คุณ ๆ มีหนังสือในดวงใจกันบ้างไหมครับ คิดว่าคงจะมีกันทุกคนนะครับ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีหนังสือในดวงใจอยู่หลายเล่ม แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมี เจ้าชายน้อย รวมอยู่ด้วย แต่วันนี้จะไม่พูดถึงล่ะครับ เพราะพูดถึงมาหลายต่อหลายหนแล้ว วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังสือเล่มอื่น ๆ บนชั้นหนังสือของผม ที่มีคุณค่าตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่รู้เลือนเลยล่ะครับ

บนชั้นหนังสือที่บ้านผมนั้น มีหนังสืออยู่หลายพันเล่ม ทั้งนิยาย , สารคดี , สารานุกรม , การ์ตูน , นิตยสาร และสมุดภาพ แต่ละเล่มนั้น ผมก็มีความชอบและมีความหลังต่อมันแตกต่างกันไป แต่หนังสือทุกเล่มมีความทรงจำที่ร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ มันจะต้องตกเป็นผู้ต้องหา ถูกแม่ผมกล่าวหาว่าเป็นตัวทำให้บ้านรก ซึ่งผมโดนแม่ด่ามาตั้งแต่เริ่มอ่านการ์ตูนเลยทีเดียว จนโตมาทุกวันนี้ แม่ก็ยังไม่เลิกบ่นเรื่องนี้ "ซื้ออยู่ได้ หนังสือการ์ตูนเนี่ย เมื่อไหร่จะเอาไปขาย ๆ ทิ้งเสียที" แต่ผมก็เฉย ๆ เสีย นาน ๆ ทีจึงจะตอบกลับไปว่า "ก็เพราะไอ้หนังสือการ์ตูนพวกนี้น่ะแหละ ถึงทำให้เจริญเติบโต มีการมีงานทำมาจนถึงทุกวันนี้"

นี่เรื่องจริงนะครับ หนังสือการ์ตูนเป็นบ่อเกิดของความรักการอ่านหนังสือของผม จากหนังสือการ์ตูน ก็เป็นนิยายแนวต่าง ๆ เป็นนิตยสาร เป็นความรู้ เป็นความรักในภาษา เป็นความภาคภูมิใจในประเทศชาติ และเป็นอะไรต่อมิอะไร ดังนั้นจะมาทิ้งหนังสือของผมง่าย ๆ ได้ยังงัยกัน

นอกจากความทรงจำร่วม ที่มีร่วมกันของหนังสือทุกเล่มแล้ว แต่ละเล่มก็มีความทรงจำเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน ผมจะเล่าให้ฟังบางเล่มก็แล้วกันนะครับ เอาเฉพาะที่น่าสนใจนะครับ เล่มแรกคือ Bangkok Express ของ Harold Nelson ก่อนอื่นดูสภาพมันก่อนนะครับ

Bangkok Express : Harold Nelson

Bangkok Express : Harold Nelson

สาเหตุที่มันเป็นแบบนี้ ก็เพราะมันตกลงไปในท้องเรือของ ร.ล.โพสามต้น ในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนนายเรือ ชั้น 3 ตอนนั้นผมเข้ายามอยู่ห้องเครื่องจักรใหญ่ ซึ่งก็ได้เอาหนังสือลงไปอ่านแก้เซ็งด้วย แต่ด้วยความเผลอเรอก็เลยทำมันตกลงไปในท้องเรือ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำมันเตา ผมก็ต้องปีนลงไปเก็บมันขึ้นมา แล้วก็เอามาตาก เอาผ้า เอากระดาษทิชชู่ มาซับน้ำมันทีละหน้า ๆ ให้แห้ง ไม่ให้มันติดกัน เพราะเสียดายที่ยังอ่านไม่จบ สุดท้ายเมื่อมันแห้ง มันก็ได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผมได้อ่านจนจบเล่มจนได้ครับ

เล่มต่อไปคือ Noble House ของ James Clavell เดิมทีผมยืมหนังสือชุดนี้มาอ่านจากห้องสมุดโรงเรียนเตรียมทหาร ผมชอบเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับ การเดินเรือสำเภา , สงครามฝิ่นในเมืองจีน และรายละเอียดในหนังสือมากมาย จนทำให้ต้องไขว่คว้ามาเป็นเจ้าของให้ได้ ผมจึงไปเดินที่จตุจักร และก็ได้มาจนได้ เลยซื้อมาทั้งฉบับแปล และฉบับภาษาอังกฤษ สภาพก็เก่า ๆ อย่างที่เห็น แต่ผมก็ชอบมันมากนะ

Noble House : James Clavell

เล่มต่อไปเป็นหนังสือ คอมพิวเตอร์ คัมภีร์ DOS 6.2 เล่มนี้เป็นหนังสือที่จุดประกายเรื่องคอพม์ และดับอนาคตทางโปรแกรมเมอร์ของผมด้วย สาเหตุก็เพราะว่า ผมมีเครื่องคอมพ์จอเขียว ๆ อยู่เครื่องหนึ่ง ก็ได้หนังสือเล่มนี้ล่ะครับ ที่ได้ช่วยให้มีความรู้ต่าง ๆ มากมาย แต่อยู่มาวันหนึ่ง ผมก็ได้ค้นพบคำสั่งมหัศจรรย์ที่ช่วยขยายขนาดฮาร์ดดิสก์ให้ใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าได้ ผมก็ไม่รอช้าล่ะครับ จัดการเลย ซึ่งก็ใช้เวลานานมาก ๆ จำได้ว่าประมาณ 6 ชม. พอเสร็จปุ๊บ ก็ใช้ได้ดีครับ ภูมิใจมาก แต่ต่อมาไม่กี่อึดใจ ฮาร์ดดิสก์ก็พังครับ และหลังจากนั้นก็ไม่มีคอมพ์ใช้ไปอีกหลายปี จนสิ้นสุดยุคดอส เข้าสู่ วินโดส์ 3.1 นั่นแหละ ถึงได้เล่นคอมพ์อีกที -_-!

คัมภีร์ DOS 6.2

นิก กับ พิม ครับ ของ ว.ณ. ประมวญมารค เล่มนี้ใครเกิดยุคผมคงจำได้ว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของนักเรียนชั้นมัธยมต้น ถ้าใครเคยได้อ่านจะค้นพบว่า หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่สนุกสนาน และความคิดที่สร้างสรรค์มาก ๆ คือ เป็นเรื่องของเพื่อนรักสองคน ที่อยู่ห่างกัน และเขียนจดหมายถึงกัน แต่แทนที่จะเขียนเรื่องราวของตนเอง กับสมมติตัวเองให้เป็นหมาที่ทั้งคู่เลี้ยงไว้ และเล่าเรื่องราวของหมาแทน เด็ดมากครับ

นิก กับ พิม : ว.ณ. ประมวญมารค

 ผู้ไขว่คว้า ของ วิมลไทรนิ่มนวลเล่มนี้มีความทรงจำที่ข่มขื่นครับ เนื่องจากผมหยิบมาอ่านตอนที่กำลังมีปัญหากับพ่อแม่พอดี และโดนใจมาก ๆ เพราะเนื้อหาตัวเอกก็มีปัญหากับพ่อและแม่เหมือนกัน เลยกินใจผมเป็นพิเศษ

ผู้ไขว่คว้า : วิมล ไทรนิ่มนวล

กลิ่นเวลาและคราบกาแฟ ของ วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์ เล่มนี้ตอนที่ซื้อมาก็คิดไว้เลยว่าต้องเป็นนิยายรักสวยงาม ที่น่าอ่านเล่มหนึ่ง เพราะเปิดฉากมาด้วย ร้านกาแฟ กับเจ้าของร้านสาวสวย อ่านไปก็อิ่มเอมเบิกบานไป แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ เอ๊ะ ชักยังงัย ทำไมมันเริ่ม ไซโค ล่ะเนี่ย สุดท้ายไปจบลงตรงที่การฆาตรกรรมและไซโค สรุปว่า หักมุมกันน่าดูเลยนะครับ หักเสียจนเบรคอารมณ์ไม่ทัน อ่านจบแบบงงงวย แหกโค้งกระเจิดกระเจิง ช่างทำกับผู้อ่านได้นะท่าน

กลิ่นเวลาและคราบกาแฟ : วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์

หนังสือชุดนี้ ผมชอบหน้าปกที่เป็นซีรี่ส์แบบนี้มาก ๆ นั่นก็คือ หนังสือชุด สามก๊ก ฉบับ วณิพก ของ ยาขอบ ปูชนียบุคคลแห่งวงการวรรณกรรมไทย หนังสือชุดนี้ ผมหยิบมาอ่านหลังจากอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนจบแล้ว เพื่อเก็บตกในส่วนต่าง ๆ ที่ท่านยาขอบ ไปค้นคว้า และนำมาเล่าในแบบวณิพก ให้ผู้อ่านที่ไม่มีความรู้มากนักได้เข้าใจในเนื้อเรื่องของสามก๊กได้อย่างไม่ยากเย็น และสนุกสนานน่าติดตาม

