Life Boat

ถ้าจะถามว่า อะไรสำคัญที่สุดในเรือ คงตอบไม่ได้ว่าอะไรสำคัญที่สุด เพราะทุก ๆ อย่างมีความสำคัญต่อเรือ และชีวิตบนเรือแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรือรบนั้น สิ่งสำคัญมีมากมายเลยทีเดียว แต่ก็สำคัญไปคนละอย่าง และเมื่อนำคำถามนี้ไปถามคนหลาย ๆ คน คำตอบที่ได้ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่า คนๆ นั้น ยึดถือสิ่งใดเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคน ๆ นั้นเป็นคนรักเกียรติรักศักดิ์ศรี ก็คงจะตอบว่าอาวุธสำคัญที่สุด เพราะเรือรบที่ไร้อาวุธ ก็ไม่ต่างจากเรือสินค้า เรือติดอาวุธที่ไหนก็มาจมได้ทั้งสิ้น ถ้าคน ๆ นั้นเป็น ช่าง ก็ต้องบอกว่าเครื่องจักรใหญ่ ( เครื่องยนต์หลักที่ใช้ขับเคลื่อนเรือ) สำคัญที่สุด ถ้าไร้ซึ่งเครื่องจักรใหญ่ เรือก็ต้องจอดแน่นิ่ง เป็นเป้านิ่ง ถ้าเป็นคนที่มีความคิดแยบยล ก็ต้องบอกว่าระบบอำนวยการรบ และศูนย์ยุทธการสิ ที่สำคัญที่สุด เพราะเปรียบดั่งมันสมองของเรือ ถ้าสมองตายก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว เช่นนี้เป็นต้น

แต่สิ่ง ๆ หนึ่งที่ผมเชื่อว่า ทหารเรือทุกคนไม่ปฏิเสธแน่ ๆ ว่าจัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในเรือ นั่นก็คือ น้ำจืด นั่นเอง เพราะว่า คนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายวันแม้ขาดอาหาร แต่ขาดน้ำหนึ่งวันก็ตายแล้ว ซึ่งแม้นว่า ท้องทะเลจะมีน้ำอยู่มหาศาลก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะนำมาบริโภคได้

ดังนั้น เวลาก่อนออกทะเล ก็จะต้องรับน้ำให้เต็มถัง โดยรับมาจากท่าเรือ เพื่อใช้อุปโภคบริโภคตลอดภารกิจ แต่สำหรับเรือใหญ่ ๆ แล้ว จะมีเครื่องผลิตน้ำจืด ซึ่งเป็นระบบ Reverse Osmosis ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้น้ำทะเลไหลผ่านเยื่อเมมเบรน (Membrane) ด้วยความเร็วสูง เพื่อแยกโมเลกุลของเกลือออกจากโมเลกุลของน้ำทะเล แล้วได้ออกมาเป็นน้ำจืด แต่ก็มีเรือบางลำที่เป็นระบบเครื่องกลั่นน้ำ คือนำน้ำทะเลมาต้มให้ระเหยเป็นไอ แล้วควบแน่นกลับมาเป็นน้ำจืด เหมือนกับที่เราเคยเรียนมาในชั่วโมงวิทยาศาสตร์ในสมัยเด็ก ๆ ซึ่งใครที่อยู่เรือแบบนี้ก็ถือว่าโชคดี มีน้ำใช้มากกว่าผู้ที่อยู่เรือที่ไม่มีเครื่องผลิตน้ำจืด แต่ว่า เครื่องจักรเหล่านี้นั้น ก็งอแงขึ้นมาได้ตลอดเวลา บางครั้งก็เสียขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น เพราะฉะนั้น จึงต้องเก็บน้ำจืดไว้ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

น้ำจืดที่อยู่ในเรือนั้น สงวนไว้ใช้กับกิจกรรมเหล่านี้ คือบริโภค ทั้งดื่มและประกอบอาหาร เพื่อการอุปโภค เช่น อาบน้ำ , ล้างหน้า , แปรงฟัน , ล้างจาน , ซักผ้า , ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องครัว และเพื่อใช้หล่อเย็นระบายความร้อน เครื่องจักรเครื่องยนต์บางชนิด 

แต่สำหรับน้ำดื่ม ในช่วงที่ออกเรือวันแรกๆ เรือส่วนใหญ่จะจัดเตรียมมา โดยรับน้ำที่ผ่านการตรวจสอบและฆ่าเชื้อโรคแล้ว จากโรงกรองน้ำของกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ บรรจุใส่ถังน้ำดื่ม ไว้ใช้ดื่มตลอดการเดินทาง แต่น้ำที่นำมาประกอบอาหารนั้น ก็จะเป็นน้ำประปา ที่บรรจุอยู่ในถังเก็บของเรือ หรือน้ำที่ได้จากเครื่องผลิตน้ำจืด เนื่องจากน้ำที่ใช้ในการประกอบอาหาร ในวันหนึ่งๆ นั้น จะใช้น้ำในปริมาณที่ค่อนข้างมาก จึงไม่อาจใช้นำจากถังน้ำดื่มได้

การใช้น้ำนั้น จะต้องมีการควบคุมอย่างดี ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบในการเปิด-ปิด และควบคุมการใช้น้ำนั้น จะเป็นความรับผิดชอบของ นายทหารพรรคกลิน ซึ่งก็ได้แก่ สรั่งกล , นายช่างกล , รองต้นกล และต้นกล ซึ่งก็แล้วแต่ว่า เรือลำนั้นจะมีนายทหารในตำแหน่งใดบ้าง ถ้ามีครบ นายช่างกลก็จะรับผิดชอบไป ซึ่งการควบคุมการใช้น้ำ นั้นก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของเรือ , ขนาดบรรจุของถังน้ำ , จำนวนคน , จำนวนวันที่เรืออยู่ในทะเล , มีเครื่องผลิตน้ำจืดหรือไม่ และ วันที่จะได้รับน้ำในครั้งต่อไป

เรือบางลำสามารถอาบน้ำได้ทุกวันตามต้องการ (แต่มีอยู่ไม่กี่ลำหรอก) เพราะเครื่องผลิตน้ำจืด สามารถใช้การได้ดี แต่ถ้าอย่างดีหน่อย (ซึ่งก็ถือว่าหรูแล้ว) ก็คือ อาบน้ำวันละครั้งในตอนเย็น และล้างหน้า แปรงฟันในตอนเช้า และก่อนนอน แต่ในบางลำก็ต้องอาบน้ำวันเว้นวัน แต่ยังคงล้างหน้าแปรงฟัน ในยามเช้า และก่อนนอนได้เหมือนเดิม (ซึ่งแบบนี้คือ แบบปกติของเรือรบทั่วๆไป) ผมเคยเจอวิกฤตขาดแคลนน้ำจืดสุด ๆ คือ อาบน้ำสี่วันครั้ง และล้างหน้า แปรงฟันด้วยความประหยัด แต่สมัยเป็นนักเรียนนายเรือ ได้น้ำคนละหนึ่งขัน สำหรับ ล้างหน้าแปรงฟัน ซึ่งทุกคนในเรือต้องปฏิบัติตามนี้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้บังคับการเรือ ชั้นยศ นาวาเอก (เรื่องจริงนะครับ ไม่ได้โม้ แต่ครั้งนั้นเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวในชีวิตจริง ๆ) น้ำที่มี ถูกสงวนไว้ใช้ประกอบอาหารเท่านั้น ขนาดอาหารยังต้องเป็นเมนู ที่ใช้น้ำให้น้อยที่สุดเลย พวกแกง , แกงจืด , ต้มยำ ต้องงดครับ น้ำเอามาหุงข้าวอย่างเดียว

ความลำบากในการใช้น้ำยังไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เรือบางลำต้องออกมาอาบน้ำบริเวณท้ายเรือ เพราะว่าน้ำในถังต้องสงวนไว้ยามจำเป็น แต่ที่บริเวณท้ายเรือ จะมีถังน้ำรองน้ำไว้เพิ่มเติม บ้างก็ใช้เรือบดในการรองน้ำ เวลาอาบน้ำ ก็นุ่งผ้าขาวม้า หรือกางเกงในตัวเดียวอาบน้ำกันแบบไม่อายฟ้า อายเทวดา บางครั้งถึงกับต้องอาบน้ำทะเล โดยการสูบน้ำทะเลขึ้นมาแล้วฉีดใส่ผู้ที่จะอาบน้ำ พอตัวเปียกแล้วก็แยกไปถูสบู่ ซึ่งมันจะไม่มีฟองหรอกครับ ถ้าเป็นครีมอาบน้ำก็จะมีฟองเพียงเล็กน้อย เสร็จแล้วก็มาฉีดน้ำทะเลล้างฟองออกอีกที ถ้าโชคดี ก็จะได้น้ำจืดคนละหนึ่งขันไว้ล้างเกลือ และในยามที่ฝนตกก็เหมือนกับสวรรค์มาโปรด เพราะว่าจะได้อาบน้ำฝน ไม่ต้องเปลืองน้ำในเรือ พอฝนตก พวกเราก็จะรีบถือขัน อุปกรณ์อาบน้ำ ไปอาบน้ำที่ท้ายเรือ แต่ว่าในกรณีนี้จะทำได้ก็ในเวลาที่เลิกงานไปแล้วเท่านั้น ถ้ามีโอกาสนี้ ก็ต้องรีบคว้าไว้ เพราะเรือเดินอยู่ในทะเลนั้น ไม่ค่อยได้เจอฝนตกนาน ๆ เพราะแล่นไปได้ไม่นาน ก็จะพ้นจากเขตเมฆฝน มาเจอแดดเปรี้ยงอีก ใครช้าก็อดไป

น้ำในถังของเรือบางลำก็แดง และมีตะกอน เนื่องจากสนิมในถัง และตามท่อทาง เนื่องจากเป็นเรือเก่า ซึ่งการแก้ไขปัญหาสนิมทำได้ยาก ต้องตัดและเปลี่ยนแผ่นเหล็กหรือท่อทางเท่านั้น หรือในบางลำในยามปกติ น้ำก็ใสสะอาดดี แต่พอเจอคลื่นแรง ๆ เรือโคลงไปโคลงมา ก็กวนตะกอนในก้นถังให้ลอยฟุ้งอยู่ในถังเต็มไปหมด เมื่อนำมาใช้ น้ำก็จะขุ่นแดง และเป็นตะกอน ทหารเรือมาใหม่ ๆ บางคนก็ไม่กล้าใช้ ไม่ยอมอาบน้ำ แล้วใช้น้ำดื่มที่ซื้อมาเอง ล้างหน้าแปรงฟันพอ แต่สำหรับผมเองไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อาบดีกว่า สบายตัว คิดเสียว่า เสริมธาตุเหล็ก บำรุงผิวพรรณ และบำรุงรากฟันให้แข็งแรง และในเมื่อน้ำไม่สะอาด จึงนำมาประกอบอาหารไม่ได้ และไม่มีใครคิดว่าเป็นการเสริมธาตุเหล็กในอาหารด้วย (รวมทั้งผมด้วยล่ะ) จึงต้องใช้น้ำบรรจุถัง มาประกอบอาหาร และใช้น้ำแต่น้อย โชคดีที่เรือพวกนี้ ไม่ได้ออกทะเลเป็นเวลานาน ๆ จึงไม่ค่อยเป็นปัญหาสักเท่าไหร่

เรื่องน้ำเป็นตะกอน นอกจากจะเป็นปัญหาของคนแล้ว ยังเป็นปัญหาของเครื่องจักรด้วย เนื่องจากจะทำให้กรอง (Filter) ต่าง ๆ นั้น ตันไวขึ้น ต้องดูแลเป็นพิเศษ ถ้าปล่อยให้ตันมาก ๆ เข้าจน น้ำจืดไหลเวียนไม่สะดวกก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่อเครื่องจักร เช่น Overheat เป็นต้น

