ในช่วงชีวิตนักเรียนนายเรือนั้น จะต้องผ่านประสบการณ์การฝึกภาคปฏิบัติในทะเล อย่างน้อย ๆ ก็คนละ 10 ครั้ง อาจจะมาก หรือ น้อยกว่านี้ ก็แล้วแต่ปี หรือจำนวนปีที่เรียนอยู่ในโรงเรียน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วก็คือ 10 ครั้ง ปีละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 ปี

ซึ่งในการฝึกภาคปฏิบัติในทะเล ก็จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ

1.ภาคที่ตั้งปกติ ก็คือ การฝึก การเรียนทฤษฎี และการปฏิบัติที่ทำได้เมื่อเรือไม่ได้แล่นในทะเล เช่น การเรียนผูกเงื่อน ,เชือก , รอก , การเป่านกหวีดเรือ , รหัสมอร์ส , สัญญาณธงสองมือ , ธงประมวล , ฝึกดับไฟ ,กฏหมายทะเล และทฤษฎีต่าง ๆ อีกเป็นพะเรอเกวียน

2.สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ หรือ จิตใจ ช่วงนี้จะเป็นช่วงแรกของการฝึก ซึ่งก็จะคาบเกี่ยวกับการฝึกภาคที่ตั้งปกติด้วย โดย กิจกรรมที่ต้องทำในสัปดาห์นี้ก็จะประกอบไปด้วย 4กิจกรรมสุดโหด คือ วิ่งขึ้นเขา , ว่ายน้ำข้ามเกาะ , ไต่เกาะ , กระเชียงทน

3.ภาคทะเล คือ การฝึกของจริง ขณะเรือแล่นอยู่ในทะเล เป็นการนำทฤษฎีที่เรียนมาปฏิบัติจริง ทั้งการเดินเรือ , การกลจักร , ฝึกยิงปืนใหญ่เรือ , การส่งรหัสและสัญญาณต่าง ๆ และการทัศนศึกษาในเมืองท่าต่าง ๆ

แต่เรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้นั้น ผมจะเล่าถึง 4 กิจกรรมมหาโหดในช่วง สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ ซึ่งแสนจะเหน็ดเหนื่อยสำหรับคนไม่ฟิต แต่ถ้าฟิตก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานดีครับ

เริ่มจากกิจกรรมแรก คือ วิ่งขึ้นเขา เขาที่ว่านี้ก็คือ เขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศาลและพระรูปของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ เสด็จเตี่ยของทหารเรือนั่นเอง ซึ่งเขานี้ตั้งอยู่บน แหลมปู่เจ้า ระยะทางจากจุดที่วิ่งไปจนถึงยอดเขาก็น่าจะประมาณ 10 กม. ความสูงชัน ก็โหดหินพอสมควรล่ะครับ ซึ่งโดยมากก็จะวิ่ง ๆ เดิน ๆ แต่เวลาโดยเฉลี่ยก็ 20 นาทีกว่า ๆ

นนร. วิ่งขึ้นเขา
ออกสตาร์ท

เขากรมหลวง
เส้นทาง และความสูง ภาพนี้เป็นยุคปัจจุบัน
เมื่อก่อนทางขึ้นลำบากกว่านี้ครับ

เขากรมหลวง
เส้นทางบนเขาแล้ว

กิจกรรมที่สอง คือ ว่ายน้ำข้ามเกาะ อันนี้ก็ไม่ยาก แค่กระโดดลงทะเลจากท่าเรือและว่ายน้ำไปให้ถึง เกาะที่เป็นที่หมาย ซึ่งก็มีระยะทางประมาณ 800 ม. ถ้าโชคดีเจอคลื่นนิ่ง ๆ ก็เหมือนว่ายน้ำในสระเลย แต่ถ้าคลื่นแรง ๆ ก็ต้องออกแรงมากขึ้น บางทีระยะ 800 ม. ก็กลายเป็น 1 กม. ได้ เพราะคลื่นจะพัดออกไปห่างจากจุดที่ต้องขึ้นฝั่งมากพอสมควร ทำให้ต้องว่ายทวนกลับมาที่เดิม สำหรับกิจกรรมนี้มีบ้างเหมือนกันที่ว่ายไม่ค่อยจะไหว แต่ก็จะได้เพื่อน ๆ มาช่วยกัน ฉุด ลากไปจนถึง บางคนเมื่อว่ายไปถึงฝั่งแล้ว ก็ยังว่ายกลับมาช่วยเพื่อนที่ยังตะเกียกตะกายว่ายมาอยู่

นนร. กระโดดน้ำ
โดดน้ำกันที่ท่าเรือ

นนร. ว่ายน้ำข้ามเกาะ
แล้วว่ายไปขึ้นเกาะฝั่งตรงข้าม

นนร. ว่ายน้ำข้ามเกาะ
ว่ายเข้า ๆ

นนร. ว่ายน้ำข้ามเกาะ
ถึงซะที สบาย ๆ ชิล ๆ

กิจกรรมที่สาม เป็นการ กระเชียงทน ซึ่งเราจะต้องแบ่งเป็นทีม ทีมละประมาณ 12 คน ลง เรือโถง หรือ เรือบด (Boat) ลำเดียวกัน เป็นฝีพาย 10 คน คนให้สัญญาณการพาย 1 คน และนายท้ายอีก 1 คน ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ก็จะผลัดเปลี่ยนกันไป ให้คนที่เหนื่อยได้พักบ้าง ระยะทางในการตีกระเชียง ก็ประมาณ 40 กม.

