจ้าหน้าที่ของเรือซ่อมทำอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งตำแหน่งของเครื่องกลั่นน้ำก็อยู่ลงไปด้านล่างของห้องควบคุมเครื่องจักรใหญ่ ผมก็เป็นห่วงทางด้านล่าง เนื่องจากเป็นปัญหาใหญ่เอาการ ก็ลงไปดู ปรากฏว่าช่วงเวลาที่ลงไปดูไม่ถึงห้านาที เดินกลับขึ้นมาที่แผงควบคุม เห็นกำลังดันน้ำทะเลหล่อเย็นเครื่องอัดลม ตกวูบไปเหลือ 0 PSI ซะแล้ว ต้องรีบสั่งการให้ไปเดินพัดน้ำทะเลตัวที่ Stand By แทบไม่ทัน ถ้าช้ากว่านั้น ได้เลิกหม้อน้ำแน่ๆ

อีกครั้งหนึ่ง เกิดไอรั่วที่ท่อทางไอเข้าเครื่องจักรใหญ่ จำเป็นต้องเปลี่ยน flangeของท่อนั้น (flangeคือแผ่นเหล็กวงกลมที่อยู่ระหว่างท่อไอสองท่อ เพื่อทำให้ท่อทั้งสองแนบกันสนิทไม่เกิดการรั่วไหล) แต่เรามารู้ตัวตอนที่ติดไฟหม้อน้ำไปแล้ว การที่จะเลิกหม้อน้ำแล้วแก้ปัญหานี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากทำ เพราะจะทำให้เรือเสียภารกิจ จำเป็นต้องเปลี่ยนในขณะที่มีกำลังดันในระบบ เราจึงต้องมอบความไว้วางใจให้กับลิ้นไอใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องหม้อน้ำ และห้องเครื่องจักรใหญ่ แล้วทำการเปลี่ยน flange ท่อนั้นให้เร็วที่สุด ซึ่งเราก็สามารถแก้ปัญหานั้นได้สำเร็จลุล่วง ซึ่งกรณีนี้ หากลิ้นตัวนั้นเกิดรั่วขึ้นมาล่ะก้อ เป็นไก่ต้มกันทั้งห้องครับ รวมทั้ง ผม , ต้นกล และสรั่งกล ด้วย

และครั้งที่จำไม่เคยลืมเลยก็คือ ตอนที่ลิ้นเปิดปิดไอเข้าเครื่องจักรใหญ่เกิดค้างตอนกำลังเปิดไอเข้าในตำแหน่งเดินหน้า เพื่อทดลองเครื่องจักรใหญ่ว่าทำงานได้หรือไม่ ทีนี้พอลิ้นมันค้าง ไอน้ำมันก็จะเข้าไปปั่นเครื่องจักรใหญ่ที่เป็นเครื่องกังหัน หรือว่า Turbine และหากเข้าไปในปริมาณที่มากพอล่ะก้อ เรือมันก็จะเคลื่อนที่ครับ และทางด้านหน้าเรือของผมขณะนั้นก็มี ร.ล.จักรีนฤเบศร จอดอยู่เสียด้วย ดีว่า ฝึกกันมาดี พอเกิดสถานการณ์แบบนี้ ก็รีบปิดลิ้นนั้นด้วยลิ้นฉุกเฉินทันทีครับ ไม่อย่างนั้นล่ะก้อ ได้ชนเรือจักรีฯ เป็นข่าวกระฉ่อนแน่ ๆ

นอกจากนี้ ก็ยังมีกรณีเหตุขัดข้องอีกเยอะครับ สาธยายไม่หมด ซึ่งทั้งหมดก็แก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามความมุ่งหมายของกองทัพเรือ รวมถึงเมื่อครั้งที่ต้องออกเรือไปกัมพูชา กรณีเหตุการณ์เผาสถานฑูตกัมพูชาด้วย แต่ว่าเหตุการณ์ก็สามารถคลี่คลายได้ดี แต่ก็แอบเสียดายนิด ๆ ว่า น่าจะได้ยิงปืนเรือออกไปสักนัดนะ (ไม่ได้กระหายสงครามนะครับ แต่จะได้มีเรื่องตื่นเต้นในชีวิตเพิ่มขึ้นงัย)

เป็นยังงัยบ้างครับ กับชีวิตอยู่เรือของผมบนเรือ Knox ลำนี้ เรื่องราวยังไม่จบเท่านี้ครับ ยังเหลือเรื่องความเป็นอยู่อีกครับ วันนี้แค่เรื่อง EOOW อย่างเดียว ก็ซัดไปหลายบรรทัดแล้ว สำหรับวันนี้คงต้องพอเท่านี้ก่อนละกัน พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อครับ

บทความตอนที่เกี่ยวข้อง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก่อนหน้านี้รู้จักแต่ อี ไฟแนนซ์/อีเกริล์/อีแบงค์กิ้ง วันนี้รู้จักเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคือ อีอาว

#1 By catch me if u can (203.118.124.4) on 2006-03-18 21:32

โอ้...นึกภาพพี่ชายโดนคล้ายๆ ไก่หม้อตุ๋นไอน้ำสตีมเมอร์....อันตรายนะเนี่ย - -"
อยู่ในสถานการณ์เสียงเยอะจัง

#3 By Arthuran™ on 2006-03-18 21:59

*เสี่ยง
พิมพ์ผิดซะงั้น >_<~

#4 By Arthuran™ on 2006-03-18 22:00

โอ้ว ไม่รู้เื่รื่องเลย อ่า แง่มๆ

#5 By - LittleMonkey - on 2006-03-18 22:12

ปวดหัวจริงๆ แม้จะจบวิศวะ แต่ผมไม่เคยชอบเรื่องเครื่องจักรเครื่องกลพวกนี้เลย

แต่ชื่นชมคุณเจ้าชายน้อยนะครับ ที่ยอมอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงแบบนี้ ... เพราะถ้าไม่มีคนแบบเจ้าชายน้อยอยู่ เรือลำนี้ก็คงเป็นเพียงเรือโชว์แน่เลยครับ ...

ขอบคุณครับอีอาว ....
บอกเค้าด้วยจิว่า ไปรับเรือมาจาก อู่ Cascade , Portland , Oregon อ่ะ ใช้เวลาเดินทางจาก อเมริกา มาที่ประเทศไทยประมาณ 45 วันนะ
ติดใจต้นปืนคนแรกของเรือลำนี้มากเลยล่ะ
เล่าเรื่องไข่ดาวด้วยสิ ไข่ดาวน่ะพี่ชาย

#7 By Poppii on 2006-03-18 23:48

เขียนมาตั้งเยอะ ...
แต่ไม่เห็นบอกเลยว่า "เรือชั้น Knox" หมายถึงอะไรอ่ะคะ

#8 By ++ HoORaY ++ on 2006-03-19 02:42

พอเปิดบลอกเจ้าชายมาดูได้ก็ โอ้โห...ขยันเขียนมากๆค่ะ งานเสี่ยงๆแบบนี้ก็ทำให้ชีวิตเราไม่เรียบเรื่อยดีนะคะ นึกถึงตอนตัวเองรบกับเครื่อง แค่ maintenance กะ QC ไม่ผ่านนี่ปวดหัวแทบแย่ พอมาฟังเรื่องนี้กลายเป็นของจิ๊บๆไปเลยนะ

เรื่องไปเที่ยวระนอง ได้ไปกับทริปที่
http://mdphoto.pantown.com ล่ะค่ะ
เป็นเวบเจ้าของคอลัมน์ที่เขียนเรื่องใน FOTOINFO เทคนิคถ่ายภาพทะเลและอีกหลายคอลัมน์ค่ะ ทริปมาโครและน้ำตกที่ปางสีดาก็ใช่ ว่างๆแวะเอารูปไปแปะให้มืออาชีพเค้าแนะนำได้ค่ะ

แต่อันอื่นคงเที่ยวไปตามฤดูค่ะ เมืองไทยที่เค้าไปๆกันก็คงมีไม่กี่ที่

#9 By sorbet* (58.10.233.83) on 2006-03-19 10:39

สนุกไปอีกแบบนะ การเป็นทหารเรือ
ข้าพเจ้าก็เกือบได้ไปเป็นทหารเรือละ
แต่เป็นนักวิทยาศาสตร์ของกองทัพเรืออ่ะ
แต่จับพลัดจับผลู กลายมาเป็นโปรแกรมเมอร์ซะงั้น
แต่ก็สนุกไปอีกแบบ
ไว้จะแวะมาอ่านอีกน๊า
ยาวมากเลย..แต่ก็อ่านจนจบนะคะ

ทึ่งและชื่นชม กับชีวิตบนเรือของคุณ ชาย นะคะ..เพราะว่าเป็นอะไรที่ต้องรู้และเข้าใจในงานหรือระบบต่างๆได้ดีมากๆเลย ข้อมูลคงเยอะมาก..เก่งจัง

บางครั้งในสภาวะที่กดดันมากๆหรือในสภาวะเสี่ยง ก็เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้าและข้ามผ่านมันไปให้ได้ แม้บางครั้งอาจจะเหนื่อยหรือท้อก็ตาม..แต่ก็เป็นเส้นทางที่ทำให้เราได้เรียนรู้

มายิ้มๆให้ คุณ ชาย เหมือนเดิมนะคะ..