สำหรับน้ำที่ใช้ในการล้างจาน บางครั้งน้ำก็มีไม่พอ ก็ต้องสูบน้ำทะเลมาล้าง ในเรือเล็ก ๆ บางลำ ที่สามารถเข้าไปในปากแม่น้ำได้ ก็จะเข้าไปจอดในแม่น้ำ แล้วสูบน้ำในแม่น้ำมาใช้ ซึ่งก็จะเป็นน้ำกร่อยครับ ส่วนการซักผ้านั้น จะไม่ได้รับอนุญาตให้ซักผ้าได้เลย จนกว่าจะมีการรับน้ำในปริมาณที่มากพอในครั้งต่อไป จึงจะให้ซักผ้าได้ ดังนั้นจึงต้องเตรียมเสื้อผ้าไปหลาย ๆ ชุด บางทีชุดนอนก็ใส่หลาย ๆ วัน จึงจะเปลี่ยนทีนึง เพราะถือว่าเรื่องซักผ้านั้น ไม่สำคัญเท่ากับน้ำรับประทาน และล้างจาน สมัยเป็นนักเรียนนายเรือ เพื่อนหัวใสคนหนึ่ง นำเชือกผูกเสื้อผ้า แล้วโยนลงทะเล ในขณะที่เรือเดิน ปล่อยให้เรือลากเสื้อผ้านั้นไปเป็นชั่วโมง ๆ เมื่อนำขึ้นมาปรากฏว่าเสื้อผ้าดำ ๆ สะอาด ขาวผ่องเลยทีเดียวแต่พอแห้งแล้วคราบเกลือเต็มไปหมด แต่ก็ไม่สกปรก และไม่เหม็นคราบเหงื่อไคล

ด้วยเหตุที่ว่า พวกเราไม่ค่อยได้อาบน้ำกัน หลาย ๆ คน จึงไม่นุ่งกางเกงใน หรือ บางคนก็ใส่บ๊อกเซอร์ เพื่อป้องกันปัญหาอับชื้น และเชื้อราในร่มผ้า อีกทั้งอยู่บนเรือ ไม่ค่อยได้เดินเหิรไปไหนมาไหนมากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่ามันจะยาน ซึ่งตรงนี้ บางคนก็ไม่ใส่ไม่ได้เหมือนกัน ประมาณว่า ไม่ใส่แล้วขาดความมั่นใจ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวครับ ผมเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าใครใส่ ไม่ใส่ แต่สมัยที่เป็นนักเรียนนายเรือ รุ่นพี่เคยสอนเอาไว้ ว่าไม่ต้องใส่ อีกทั้งเรื่องเชื้อราก็เคยเป็นสมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ขนาดอาบน้ำทุกวันยังเป็นเลย ซึ่งเป็นแล้วมันทรมานครับ กว่าจะหายก็นาน ก็เลยไม่ใส่ดีกว่า ปรากฏว่า สบายตัวดีอีกต่างหาก เรื่องนี้ เหมือนว่าจะเคยอ่านเจอในหนังสือว่า กางเกงในนั้น ไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนอย่างเมืองไทย เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้นอย่างที่บอกในตอนแรก

เรื่องเหล่านี้ เมื่อไม่ได้ออกเรือแล้วก็นึกขำ แต่ถ้าต้องออกเรือขึ้นมาก็ต้องเตรียมการให้พร้อม รับน้ำให้เต็มถัง ตรวจสอบเครื่องผลิตน้ำจืดให้ใช้การได้ และเตรียมอะไหล่สำหรับซ่อมทำเมื่อยามเสียหาย ทั้งเตรียมตัวเองด้วยการเตรียมเสื้อผ้าไปให้เยอะ ๆ ส่วนตัวผมเอง ผมเตรียมไปสำหรับใส่ได้ถึงครึ่งเดือน (แต่กางเกงใน แค่อาทิตย์เดียวก็พอ เผื่อต้องขึ้นบก ยังงัยก็ต้องใส่ไว้ก่อน กลัวอนาจาร) , เตรียมกระดาษชำระ ขวดน้ำดื่มที่บรรจุน้ำบริสุทธิ์ เผื่อใช้ดื่มในยามฉุกเฉิน