นนร. กระเชียงทน
จุดสตาร์ท

นนร. กระเชียงทน
เริ่มออกไปลอยลำ

เทคนิคในการตีกระเชียงให้เร็ว และไม่เปลืองแรงนั้นอยู่ที่ความพร้อมเพรียง และต้องไม่กินแรงกัน ทุกคนต้องช่วยกัน จึงจะทำให้ไม่เหนื่อยและเรือยังไปได้เร็วอีกต่างหาก

นนร. กระเชียงทน
เรือยังไม่ออก ยังยิ้มได้อยู่

นนร. กระเชียงทน
โอ้ว ทำไมมันเวิ้งว้างอย่างนี้

ความทรมานของการตีกระเชียงก็คือ มือและก้นจะแตกครับ เพราะมือต้องกำใบพายอยู่ตลอดเวลา แม้จะใส่ถุงมือก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้มากนัก เพราะระยะทางที่ไกล และต้องพายเป็นเวลามากกว่า 3 ชม. และก้นก็ต้องเสียดสีกับไม้กระดานตลอดเวลาเช่นกัน อีกทั้งแสงแดดอันแรงกล้า ไม่ว่าจะพายตอนเช้า หรือบ่าย ก็รับแดดไปเต็ม ๆ เหมือนกัน พอขึ้นจากเรือมาเนี่ย ทั้งเหนื่อย เพลีย เกรียม และปวดเมื่อย ไปหมดครับ

กิจกรรมปิดท้ายของ สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ นั้นก็คือ การไต่เกาะ ที่ต้องเก็บเอาไว้เป็นรายการสุดท้าย เพราะว่ากิจกรรมนี้ มักจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ไม่มากก็น้อยครับ อย่างเบาะ ๆ ก็คือ เป็นแผลเลือดออกตามเนื้อตามตัว

นนร. ไต่เกาะ
โขดหินทั้งนั้น

นนร. ไต่เกาะ
เส้นนี้คือเส้นที่สบายที่สุด แต่ก็สั้นมาก ๆ

นนร. ไต่เกาะ
เกาะหรือนี่ ชายหาดอยู่ไหน

เกาะที่ใช้ในการไต่นี้ก็คือ เกาะพระ อยู่ที่สัตหีบนี่เองครับ กติกาก็ง่าย ๆ วิ่งจากเกาะที่จุดเริ่มต้นแล้วกลับมาที่เดิมให้ได้ โดยต้องวิ่งไปรอบ ๆ เกาะ ห้ามลัดเลาะเข้ามาสู่ใจกลางเกาะ เพื่อหวังจะปีนข้าม ลดระยะทางเป็นอันขาด ง่ายมั๊ยล่ะครับ แต่หนทางมันไม่ใช่มีแค่ผืนทรายน่ะสิครับ เพราะมันไม่ใช่เกาะสวาทหาดสวรรค์ แต่มันเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน โขดหินอันแหลมคม ป่ารกชัฏ เพราะฉะนั้น หลาย ๆ ช่วงต้องปีนหน้าผา หลาย ๆ ช่วง ต้องโดดลงน้ำแล้วว่ายอ้อมไป ซึ่งคลื่นก็แรงมหาโหด ซึ่งตรงนี้เองครับ ก็เลยเกิดการแตกแยกเป็นสองสาย คือสายที่ลงน้ำ กับสายที่ปีนหน้าผา พวกว่ายน้ำอึด ๆ ก็โดดน้ำอย่างเดียว ถ้าทางบกมันโหดก็ไปทางน้ำ ส่วนพวกที่ว่ายไม่แข็ง ก็ปีนกันอย่างเดียว พวกที่ไปทางน้ำก็ใช่ว่าจะสบาย มักจะโดนคลื่นซัดกระแทกกับหิน โดนเพรียงบาดตามมือ แขนขา เลือดโชกกันขึ้นบก ส่วนพวกไปทางบก ก็มันจะมือแหก ฟกช้ำดำเขียว และเท้าแพลงครับ แต่สุดท้ายก็กอดคอกันเข้าเส้นชัยได้ทุกคน

นนร. ไต่เกาะ
มีทั้งพวกลงน้ำ และ บนบก

หน้าผา อันตราย
หน้าผานี้ ตกลงไปสงสัยจะสิ้นชื่อ

นนร. โดนเย็บแผลสด
งานนี้มีเจ็บ เย็บกันสด ๆ

สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ นี้มีขึ้นก็เพื่อ ทดสอบกำลังใจของนักเรียนนายเรือแต่ละคน อีกทั้งยังทำให้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ถึงจะทำภารกิจสำเร็จได้ แม้มันจะโหดและยากลำบาก แต่ทุกคนก็ผ่านมาได้ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งในการที่จะ "หลอมเหล็กในคนให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กในเรือ"

Comment

Comment: