สุนทรโวหาร

posted on 24 Nov 2005 08:28 by zedth in Poems

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบงานของท่านสุนทรภู่ เนื่องจากงานของท่านนั้น ใช้ถ้อยคำที่สามัญชน ชาวบ้านร้านตลาดก็สามารถจะอ่านเข้าใจได้ อีกทั้งสำนวนโวหารนั้น ก็คล้องจอง และมีการเล่นคำที่ทั้งไพเราะเพราะพริ้งและดุเด็ดเผ็ดมัน อีกทั้งยังให้ข้อคิดมากมาย เป็นประโยชน์ต่อคนที่นำคำของท่านไปใช้

งานของท่านที่ผมยกตัวอย่างมาในวันนี้ เป็นบทที่ผมชอบ ถึงขนาดลอกเก็บไว้ในสมุดบันทึกเพื่อไม่ให้ลืมว่าเมืองไทยก็มีวรรณคดี และงานเขียนดี ๆ เช่นนี้

จะหาคู่สู่สมนิยมหวัง
จงระวังชั่วช้าอัชฌาสัย
ที่ชายดีนั้นก็มีอยู่ถมไป
ใช่วิสัยเขาจะชั่วไปทั่วเมือง

..........

เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้พูดดีมีคนเขาเมตตา
จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ

...........

ถ้าคนดีมิได้ช้ำระยำยับ
ถึงขัดสนจนทรัพย์ไม่เศร้าหมอง
คงมีผู้ชูช่วยประคับประคอง
เปรียบเหมือนทองธรรมดาราคามี
ถ้าแม้นตัวชั่วช้ำระยำแล้ว
จะปัดแผ้วถางฝืนไม่คืนที่
เหมือนทองแดงแฝงฝ้าเป็นราคี
ยากจะมีผู้ประสงค์จำนงใจ


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ตอนหนึ่งจาก สุภาษิตสอนหญิง

สี่บทข้างบนนั้น บทแรกก็เพื่อเตือนใจหญิงทั้งหลาย ว่าชายทั้งโลกมิได้เลว อันนี้ทุกคนจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่ทราบนะครับ บทที่สองเป็นการให้คนพูดดี พูดเพราะ ไม่ใช่พูดประจบประแจง อันนี้ก็ตรง ๆ แต่สองบทสุดท้ายนี่ชอบมากครับ ท่านเปรียบคนดีกับทองคำ ซึ่งทุกคนต่างยอมรับว่าทองคำนั้นมีราคาค่างวดในตัวเอง อย่างไรเสียถ้าเป็นทองคำแท้ก็จะเงางามอยู่อย่างนั้น หาได้เป็นด่างดำไม่ และคนชั่วก็เปรียบเหมือนทองแดง ที่จะต้องมีฝ้า มีคราบเขียวๆ เกาะติดเป็นธรรมชาติ ต่อให้ขัดอย่างไร มิช้าก็จะต้องหมองและเกิดคราบอีกจนได้ กลอนแปดสองบทนี้ เปรียบเปรยได้อย่างตรงไปตรงมา ใครอ่านก็เข้าใจได้ และให้ข้อคิดดีๆอีกต่างหาก

จะหักอื่นขืนหักก็จักได้
หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก
สารพัดตัดขาดประหลาดนัก
แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ตอนหนึ่งจาก นิราศอิเหนา

บทนี้ พรรณนาถึงรัก ได้เศร้านัก ทั้งหัก ทั้งตัด ก็ไม่ขาด ไม่สิ้นเยื่อใยแห่งรักทั้งคำคล้องใน บาทเอก บาทโท สดับ รับ รอง ส่ง คล้องกันได้อย่างสุดยอดจริง ๆ ครับ

โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ
มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า
ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา
นี่ฤาคนจะมิน่าเป็นสองใจ

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ตอนหนึ่งจาก นิราศพระบาท

บทนี้ก็เปรียบเทียบได้อย่างถึงใจอีกเช่นกัน ขนาดแม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ก็ยังแบ่งเป็นสองสายด้วยเกาะแก่งได้ แล้วเนื้อใจนิ่ม ๆ ของคนเราล่ะ ไกล ๆ กัน จะมิแบ่งไปให้ใครคนอื่นดอกหรือ (เกาะในที่นี้ ท่านหมายถึง เกาะราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา)

อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ
ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก
จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ตอนหนึ่งจากเพลงยาวถวายโอวาท

บทนี้ท่านว่า วิชาความรู้เปรียบเหมือนศาสตราอันประเสริฐ เป็นสุดยอดอาวุธเอาไว้ฟาดฟันกับศัตรูได้ทุกชนิด แต่เราก็ไม่ควรที่จะโอ้อวดภูมิรู้ของเรา ให้ใครเขาหมั่นไส้ได้ ควรจะเก็บไว้ใช้ก็ต่อเมื่อยามจำเป็น ยามต้องใช้ ก็จะเป็นที่ชื่นชมสรรเสริญของคนทั้งปวง เรื่องนี้ถ้าเป็นนิยายจีน ก็คงจะยกตัวอย่างของ ขงเบ้ง ได้ ขงเบ้งคนนี้เป็นชาวเขาโงลังกั๋ง เดิมทีไม่มีผู้ใดรู้จัก จะรู้จักก็เฉพาะในหมู่ปราชญ์ผู้มีความรู้สูงส่งเพียงเท่านั้น และตนเองก็ไม่เคยแสดงตนว่าเป็นผู้มีความรู้ อยู่บ้านทำสวน ทำนา ทำไร่ ใช้วิชาความรู้เพื่อประกอบสัมมาอาชีวะ และมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ต่อเมื่อ เล่าปี่ มาขอร้องถึงบ้าน ถึงสามครั้งสามครา จึงใจอ่อน ยอมใช้ปัญญาของตนเพื่อช่วยเล่าปี่ฟื้นฟู ราชวงศ์พระเจ้าเหี้ยนเต้ จนชื่อเสียงทางด้านสติปัญญาลือเลื่องไปทั่วทั้งเมืองจีน

ไปอ่านวรรณคดีต่างประเทศเสียนาน ก็อย่าลืมหันมาอ่านวรรณคดีไทยบ้างนะครับ ของดีมีที่เดียวในโลก ไม่ซ้ำแบบใครแบบนี้ น่าศึกษาไว้ ใช่มั๊ยล่ะครับ

Comment

Comment:

Tweet

#18 By (61.91.162.227) on 2007-06-22 17:40

ชอบอ่านเหมือนกันเลยนะคะ อ่านแล้วสนุกมีสาระแล้วนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนได้ด้วยค่ะเพราะกำลังเรียนวรรณคดีอยู่

#17 By kannika (202.29.39.1 /172.16.2.29) on 2007-01-22 11:22

อ่านแล้วเข้าใจดีค่ะหนูก็บทกลอนนี้เหมือนกัน อ่านแล้วรู้เรื่องดี

#16 By ปรียานุช บุตรศรี (58.8.155.49) on 2006-08-19 15:08

ชอบอ่านกลอนแนวนี้มากค่ะพี่
เอามาลงอีกนะคะ

#14 By บอกให้โง่ (203.113.61.167) on 2006-01-30 19:26

กลอนท่านภู่นี่ อ่านแล้วแยบคายดีจริงๆ
และเห็นด้วยครับว่าอ่านง่าย เก็ทมากๆ
และภาษาก็ 'ถึงใจ' อีกต่างหาก

#13 By Bickboon on 2005-11-25 09:10

จริงค่ะ
โวหารท่านดีที่สุดแล้ว
น่ายกย่องมากค่ะ
...
สื่อความหมายได้ลึกซึ้ง
ทั้งอารมณ์รัก หวาน ซึ้ง เศร้า
...
ถ้าเป็นตอนนี้
คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ก็เก่งนะคะ
ชอบท่านผู้นี้ด้วยค่ะ

#12 By ว.26 on 2005-11-25 00:07

ขอบคุณนะ เจ้าชายน้อย
เสพแต่ร้อยแก้ว จนลืมอ่านร้อยกรองไปนานแค่ไหนแล้วนะเนี่ย

#11 By ++ HoORaY ++ on 2005-11-24 23:07

ชื่นชอบ ชื่นชม ท่านสุนทรภู่ด้วยคน
แผ่นดินนี้หาใครเสมอโวหารท่านไม่มี

#10 By จั่นเจา (203.154.154.162) on 2005-11-24 22:47

.....ชอบลำเรื่องต่อกลอนมากกว่า อิอิ

#9 By ศิษย์หอยแมงภู่ (58.10.107.103) on 2005-11-24 19:18

ชอบอ่านกลอนเหมือนกันครับ ชอบแต่งเหมือนกัน

พูดถึงนี่ชอบตีความตั้งแต่เด็กแล้วหุหุ คิดไม่ผิดมาเรียนด้านนี้

พูดถึงวรรณกรรมของไทย ก้อเหมาะกับคนไทย

บางทีคนไทยมัวแต่หันไปหาของไกลตัว

ของดีใกล้ๆตัวเยอะแยะมากมาย

กลับมองว่าล้าสมัย ทั้งที่คำสอน เก่าๆนั้น

แม้จะผ่านกาลเวลามาร่วมหลายร้อยปี

ก้อยังคงทันสมัยไม่ต่างไปจากุกวันนี้เลย

#8 By - LittleMonkey - on 2005-11-24 18:28

เพิ่งรุว่าพี่ชายชอบกลอน
แร้วก้อ ><" ว้าววว
อ่านสามก๊กด้วยยย

#7 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2005-11-24 18:18

พอมาอ่านแล้วนึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวนี้ถ้าได้อ่านบทกลอน มักจะอยู่ในใบเซียมซีซะนี่ แถมไม่ค่อยได้ไปเสี่ยงเซียมซีอีกตะหาก...

ของไทยเรามีดีเยอะแยะ จะว่าชาตินิยมก็ยอม

*เพลงหน้าที่แล้วเพราะดีค่ะ เคยได้ยินชื่อแต่ไม่แน่ใจว่าเคยฟังมั้ย เวลานั่งรถไปเที่ยวแล้วเปิดน่าจะได้อารมณ์ดีนะ

#6 By (61.91.207.39) on 2005-11-24 15:32

ชอบอ่านนะคะ
แต่ยังไม่เคยลองแต่งเองอ่ะคะ

มีแต่แต่งทันทีเวลาสอนเด้กๆนักเรียน
อิ อิ

#5 By -teacher-aorr- on 2005-11-24 13:25

อ่านบทกลอนแล้วก็เข้าใจดีค่ะ

คนเราจะดีหรือจะไม่ดี ก็อยู่ตัวคนคนนั้นว่าจะเลือกแบบไหน แต่ก็ควรเลือกที่จะเป็นคนที่ดี ทำแต่สิ่งๆที่ดี จะได้มีความสุข

ยิ้มๆนะคะ Little Prince

#4 By ท้องฟ้า on 2005-11-24 13:18

คนที่ 3 ก็ด่ะ..........

#3 By JuXiaoTian on 2005-11-24 11:22

ชอบอ่านเหมือนกันครับ..
พวกขุนช้างขุนแผน อะไรงี้สนุกดีครับ..
โดยเฉพาะบทอ้ศจรรย์...555

#2 By kemkem on 2005-11-24 11:06

เจ้าชายน้อยเนี้ย แฟนคลับตัวจริงเลยนะครับเนี้ย ผมเองก็ชอบบทกลอนเหมือนกันครับ
ยิ่งกลอนของท่านสุนทรภู่ ก็อย่างที่เจ้าชายบอกหล่ะครับ สำนวนมันตรงไปตรงมา ใช้คำง่าย เข้าใจง่าย ผมว่าเหมาะที่จะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ไว้นะครับ เพราะถ้าไปสอนกลอนยากๆ อ่านไม่เข้าใจเนี้ย เด็กๆ จะยิ่งไม่ชอบบทกลอนของไทยเข้าไปใหญ่เลยครับ

Facebook