ทหารเรือทุกคนเห็นคุณค่าของน้ำทุกคนครับ แล้วคุณที่ยังใช้น้ำฟุ่มเฟือยอยู่ล่ะครับ อ่านเรื่องนี้แล้ว หวังว่าจะช่วยกันประหยัดน้ำกันนะครับ (เกี่ยวมั๊ยเนี่ย แต่อยากจบอย่างมีข้อคิดน่ะครับ หุ หุ)

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะที่ทำให้รู้ถึงความลำบากของทหารเรือเวลาออกเรือ....แฟนบอกว่าเวลาออกเรือลำบากแต่ก็ไม่คิดว่าจะลำบากขนาดนี้...ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทหารเรือทุกๆคนเลยนะคะ

#46 By ครูอนุบาล (110.49.27.82) on 2010-05-02 19:11

ทหารเรือเมื่อไหร่จะเลิกเจ้าชู้กันอ่ะ
แต่ก็ชอบทหารเรือเหมือนเดิม

อยากคุยกะทหารเรืออ่ะ
แอดๆมาหน่อยแระกันนะ
amaw_n@hotmail.combig smile

#45 By รักอ้วน (202.12.97.114) on 2010-02-17 01:00

น้ำมือ กับ น้ำคำ ไม่ค่อยเข้าใจนักครับ เลยไปเปิดพจนานุกรมมา ได้ความว่า

น้ำมือ น. มือของตัวแท้ ๆ; รสมือ; ความสามารถในการทํา เช่น บํารุงสินค้าให้เกิดมีขึ้นในประเทศโดยนํ้ามือของคนไทยเรา.

น้ำคำ น. ถ้อยคําสํานวน.

ดังนั้น สองคำนี้คงพบเห็นได้ทั่วไปนะครับ ไม่ต้องขยายความต่อ

ส่วนน้ำใจ ผมเจอบ่อยมากครับ อาจจะเป็นคนโชคดีครับ ได้รับความกรุณาจากผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนฝูํง รุ่นพี่ รุ่นน้อง เสมอมาครับ

ในชีวิตนี้ผมได้รับน้ำใจจากทุกคนมาตลอดเลยครับ

#43 By เจ้าชายน้อย on 2008-12-04 20:24

เจ้าชายน้อย เคยลองนึกเล่นๆ มั้ย ระหว่างออกทะเล น้ำจืดที่ว่าหาได้ยากแสนยากแล้วววว หากเปรียบเทียบกันกับ "น้ำใจ" "น้ำมือ" และ "น้ำคำ" อย่างไหน มันหายากกว่ากันนน

เห็นด้วยค่ะ เราควรเห็นคุณค่าของ "น้ำ" อย่างยิ่ง

สุขสันต์วันพ่อจ้ะ big smile big smile big smile

#42 By Aphrodite (118.173.167.21) on 2008-12-04 20:12

เอ ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ เพราะไม่รู้ว่า ต้นกลที่คุณว่า เป็นคนเดียวกับคนปัจจุบันนี่หรือเปล่า

#41 By เจ้าชายน้อย on 2008-11-10 09:39

ผมจะสามารถติดต่อกับต้นกลเรือหลวงลาดหญ้าได้ยังไงครับ ผมมีปัญหาจะถามท่้านครับ chokdee88@hotmail.com

#40 By โชคครับ (58.9.171.231) on 2008-11-07 23:20

น้ำมีความสำคัญต่อทหารเรือมากจิง ๆ นะเนี้ย อ่านแล้วรู้ซึ้งถึงคุณค่าของน้ำมากขึ้นเลยอ่ะ

#39 By akashi (202.142.202.87 /10.88.50.32) on 2007-08-30 11:20

^
^
^
ถ้าปัจจุบันนี้ คงไม่รู้จักสักคนนะครับ ส่วน ผู้ควบคุมเรือ ไม่รู้เหมือนกันครับว่าใคร