สามก๊ก ฉบับ วณิพก : ยาขอบ

เล่มนี้คือ สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลังหน เล่ม 2 ที่ต้องเอ่ยถึงเล่มนี้ เพราะว่าผมตามล่าหาเล่ม 1 ซึ่งหายไปอยู่ พ่อบอกผมว่าอยู่ที่บ้านป้าที่แม่สาย พ่ออ่านเล่มหนึ่งจบแล้วทิ้งไว้ที่นั่น และหยิบเล่มสองลงมากรุงเทพตอนมาเรียนหนังสือ ปัจจุบันผมก็ยังหาไม่เจอ ที่จตุจักรก็ไม่เจอเล่มที่พิมพ์ในปีเดียวกัน อยากได้มาก ๆ ครับ จะได้ครบชุด ใครมีผมขอซื้อต่อจะได้ไหมครับ

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลังหน

หนังสือชุดนี้ เป็นชุดวรรณกรรมคลาสสิคที่ทำออกมาแค่สามเรื่องเอง คือ กัลลิเวอร์ ผจญภัย , โรบินฮู้ด และ โรบินสัน ครูโซ เสียดายที่ไม่ทำเรื่องอื่น ๆ อีก เพราะวรรณกรรมคลาสสิคของต่างประเทศมีหลายเรื่องเลยที่น่าอ่าน เช่น สามทหารเสือ , โรมิโอ แอนด์ จูเลียต , เคาต์ มองเต คริสโต้ , 80 วัน รอบโลก , ขุมทรัพย์โซโลมอน เป็นต้น แต่ในบรรดาสามเล่มนี้ ผมหยิบ โรบินสัน ครูโซมาอ่านบ่อยที่สุด เนื่องจากผมอยากจดจำวิธีการที่ครูโซเอาตัวรอดตอนติดเกาะให้มากที่สุด เผื่อว่าผมอาจจะมีโอกาสได้ใช้ ถ้าหากออกทะเลแล้วเรือแตก หนังสือเล่มนี้ ทำเอาผมสติแตกไปเลยทีเดียวล่ะ

กัลลิเวอร์ ผจญภัย , โรบินฮู้ด , โรบินสัน ครูโซ

จริง ๆ แล้วก็ยังมีหนังสือที่น่าจดจำอยู่อีกหลายเล่ม แต่เอามาโชว์เบาะ ๆ แค่ สิบกว่าเล่มก็พอ เดี๋ยวจะเอียนกันไปซะก่อน ถ้าตอนนี้ใครเบื่อ ๆ อยากหาอะไรมาอ่าน ลองดูหนังสือที่ผมแนะนำนี่ก็ได้ รับรองไม่ผิดหวังครับ

Comment

Comment:

Tweet

อบากได้สรุปความของ นิกกับพิม ค่ะsad smile sad smile

#32 By มิวฟา (202.149.25.225) on 2008-07-27 12:16

เราก็อ่านนิกกับพิม

#31 By lo (203.113.81.139) on 2007-12-22 18:03

แนะนำ ดวงกมล , ศูนย์หนังสือจุฬา , สวนจตุจักร , คุรุสภา ครับ มีแน่นอน

#30 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-30 22:53

อยากได้หนังสือ นิกกับพิม หาซื้อไมได้เลยค่ะ

พอมีแหล่งขาย แนะนำบ้างมั๊ยค๊ะ
Clayey_p@hotmail.com

#29 By ปุ้ม (124.121.106.222) on 2007-11-30 14:04

อยากได้ นิก กับ พิม อ่ะ
ทำไงดี บอกหน่อย

#28 By แนน (222.123.175.175) on 2007-09-03 09:39

เคยได้อ่านหนังสือเรื่อง นิกกับพิมเพียงไม่กี่หน้า แล้วชอบมากอยากอ่นให้จบแต่ก็ไม่มีโอกาศเพราะหนังสือหายากมากๆค่ะอยากอ่านต่อจังเลยค่ะ แต่ก็จะไม่ละความพยายามจะหาหนังสือมาอ่านให้จบให้ได้เลยค่ะ

#27 By จูน คนชอบนิกกับพิม (203.113.76.7) on 2006-09-24 13:14

คัยก้อด่ายช่วยหนด้วยอ่านนิกกับพิมม่ายทัน ต้องทำรายงายส่ง คัยก้อด้ายช่วยเล่าคราวๆห้ายฟังหน่อยด้ายไหมค่ะ

#26 By help !! (125.24.145.204) on 2006-09-20 13:14

โห สุดยอดครับ

เก็บรักษาดีนะครับเนี่ย
น้องสาวจัดบ้านใหม่
ผมต้องล้างบางที่บ้าน
ทิ้งไปหลายร้อยกิโล

หนังสือแสนรักกลายเป็นพิซซ่า

#25 By Soup on 2006-07-07 20:50

หนังสือเก่าแบบนี้นิยมเก็บไว้เฉย ๆ

#24 By turn (203.144.226.195 /192.168.2.117) on 2006-07-07 20:39

ท่าทางจะชอบอ่านหนังสือนะคะ
เราก้อชอบนะ แต่เราไม่ค่อยเก็บ
อ่านเสดตรงไหนก้อวางไว้ที่นั่น
ทำให้หนังสือบางเล่มหายไป... เสียดายๆ
ปล. เราอยากอ่านสามก๊กนะ แต่หนาจังเลย

#23 By ,, สายรุ้ง ,, on 2006-03-27 10:45

หนังสือดีดี
ที่น่าอ่านทั้งนั้นเลยค่ะ
คิดถึงเรื่อง นิกกับพิม เหมือนกันค่ะ

#22 By ว.26 on 2006-01-31 17:23

มาทักทายกันครับ

วันนี้ไปซื้อโปสการ์ดฝีมือ sorbet สวยๆ ทั้งนั้น แวะไปชมได้นะครับ

#21 By จั่นเจา on 2006-01-29 17:58

หนังสือสมัยเด็ก จนรุ่นเรียนมหาลัย แทบไม่มีหนังสือแปลเลยค่ะ ไม่ชอบสำนวน ไม่คุ้น ไม่อะไรเลย นอกจากเรื่องบ้านเล็กในป่าใหญ่...เพิ่งมาเริ่มอ่านหนังสือแปลก็ทำงานแล้ว ช้าเนอะ

#20 By sorbet* on 2006-01-28 22:30

เท่าที่กล่าวมา
เคยอ่านนิกกับพิมเล่มเดียวอ่ะค่ะ

#19 By babypowder on 2006-01-28 07:18

มีเก่ากว่านี้ก็มีครับ แต่ไม่ได้เอามาให้ดู

#18 By เจ้าชายน้อย on 2006-01-27 22:05

แต่ละเล่มเก่ามากๆ เก็บดีๆนะคะ ในอนาคตอาจกลายเป็นของมีค่าของโลกได้ค่ะ

อ่านเล่มเดียวกันเลย นิกกับพิมอ่านกี่ทีก็ไม่เบื่อค่ะ

#17 By 陣内 on 2006-01-27 19:11

โอ้โห สภาพมันเก่าแก่มากค่ะพี่ชาย
แต่คุณค่าของมัน ยากจะบรรยาย
อิอิ หวัดดีปีใหม่จีนนะค้า
แฮปปี้ โชคดีตลอดปีค่ะ

#16 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2006-01-27 11:52

นิกกะพิมเราก็มีเหมียนกันน้า...
อึ้งกับสภาพหนังสือเล่มอื่นๆ จิงๆ ค่ะ เปื่อยยังกะเอาไปตุ๋นมา 3 วัน 3 คืน
ขยันเก็บหนังสือดีนะคะ น่าชื่นชม

#15 By namwarn on 2006-01-27 11:29

โห .. รู้ทันน่ะ ชอบวรรณกรรมเยาวชน แปลว่ายังอ่อนเยาว์ 555
แต่ว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนรุ่นดึกดำบรรพ์นี่ดิ .. แปลว่าอะไรดี

เมื่อวานเจอแฟนน้องเลิฟแล้วล่ะ .. อาการดีขึ้นเยอะ
กินข้าวพอได้ พูดได้แบบไม่อ้าปาก

#14 By ++ HoORaY ++ on 2006-01-27 09:52

อือม ... หนังสือที่ชอบแล้วยังอยู่ในความทรงจำมาตลอด ก็มี ...
"ต้นส้มแสนรัก" อ่านแล้วน้ำตาไหลเป็นเผาเต่า
"โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง" ชอบมากกก
"บ้านเล็กในป่าใหญ่" ชอบมากกกเช่นกัน
"กาลาปาโกส" ของ จันทรำไพ
"นักสืบปัวโรต์" ของ อกาธา คริสตี้
"ทรายกับฟองคลื่น" ของ คาริล ยิบราน

(ส่วนใหญ่จะเป็นวรรณกรรมเยาวชนแฮะ )

#13 By ++ HoORaY ++ on 2006-01-26 23:54

ที่บ้านหนูมีนิยายเสียมากค่ะ - -"
เพราะว่าแม่ชอบอ่านนิยายเลยมีแต่นิยาย พอลูกสาวโตชอบอ่านอย่างอื่น ไอ้อย่างอื่นที่ว่าก็เลยล้นตู้แล้วล่ะตอนนี้ แล้วตอนนี้ก็ยิ่งมีพวกหนังสือข้อมูลอีก แม่เริ่มประชดว่าอีกหน่อยจะสร้างบ้านครอบตู้หนังสือละ - -"

#12 By เมพหมี shakri on 2006-01-26 19:43

หนังสือที่อ่านหลายรอบที่สุด
"คนไททิ้งแผ่นดิน"
เป็นนิยายอิงพงศาวดาร
เก่าเก็บเปื่อยเหม็นแล้ว
วันก่อนเห็นวางขาย ลังเลจะซื้อไม่ซื้อ เล่มใหม่ไปเก็บ
อีกวันไปดูขายไปแล้ว

#11 By จั่นเจา (203.154.154.162) on 2006-01-26 17:59

คัมภีร์ DOS นั่น...สุดยอดมาก ๆ
เก็บไว้ให้ลูกหลานได้ดูต่อไปนะครับ
รับรองว่าอีกหน่อยหายากมาก ๆ เลย
( ปัจจุบันก็หาแทบไม่ได้แล้ว ^^ )

#10 By mondaytakeshi on 2006-01-26 16:13

หนังสือนิกกับพิม อ่านสมัยเรียนมัธยม

แล้วก้อมีอีกเล่ม แมงมุมเพื่อนรัก

คิดถึงสมัยที่เราเรียนมัธยมเลยอ่ะ

#9 By LaTTe on 2006-01-26 15:57

โห!! แต่ละเล่มเยินแล้วนะคะเนี่ย

มีหนังสือที่ประทับใจเยอะเหมือนกัน
แต่ไม่เก่าและคลาสสิกขนาดนี้ค่ะ

ก่อนนี้เคยโดยดุเหมือนกันว่าซื้อหนังสือ
ทำไมเยอะแยะ เปลีองเงิน ฝุ่นเยอะ
บ้านรก ฯ เรามีข้อแก้ว่า จะเก็บไว้เปิดร้านเช่า
10 ปีผ่านไป ..... ก็ยังรก
และไม่มีร้านเหมือนเดิม

#7 By daydreak (203.188.3.67) on 2006-01-26 15:20

หนังสือเยอะมาก ๆ เลยค่ะ

เจอหนอนหนังสืออยู่นี่เอง

#6 By ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ on 2006-01-26 14:54

เห็นนิคกับพิมแล้ว คิดถึงตอนเรียนมัธยมเลย

แต่เราชอบอีกเล๋มหนึ่ง คือ มูซาซิ ชอบมาก(หนึ่งเล่มในจำนวนหนังสือที่มีอยู่น้อยมาก)

#5 By The Past on 2006-01-26 10:57

โห.. เจอนักอ่านตัวจริงเข้าแล้ว...

ผมไม่ทันสักเล่มเลยง่ะ ...

เจอ หนอนหนังสือตัวจริงเข้าแล้วสิ สงสัยจะชอบอ่านหนังสือมาก ๆ เลยนะเนี่ย
หนังสือ เยอะมากเลยค่ะ หนังสือแต่ละเล่มล้วนมีคุณค่าอยู่ในตัวมันเอง

เรามักได้อะไรจากการอ่านหนังสือ เหมือนเป็นการเปิดโลกกว้าง เปิดมุมมอง

(พีก็เป็นคนหนึ่งที่รักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้หนังสือเริ่มกลับมาล้นอีกครั้ง..ชั้นหนังสือเต็ม ต้องหาที่เพิ่มแล้ว )


หนังสือในความทรงจำมีอยู่หลายเล่มล้วนแต่ตประทับใจ ถ้าให้บอกคงบอกไม่หมด

#2 By ท้องฟ้า on 2006-01-26 10:17

โห หนังสือยิ่งเก่ายิ่งดูมีคุณค่าเนอะ
โดยเฉพาะคุณค่าทางจิตใจ
เราก็มีหนังสือที่ชอบเหมือนกัน เก็บไว้อย่างดี สุดรักสุดหวง
วินนี่เดอะพูห์ ของ เอ เอ ไมลน์
กับ เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก ครบเซ็ตเลยค่ะ

#1 By LittleCancer on 2006-01-26 10:08

Facebook