สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ
posted on 19 Feb 2006 02:23 by zedth in Navy-Storyในช่วงชีวิตนักเรียนนายเรือนั้น จะต้องผ่านประสบการณ์การฝึกภาคปฏิบัติในทะเล อย่างน้อย ๆ ก็คนละ 10 ครั้ง อาจจะมาก หรือ น้อยกว่านี้ ก็แล้วแต่ปี หรือจำนวนปีที่เรียนอยู่ในโรงเรียน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วก็คือ 10 ครั้ง ปีละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 ปี
ซึ่งในการฝึกภาคปฏิบัติในทะเล ก็จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ
1.ภาคที่ตั้งปกติ ก็คือ การฝึก การเรียนทฤษฎี และการปฏิบัติที่ทำได้เมื่อเรือไม่ได้แล่นในทะเล เช่น การเรียนผูกเงื่อน ,เชือก , รอก , การเป่านกหวีดเรือ , รหัสมอร์ส , สัญญาณธงสองมือ , ธงประมวล , ฝึกดับไฟ ,กฏหมายทะเล และทฤษฎีต่าง ๆ อีกเป็นพะเรอเกวียน
2.สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ หรือ จิตใจ ช่วงนี้จะเป็นช่วงแรกของการฝึก ซึ่งก็จะคาบเกี่ยวกับการฝึกภาคที่ตั้งปกติด้วย โดย กิจกรรมที่ต้องทำในสัปดาห์นี้ก็จะประกอบไปด้วย 4กิจกรรมสุดโหด คือ วิ่งขึ้นเขา , ว่ายน้ำข้ามเกาะ , ไต่เกาะ , กระเชียงทน
3.ภาคทะเล คือ การฝึกของจริง ขณะเรือแล่นอยู่ในทะเล เป็นการนำทฤษฎีที่เรียนมาปฏิบัติจริง ทั้งการเดินเรือ , การกลจักร , ฝึกยิงปืนใหญ่เรือ , การส่งรหัสและสัญญาณต่าง ๆ และการทัศนศึกษาในเมืองท่าต่าง ๆ
แต่เรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้นั้น ผมจะเล่าถึง 4 กิจกรรมมหาโหดในช่วง สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ ซึ่งแสนจะเหน็ดเหนื่อยสำหรับคนไม่ฟิต แต่ถ้าฟิตก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานดีครับ
เริ่มจากกิจกรรมแรก คือ วิ่งขึ้นเขา เขาที่ว่านี้ก็คือ เขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศาลและพระรูปของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ เสด็จเตี่ยของทหารเรือนั่นเอง ซึ่งเขานี้ตั้งอยู่บน แหลมปู่เจ้า ระยะทางจากจุดที่วิ่งไปจนถึงยอดเขาก็น่าจะประมาณ 10 กม. ความสูงชัน ก็โหดหินพอสมควรล่ะครับ ซึ่งโดยมากก็จะวิ่ง ๆ เดิน ๆ แต่เวลาโดยเฉลี่ยก็ 20 นาทีกว่า ๆ

ออกสตาร์ท

เส้นทาง และความสูง ภาพนี้เป็นยุคปัจจุบัน
เมื่อก่อนทางขึ้นลำบากกว่านี้ครับ

เส้นทางบนเขาแล้ว
กิจกรรมที่สอง คือ ว่ายน้ำข้ามเกาะ อันนี้ก็ไม่ยาก แค่กระโดดลงทะเลจากท่าเรือและว่ายน้ำไปให้ถึง เกาะที่เป็นที่หมาย ซึ่งก็มีระยะทางประมาณ 800 ม. ถ้าโชคดีเจอคลื่นนิ่ง ๆ ก็เหมือนว่ายน้ำในสระเลย แต่ถ้าคลื่นแรง ๆ ก็ต้องออกแรงมากขึ้น บางทีระยะ 800 ม. ก็กลายเป็น 1 กม. ได้ เพราะคลื่นจะพัดออกไปห่างจากจุดที่ต้องขึ้นฝั่งมากพอสมควร ทำให้ต้องว่ายทวนกลับมาที่เดิม สำหรับกิจกรรมนี้มีบ้างเหมือนกันที่ว่ายไม่ค่อยจะไหว แต่ก็จะได้เพื่อน ๆ มาช่วยกัน ฉุด ลากไปจนถึง บางคนเมื่อว่ายไปถึงฝั่งแล้ว ก็ยังว่ายกลับมาช่วยเพื่อนที่ยังตะเกียกตะกายว่ายมาอยู่

โดดน้ำกันที่ท่าเรือ

แล้วว่ายไปขึ้นเกาะฝั่งตรงข้าม

ว่ายเข้า ๆ

ถึงซะที สบาย ๆ ชิล ๆ
กิจกรรมที่สาม เป็นการ กระเชียงทน ซึ่งเราจะต้องแบ่งเป็นทีม ทีมละประมาณ 12 คน ลง เรือโถง หรือ เรือบด (Boat) ลำเดียวกัน เป็นฝีพาย 10 คน คนให้สัญญาณการพาย 1 คน และนายท้ายอีก 1 คน ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ก็จะผลัดเปลี่ยนกันไป ให้คนที่เหนื่อยได้พักบ้าง ระยะทางในการตีกระเชียง ก็ประมาณ 40 กม.