#38 By เจ้าชายน้อย on 2007-05-25 17:58

พอจะรู้จักคนบนเรือ ต 110ไหมค่ะ
trk_n@hotmail.com

#37 By .... (202.183.221.242 /172.1.1.152) on 2007-05-25 15:16

อยากรู้จักขอเมล์ติดต่อกลับหน่อยค่ะ
trk_n@hotmail.com

#36 By ... (202.183.221.242 /172.1.1.152) on 2007-05-25 15:12

เปนทหารเรืออยู่กลางทะเลนึกว่าจะเห็นน้ำจนเอียน
แต่จิงๆนี่ขาดน้ำไม่ได้เลยนะเนี่ย
ห่ะๆ
ถึงขนาดต้องอาบน้ำทะเลนี่ก้อไม่ไหวนะเนี่ยคับ
สุดยอดจิงๆทหารเรือ
นับถือคับๆ

#35 By pi22y (58.8.172.124) on 2007-03-07 22:50

รักคือเธอ

#34 By ass (203.113.17.167) on 2007-02-22 11:33

จริงค่ะ น้ำเปล่า สำคัญที่สุด ขาดน้ำเปล่า ไม่ได้....

#33 By น้ำเปล่า (124.121.56.180) on 2006-12-10 23:58

โฮ...อ่านแล้วสงสารจัง...รักตาหานเรือเจงๆ
แต่ที่แน่ๆ ทหารเรือทุกคนต้องมีไข่เค็มประจำกายแน่ๆ คิกๆ

#32 By เจ้าหญิงแก่ๆ (203.113.81.166) on 2006-12-05 13:01

อย่านี้ก็เหงาน่าดูสิคืบก็ทะเลศอกก็ทะเลหากไม่มีนาฬิกาก็ต้องดูท้องฟ้าแทนอย่านี้พวกทหารเรือที่ออกเดินเรือนาน ๆ ก็คงเหงาน่าดูสิ ขนาดเราอยู่บนบกแท้ ๆ ยังรู้สึกเหงาเลย แล่วนี้อยู่ในทะเลคงเหงามากกว่าเราแน่ ๆ เลย แต่ยังงัยก็จะเป็นกำลังใจให้ทหารเรือต่อไปและจะรักทหารเรือตลอดไป ฮือ ๆๆๆเหงาจัง

#31 By (202.29.54.190) on 2006-07-05 16:19

ออมไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย เคยได้ยินผ่านๆ แต่ว่าเรือที่เห็นก็สุขสบายดีนะคะ
เจ้าชายน้อย น้ำน่ะ มีน้อย แต่จำได้ว่ากระเพราไข่ดาวน่ะ มีเหลือเฟือใช่ป่ะ นายทหารเลยได้กินคนละหลายๆฟอง ระวังอวบเกินนะคะ เป็นห่วงน่ะ

#26 By ออม (203.209.109.61) on 2006-02-28 23:20

แล้วแต่ครับ ไม่แน่ไม่นอน

#25 By เจ้าชายน้อย on 2005-12-01 18:10

ในการออกทะเลแต่ละครั้งช่วงระยะเวลานานเท่าไหร่คะ

#24 By Rava (203.113.55.203) on 2005-12-01 14:51

ขนาดของพื้นน้ำน่ะครับ หมายถึงความกว้าง

#23 By เจ้าชายน้อย on 2005-11-29 09:35

หมายถึงความลึกของน้ำรึเปล่าคะ

#22 By Rava (203.113.55.199) on 2005-11-29 08:57

นาดพื้นคืออะไรหรอคะ

#21 By Rava (203.113.55.201) on 2005-11-28 14:34

ประเภทและชนิดของเรือน่ะครับ ลืมตรวจทานก่อนคลิ๊ก

#20 By เจ้าชายน้อย on 2005-11-28 08:59

นาดพื้นที่นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ แต่เรื่องหลักๆ ก็คือ ภารกิจ และประเภทหรือนิดองเรือครับ

#19 By เจ้าชายน้อย on 2005-11-28 08:58

สงสัยจังเลยค่ะว่าเขาจะเอาเกณฑ์อะไรมาวัดหรอค่ะว่าจะได้อยู่เรือรบใหญ่หรือเล็กค่ะ หมายถึงว่าเรือที่ลอยลำนะค่ะดูตามพื้นที่หรอคะ ว่าน่านน้ำนี่ต้องใช้เรือรบแบบนี้หรือยังไงค่ะ งง

#18 By Rava (203.151.17.69 /192.168.0.41) on 2005-11-26 14:27

น้ำจืดมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด......
แล้วช่วงสงกรานต์อยู่บนเรืออ่ะ เล่นสงกรานต์กันอ่ะป่าวววว

#17 By JuXiaoTian (61.91.81.217) on 2005-10-23 20:23

ก็เคยพอรู้ว่าน้ำเป็นสิ่งสำคัญบนเรือเหมือนกัน แต่พี่ชายเล่าได้จนเห็นภาพเลยนะ ว่าจะต้องลำบากขนาดไหน
ตอนคนอื่นเล่าให้ฟังมาก็ว่าลำบากแล้วแต่ที่พี่เล่ามานี่
ทำให้เข้าใจทหารเรืออีกเยอะเลย

#16 By หนมอบ on 2005-10-11 17:34

ผมเข้าใจที่คุณ Lighthouse จะบอกนะครับ ถ้าเป็นที่เรือผมน่ะ โดนจับได้ก็ขังเลยครับ

#15 By เจ้าชายน้อย on 2005-10-11 01:07

ถามจริง ๆ รู้มาเหมือนกันค่ะว่ามีกฏห้ามดื่มสุราและของมึนเมา แต่อ่ะนะ เอาเป็นว่าไว้ถ้าออนไลน์เจอจะเล่าให้ฟังละกันเนอะ

#14 By lighthouse (61.90.124.145) on 2005-10-10 19:39

^^~~ ต้องประหยัดน้ำ...อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเวลาอยู่บ้าน ^^;;;; เหงื่อตกเลย ...

#13 By Jaja_Blink on 2005-10-10 14:34

แวะมาบอกว่า ผมชอบBossa เพราะเล่นฟลุทแนวBossaเนี่ยแหละคัฟ

เป่าฟลุทน่ะคัฟ แฮะๆ

#12 By - LittleMonkey - on 2005-10-10 14:34

ถึง คุณ Lighthouse นะครับ เข้าใจผิดแล้วครับ บนเรือมีกฏไว้ว่าห้ามดื่มสุรา และของมึนเมาทุกชนิดครับ ดังนั้น เครื่องดื่มประเภทนี้จึงห้ามมีไว้บนเรือครับ แต่อย่างกรณีของเรืออเมริกันนั้น สามารถดื่มเบียร์ได้ และก็อาจจะมีแชมเปน หรือ ไวน์ สำหรับดื่มในโอกาสเฉลิมฉลอง หรือในโอกาสพิเศษได้ครับ

ตอนนี้ อยู่ เรือหลวงคีรีรัฐ ครับ อยู่ที่ นราธิวาส แต่ว่า มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้นครับ

#11 By เจ้าชายน้อย on 2005-10-10 13:25

คิดเหมือนกันเลย ว่าอยู่บนเรือต้องลำบากแน่

แต่ไม่ว่าหนทางไหน การใช้ชีวิตก้อลำบากเหมือนกัน

แต่ลำบากกันคนละแบบ เพราะชีวิตต้องฝ่าฟัน

สู้ๆนะึัคัฟ เห้นคุณค่าของน้ำมากขึ้นเลยแฮะ

#10 By - LittleMonkey - on 2005-10-10 13:20

ตอนนี้ประจำอยู่ที่เรือไหนคะ? พอดีมีเพื่อนอยู่ทางใต้คนนึงคิดว่าคงรู้จักกัน ^^

#9 By lighthouse (58.10.192.18) on 2005-10-10 12:56

ในเมื่อต้องประหยัดน้ำขนาดนี้ ทหารเรือทั้งหลายก็เลยพยายามที่จะไม่ดื่มน้ำจืดเวลาที่อยู่บนเรือ และเปลี่ยนมาซดยอดข้าวจากกระป๋องแทนใช่หรือปล่าวว เห็นว่าถ้าไม่มียอดข้าวติดไว้ก็ออกเรือไม่ได้เลยเหรอ อิ อิ

#8 By lighthouse (58.10.192.18) on 2005-10-10 12:54

น้ำมีประโยชน์กับทุกชีวิตค่ะ เราน่ะประหยัดน้ำมาตั้งนานแล้วนะ (ไม่ชอบอาบน้ำ) สักเท่าไหร่ อ้าว ไรเนี่ย

#7 By fill (58.11.37.136) on 2005-10-10 12:23

เล่น MSn ป่าวอะงับ ^^

#6 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2005-10-10 11:48

ชอบยัยตัวร้ายกับนายเซ่อซ่าด้วยหรอค้า^^งิงิ

#5 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2005-10-10 11:47

เหนถึงคุณค่าของน้ำเรยอะงับ ทุกๆส่วนของเรือมีความสำคัญจิงๆ ^^ เปนเรื่องที่ดีมากเรยอะคะ ไว้จามาอ่านบ่อยๆนะค้า เหะๆ

#4 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2005-10-10 11:46

เพลงนราพิมพ์ใจ
เนื้อร้อง / ทำนอง นาวาเอก สำเร็จ นิยมเดช

โอ้นราธิวาสร่มเย็น สุขสันต์ดั่งเป็นดินแดนสวรรค์ชาวใต้
สวยงามด้วยธรรมชาติวิไล ไม่ว่าจะมองแห่งไหน กระไรดังสวรรค์สร้าง
ภาพทะเลห็นน้ำจรดฟ้า หาดสวยสุดตาคลื่นซ่าสาดพริ้วพรายพร่าง
เสียงลมบรรเลงดั่งเพลงพริ้วคราง กล่อมใจให้ลืมอ้างว้างไม่จางห่างร้างไปพลัน
มวลพี่น้องผองถิ่นนราฯ เกิดมาร่วมในแผ่นฟ้า ใต้ร่มธงไทยเดียวกัน
มิตรภาพซาบซึ้งตรึงใจผูกพัน ฝังจิตใฝ่ฝัน ติดตรึงอยู่ถึงแรมเดือน
โอ้นราฯ แม้ว่าจากไกล ยังซึ้งจิตใจอาลัยอยู่มิรู้เลือน
สัมพันธ์ยังมั่นและคงฝังเตือน ผูกพันมั่นคงเสมือนดั่งน้ำคู่ฟ้านิรันดร์

หวังว่า สันติสุข คงจะกลับคืนสู่ภาคใต้ ในเร็ววันครับ

#3 By เจ้าชายน้อย on 2005-10-10 10:18

น่าจะรู้ใช่มั๊ย ว่า เพลง นราพิมพ์ใจ ทหารเรือเป็นผู้ประพันธ์ ท่านคือ น.อ.สำเร็จ นิยมเดช ถ้าจำไม่ผิด ท่านแต่งไว้ ขณะที่เป็นนักเรียนนายเรือ ซึ่งเรือกำลังจะไปที่ นราธิวาส พอดี

#2 By เจ้าชายน้อย on 2005-10-10 10:16

ก่อนอื่นนาฬิกาบ้านหนูเพิ่ง9.47 พี่โพสต์ 9.50 - -"
นี่ถ้าเล่น msn ได้เจอกันแหง เพราะเราออนทั้งวันตอนปิดเทอม

เข้าเรื่อง...น้ำนี่หนูก็คิดว่าสำคัญนะ พออ่านแล้วก็...อืม ทหารเรือผูกพันกับน้ำ
ไม่ใช่ว่าใช้ชีวิตอยู่บนน้ำแค่นั้น แต่ต้องทนกับน้ำให้ได้ในทุกรูปแบบ
ไม่ว่ามันจะเป็นซุปเสริมธาตุเหล็กหรือว่าเป็นคลื่นสูงทำให้เมาก็เถอะ

ไปละจ้ะ อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่

ป.ล. พี่บอกว่าอยู่แถวๆนราธิวาส จู่ๆก็นึกถึงเพลงนราพิมพ์ใจขึ้นมา
เมื่อไหร่นราฯจะกลับไปเป็นเหมือนกับเพลงไม่รู้เนอะ

#1 By เมพหมี shakri on 2005-10-10 10:01

Facebook