sea


ถ้าหากจะถามผมว่า ทำไมผมถึงเลือกมาเป็นทหารเรือ ผมคงตอบว่าผมไม่ได้เลือก แต่เป็นความฟลุ๊ค หรือว่า โชคชะตาต่างหาก ที่ชักนำผมให้เข้ามาสู่อ้อมกอดของท้องทะเล ให้ผมได้มาสวมเครื่องแบบสีขาวนี้

เมื่อนึกย้อนไปเมื่อสมัยเป็นเด็ก ๆ ผมเองไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ผมรู้แต่ว่าผมชอบอะไร ซึ่งผมเองก็ชอบไปหมด ผมรักการเล่นของเล่น อย่างเลโก้ , รถแข่งทามิย่า ผมรักการขี่จักรยาน ชีวิตในวัยเด็กของผมสนุกอยู่กับการเล่น ไม่ได้มีสิ่งใดที่จะไปเกี่ยวพันกับความเป็นลูกทะเลได้เลย จะมีก็เพียงสิ่งเดียวล่ะมั๊ง ก็คือ ผมว่ายน้ำเป็น และว่ายน้ำแข็งมาตั้งแต่เด็ก จากการถูกส่งไปเรียนว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก ๆ และก็ว่ายน้ำเรื่อยมาจนโต

จนเมื่อเป็นเด็กมัธยม ผมเริ่มหันเหมาชอบงานศิลปะ และลดการเล่นโลดโผนแบบเด็ก ๆ ไป ผมเริ่มเรียนรู้งานศิลปะในหลายแขนง ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่ได้เห็นพ่อซึ่งทำงานอยู่ในด้านออกแบบสิ่งพิมพ์ ซึ่งต้องใช้ความสามารถทางจิตรกรรมเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้น ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์อย่างปัจจุบันแต่อย่างใด ผมเริ่มซึมซับความชอบศิลปะ การวาดภาพ ทั้ง drawing , สีน้ำ , สีเทียน และสีฝุ่น นอกจากนี้ความชอบในงานศิลปะของผมก็ยังขยายไปถึง การถ่ายรูป โดยผมมีกล้อง SLR อยู่ตัวหนึ่ง จะสะพายติดตัวไปโรงเรียนเป็นประจำ ผมเริ่มเสพย์งานศิลปะ ผ่านทางเสียงดนตรี , ภาพยนตร์ , นวนิยาย , กาพย์ , กลอน หรือแม้กระทั่งงานฝีมือ อย่างการตัดและพับกระดาษ ไม่มีมีท่าสักนิดที่ผมจะสนใจที่จะเป็นทหาร โดยเฉพาะทหารเรือ

แม้ผมจะใช้ชีวิตเด็กนักเรียนมัธยมมาช่วงหนึ่ง ผมก็ยังไม่สามารถค้นพบว่า ตนเองต้องการอะไรกันแน่ ผมไม่สามารถค้นหาได้ว่า ตัวเองอยากเป็นอะไร อยากเรียนอะไรต่อไป ผมรู้แต่ว่า ผมทำคะแนนทุกวิชาได้อยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ แต่ผมชื่นชอบวิชา เคมี และศิลปะมากเป็นพิเศษ เมื่อขึ้น ม.4 ผมเริ่มคิดว่าอยากเป็น สถาปนิก เนื่องจากผมพอที่จะมีแววทางด้านนี้ เมื่อสามารถทำคะแนนในวิชาออกแบบได้ดี หรืออีกทางหนึ่งก็เป็นเภสัชกร เนื่องจากวิชาเคมี และ ชีววิทยา เป็นวิชาที่สามารถทำคะแนนได้ดีเช่นกัน จะว่าไปแล้ว ผมเองก็ไม่ได้ชอบชีวะสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่เนื่องจากเคยสอบตกวิชานี้ แล้วรู้สึกว่า ผมได้ทำให้คุณครูซึ่งผมเคารพผิดหวัง ก็เลยทุ่มเทศึกษาวิชานี้เป็นพิเศษ จนสามารถทำคะแนนได้ในระดับท๊อปในที่สุด อันนี้เป็นความดันทุรังของตัวเองโดยแท้

ในขณะที่กำลังศึกษาชั้น ม.4 มาได้ครึ่งเทอม ผมก็เกิดไปได้รับรู้เรื่องราวของนักเรียนเหล่ามาจากไหนก็จำไม่ได้เสียแล้ว ผมทราบว่า คนที่สามารถจะเป็นนักเรียนเตรียม นักเรียนเหล่าได้ ต้องเป็นคนที่เก่งมาก ๆ และนั่นเองที่เป็นสาเหตุให้ผมกระโจนเข้าสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เพราะความท้าทายของมันนั่นเอง ผมแค่อยากพิสูจน์เท่านั้นเอง ว่ามันจะยากสมกับที่เค้าร่ำลือกันหรือเปล่า นั่นแหละครับ จุดหักเหของชีวิต

ทันทีที่รู้ตัวว่าสอบติด ผมเองไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรมากมาย รู้แต่ว่า ตัวเองทำได้ ไม่เห็นมันจะยากอย่างที่เค้าว่ากันเลย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากเข้าไปเรียนแต่อย่างใด แต่ก็เพราะชีวิตที่ถูกเลี้ยงมาแบบไทย ๆ ที่ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ในเมื่อสอบติดแล้ว มีหรือที่พ่อแม่จะไม่อยากให้เรียน ก็เลยต้องเข้าไปเรียนในที่สุด

สองปีในโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นสองปีที่โหดร้ายพอสมควร สำหรับเด็ก ๆ ที่เคยมีชีวิตอิสระ แต่ก็ผ่านมาได้ โดยมีทัศนคติที่ดีต่อการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร แต่พอขึ้นมาเป็นนักเรียนนายเรือนี่สิ ที่รู้สึกว่า เรารับไม่ได้จริง ๆ จนอยากจะลาออก และก็เกือบจะลาออกจริง ๆ ผมคิดว่าผมคงเป็น นักเรียนนายเรือคนเดียวที่อยากจะออก แต่ไม่ได้ทำตัวเหมือนคนอยากจะออก ผมยังคงทำตัวเหมือนปกติ เหมือนเพื่อน ๆ ทั่วไป ไม่ค่อยมีคนรู้หรอกครับว่าผมอยากจะออก นอกจากคนในครอบครัว และเพื่อนสนิทแค่สองสามคน ผมเข้าเรียนแต่ไม่เรียน จนถึงเวลาสอบก็สอบ แต่ทำข้อสอบแบบไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ผมทำข้อสอบอัตนัยด้วยการวาดรูปการ์ตูนประกอบคำอธิบายวิชาฟิสิกส์ จนอาจารย์บอกจะกักสองอาทิตย์ ผมยอมรับแต่โดยดี แต่สุดท้ายก็ไม่โดนกัก แกคงจะไปรู้มาที่ผมทำข้อสอบแบบนั้นเพราะว่าผมต้องการจะออก เลยไม่กัก เพราะกลัวว่าผมจะรู้สึกแย่เข้าไปอีก ผมมีชีวิตแบบเซ็ง ๆ ทั้งในและนอกรั้วโรงเรียน ในระหว่างที่รอคำตอบจากพ่อและแม่ว่าจะให้ผมออกได้หรือไม่ จนในที่สุด พ่อก็บอกว่าจะให้ออก แต่แล้วผมก็ได้เห็นแม่ร้องไห้เสียใจ และก็ตัดสินใจว่า จะต้องเรียนต่อไปจนจบ หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากันใหม่

จนในที่สุดก็จบออกมาจนได้ และเมื่อได้มาอยู่เรือ ผมก็ได้ค้นพบเหตุผลที่ผมได้มาเป็นทหารเรือ มันคงเป็นพรหมลิขิต เป็นโชคชะตาอะไรสักอย่างที่ทำให้ผมได้มาผูกพันกับทะเล ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้สึกดีกับท้องทะเล เท่ากับตอนนี้เลย คนส่วนใหญ่มักจะชอบทะเล เพราะความสวยงามของชายหาด , ความสวยงามของปะการังและปลาทะเลที่สวยงาม แต่สำหรับผม ผมชอบ จนรู้สึกว่ามันเป็นความรัก ความหลงใหลในท้องทะเล แม้แต่ตอนที่มองออกไปแล้วเห็นแต่น้ำกับฟ้า หรือแม้แต่ตอนที่ต้องอยู่ในท้องทะเลเป็นเดือน ๆ เดินออกมาภายนอกเรือเมื่อไหร่ก็เห็นแต่น้ำกับฟ้า หรือแม้แต่ตอนที่ท้องทะเลบ้าคลั่ง แต่ผมก็ยังรักทะเล ทุกครั้งที่ได้มองท้องทะเล ผมก็จะรู้สึกถึงความสงบนิ่งของจิตใจอย่างประหลาด รู้สึกว่าตัวเองเกิดแรงบันดาลใจ ในการสร้างงานศิลปะ น่าแปลกที่ผมมักจะชอบทำเว็บ , ตกแต่งภาพ , ถ่ายรูป หรือเขียนบทความตอนอยู่ในท้องทะเล ไม่ใช่เพราะความน่าเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในเรือ แล้วก็เลยพยายามหาอะไรทำ แต่มันเกิดแรงกระตุ้นให้ผมอยากทำงานศิลปะ นี่เองล่ะมั้งที่ผมได้มาเป็นทหารเรือ แม้ออกจะเป็นเหตุผลที่แปลกประหลาดที่สุดก็เถอะ

นักเรียนนายเรือ

Comment

Comment:

Tweet

หวะเดคะ อ่านเนื้อฟามเก๊ทเยอะรุย ยักทราบว่าโดยปกติทะเลลึกแค่ไหนหน๋อ sad smile

#33 By ใบตอง (119.31.24.70) on 2012-01-23 12:59

แฟนแอนเป็นทหารเรือผลัด2/2554ไปกลับมาลอด2แล้วแต่งว่าไม่รู้ว่าแบ่งหน่อยแล้วได้กลับกี่วันแล้วตอนไหน

#32 By แอน (49.48.177.165) on 2011-09-14 20:57

แม้ทะเลจะทำให้หนูเกือบตายมาครั้งนึง

แต่ถ้าให้เลือกว่าอยากไปที่ไหนในตอนนี้

ที่แรกคือทะเล และที่สุดท้ายก็คือทะเล^^

#31 By MATAN on 2010-05-22 12:43

อยากเรียนเป็นทหารเรือค่ะ

#30 By ปุยฝ้าย (58.8.152.92) on 2009-10-03 11:03

บางครั้ง โชคชะตา หรือ พรหมลิขิต ก็เป็นคำอธิบายเรื่องบางเรื่องได้เป็นอย่างดีนะคะ

เราเป็นในสิ่งที่ไม่ได้เลือก..แต่เราก็มีความสุขกับมันในท้ายที่สุด


นี่แหละค่ะ