ปล..เรือ เขาเรียกสรรพนามเป็นผู้หญิง เรียกว่า "เธอ" เหรอคะ..น่ารักจังค่ะ..^^

ไว้จะติดตามตอนต่อไปนะคะ

#11 By ท้องฟ้า on 2006-03-19 11:58

น่าสนใจ ได้ความรู้อีกแล้ว
หม้อน้ำนี่หัวใจของเครื่องจักร เครื่องยนต์กลไก ในรถก็มีหม้อน้ำ แต่แค่ระบายความร้อน

ดูรูปหม้อน้ำแล้วน่าเกรงขามนะ

แล้วเรือดำน้ำที่บอกใช้พลังงานปรมาณูน่ะ มีหลักการทำงานยังงัย อยากรู้ รบกวนไปปล่าว ถ้าเอาความรู้มาแจกเป็นวิทยาทาน

#12 By จั่นเจา (203.154.154.162) on 2006-03-19 12:48

ว่าจะถามอีกอย่าง เห็นในเรือ บนเครื่องบิน เครื่องวัดยังคงใช้แบบเข็มกันซะส่วนใหญ่ ทำไมไม่ค่อยเห็นเป็นแบบตัวเลขดิจิตอล หรือว่าเข็มแม่นยำ ดูง่ายกว่า

อย่างนาฬิกา, เทอร์โมมิเตอร์ หรือ มิเตอร์วัดไฟ ผมก็ยังชอบแบบเข็มมากกว่าแบบตัวเลขดิจิตอล

#13 By จั่นเจา (203.154.154.162) on 2006-03-19 12:50

ขอบคุณสำหรับคำตอบ
ผมว่ามาตรเข็มดูน่ารักกว่าพวกตัวเลขเนอะ

#14 By จั่นเจา (203.154.154.162) on 2006-03-19 13:31

เห็นปืน 5" MK 42 MOD 10 นี้ แล้วคิดถึงจริงๆ ปืนกระบอกนี้ดีมากนะ ยิงได้เร็วกว่าปืนรุ่นใหม่เกือบ 2 เท่า อาจจะมีข้อเสียบ้างตรงที่น้ำหนักมากกว่า เมื่อก่อนตอนที่เห็นครั้งแรกนะไม่นึกว่าจะยิงได้เลย ต้องรื้อกันทุกชิ้น เปิด กล่องโซลินอย์ทุกใบออกมาดู ตอนยิงทดสอบปืนนะ มีหลายขั้นตอนมาก ตอนยิงรอบแรกปืนก็ขัดข้อง คัดลูกปืนไม่ออก ต้องขอบคุณ Edward H. Gregson ที่ช่วยกันดูแลปรับปรุงให้ปืนกระบอกนี้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

#15 By Poppii on 2006-03-20 21:14

ชักอยากเรียนจบเร็วๆเสียแล้วสิ

#16 By Fenix M. Lastwaltz on 2006-03-22 20:25

สุดยอดค่ะ

#17 By cutenungning (203.107.200.183) on 2006-12-23 18:12

อ่านเฉยๆแล้วเหนื่อยแทนเลยคะ วันหลังอธิษฐานดีๆนะคะ เป็นเรื่องจริงคะคำอธิษฐาน...โดยเฉพาะผู้มีบุญได้สมประสงค์ทุกรายละคะ พระคุ้มครองคุณคะ

#18 By MayaKniGht on 2007-03-09 19:36

เขียนได้น่าอ่านมากๆ ครับ ผมมาเจอที่นี่โดยบังเอิญ แต่เนื้อหาสาระชวนให้อ่านมาก ปรกติผมชอบพวก อาวุธต่างๆ สมัยก่อนอ่าน สมรภูมิเป็นประจำ เห็นข่าวเรื่องเรือลำนี้มานานแล้วครับ...ว่าแต่เค้าเปลี่ยนจากเครื่องจักรไอน้ำเป็น ดีเซลไม่ได้เหรอคับ... อ่านแล้วรู้สึกว่าเครื่องจักรไอน้ำมันไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือเลยหากเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ

#19 By TopGun (203.188.15.43) on 2007-05-21 21:59

ทำงานมาเหนื่อยๆ มาอ่านบล็อคชายน้อยแล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะดูคุณเหนื่อยสาหัสมากกว่าเราแยะเลย เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#20 By ป้านินจา (124.157.225.71) on 2007-05-22 14:08

ผมเป็นนักศึกษาครับ อยากรู้เรื่องเครื่องยนตร์แบบเครื่องจักรไอน้ำ ถ้าเจ้าชายน้อยมีส่งให้หน่อยได้ใหมครับ จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง tri_naval@hotmail.com

#21 By มนตรี กองสุข (125.24.156.14) on 2007-09-13 04:54

เจ้าชายน้อยใจดีที่ 1 เลยครับ ทหารเรือไทยเท่สุดๆ

#22 By มนตรี กองสุข (125.24.138.162) on 2007-09-15 22:51

ผมบังเอิญเสริทกุเกิ้ลหางานส่งอาจารย์มาเจอบทความพี่เข้าอ่านเเล้วได้ความรู้เยอะดีครับ ตอนนี้พี่ทำงานที่ไหนเหรอครับ ตอนนี้ผมอยู่ปีสองจะไปฝึกภาคละครับ ไปทางเเถบญี่ปุ่นอ่ะครับ เเล้วผมจะมาอ่าบทความพี่บ่อยๆนะครับ
ต้องอ่านหนังสือสอบละครับผมbig smile

#23 By อรรนพ รุ่น104 กลิน วร. (61.19.238.98) on 2008-02-10 18:49

Favourites