จุดสตาร์ท

เริ่มออกไปลอยลำ
เทคนิคในการตีกระเชียงให้เร็ว และไม่เปลืองแรงนั้นอยู่ที่ความพร้อมเพรียง และต้องไม่กินแรงกัน ทุกคนต้องช่วยกัน จึงจะทำให้ไม่เหนื่อยและเรือยังไปได้เร็วอีกต่างหาก

เรือยังไม่ออก ยังยิ้มได้อยู่

โอ้ว ทำไมมันเวิ้งว้างอย่างนี้
ความทรมานของการตีกระเชียงก็คือ มือและก้นจะแตกครับ เพราะมือต้องกำใบพายอยู่ตลอดเวลา แม้จะใส่ถุงมือก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้มากนัก เพราะระยะทางที่ไกล และต้องพายเป็นเวลามากกว่า 3 ชม. และก้นก็ต้องเสียดสีกับไม้กระดานตลอดเวลาเช่นกัน อีกทั้งแสงแดดอันแรงกล้า ไม่ว่าจะพายตอนเช้า หรือบ่าย ก็รับแดดไปเต็ม ๆ เหมือนกัน พอขึ้นจากเรือมาเนี่ย ทั้งเหนื่อย เพลีย เกรียม และปวดเมื่อย ไปหมดครับ
กิจกรรมปิดท้ายของ สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ นั้นก็คือ การไต่เกาะ ที่ต้องเก็บเอาไว้เป็นรายการสุดท้าย เพราะว่ากิจกรรมนี้ มักจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ไม่มากก็น้อยครับ อย่างเบาะ ๆ ก็คือ เป็นแผลเลือดออกตามเนื้อตามตัว

โขดหินทั้งนั้น

เส้นนี้คือเส้นที่สบายที่สุด แต่ก็สั้นมาก ๆ

เกาะหรือนี่ ชายหาดอยู่ไหน
เกาะที่ใช้ในการไต่นี้ก็คือ เกาะพระ อยู่ที่สัตหีบนี่เองครับ กติกาก็ง่าย ๆ วิ่งจากเกาะที่จุดเริ่มต้นแล้วกลับมาที่เดิมให้ได้ โดยต้องวิ่งไปรอบ ๆ เกาะ ห้ามลัดเลาะเข้ามาสู่ใจกลางเกาะ เพื่อหวังจะปีนข้าม ลดระยะทางเป็นอันขาด ง่ายมั๊ยล่ะครับ แต่หนทางมันไม่ใช่มีแค่ผืนทรายน่ะสิครับ เพราะมันไม่ใช่เกาะสวาทหาดสวรรค์ แต่มันเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน โขดหินอันแหลมคม ป่ารกชัฏ เพราะฉะนั้น หลาย ๆ ช่วงต้องปีนหน้าผา หลาย ๆ ช่วง ต้องโดดลงน้ำแล้วว่ายอ้อมไป ซึ่งคลื่นก็แรงมหาโหด ซึ่งตรงนี้เองครับ ก็เลยเกิดการแตกแยกเป็นสองสาย คือสายที่ลงน้ำ กับสายที่ปีนหน้าผา พวกว่ายน้ำอึด ๆ ก็โดดน้ำอย่างเดียว ถ้าทางบกมันโหดก็ไปทางน้ำ ส่วนพวกที่ว่ายไม่แข็ง ก็ปีนกันอย่างเดียว พวกที่ไปทางน้ำก็ใช่ว่าจะสบาย มักจะโดนคลื่นซัดกระแทกกับหิน โดนเพรียงบาดตามมือ แขนขา เลือดโชกกันขึ้นบก ส่วนพวกไปทางบก ก็มันจะมือแหก ฟกช้ำดำเขียว และเท้าแพลงครับ แต่สุดท้ายก็กอดคอกันเข้าเส้นชัยได้ทุกคน

มีทั้งพวกลงน้ำ และ บนบก

หน้าผานี้ ตกลงไปสงสัยจะสิ้นชื่อ

งานนี้มีเจ็บ เย็บกันสด ๆ
สัปดาห์ทดสอบกำลังใจ นี้มีขึ้นก็เพื่อ ทดสอบกำลังใจของนักเรียนนายเรือแต่ละคน อีกทั้งยังทำให้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ถึงจะทำภารกิจสำเร็จได้ แม้มันจะโหดและยากลำบาก แต่ทุกคนก็ผ่านมาได้ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งในการที่จะ "หลอมเหล็กในคนให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กในเรือ"







น่ามันส์จัง
หมดนี่ที่รู้คือรหัสมอส สมัยมอหนึ่งเอามาอ่านเล่น ตอนนี้เขียนเล่นเป็นว่าเล่นเลยล่ะคร่า
อุอุ สู้ๆ!
น่าสนุกจัง
แต่เค้ากัวฉลามงิงิงิงิงิงิงิงิงิงิ
ที่สำคัญ ภาพสุดท้าย T_T หยดหยองงงงง~
ชอบประโยคสุดท้ายค่ะ!!!!
#1 By Crz't ->crazyant-tanoy *-* หลั่นล้า on 2006-02-19 02:31